โปรแกรมหาตัวประกอบของจำนวนนับ
ใส่ตัวเลขที่ต้องการหาตัวประกอบ โปรแกรมจะแสดงคำตอบและวิธีการแยกตัวประกอบให้อัตโนมัติ
เทพควิช-lnwquiz

ตัวประกอบของ 19556 และวิธีการแยกตัวประกอบของ 19556

คำนิยาม

ตัวประกอบของ 19556 มีอะไรบ้าง

ตัวประกอบของ 19556 มีทั้งหมด 6 ตัวคือ 1, 2, 4, 4889, 9778, 19556
ตรวจคำตอบด้วยการหาร
19556 ÷ 1=19556เหลือเศษ 0
19556 ÷ 2=9778เหลือเศษ 0
19556 ÷ 4=4889เหลือเศษ 0
19556 ÷ 4889=4เหลือเศษ 0
19556 ÷ 9778=2เหลือเศษ 0
19556 ÷ 19556=1เหลือเศษ 0
ตรวจคำตอบด้วยการจับคู่หาจำนวนที่คูณกันได้ 19556
1 x 19556
2 x 9778
4 x 4889
ผลบวกของตัวประกอบทั้งหมดของ 19556
1 + 2 + 4 + 4889 + 9778 + 19556 = 34230
ตัวประกอบของ 19556 ที่เป็นจำนวนเฉพาะมีทั้งหมด 2 ตัวดังนี้
2, 4889
การแยกตัวประกอบคืออะไร

19556 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้

19556 = 2 x 2 x 4889
จากผลการแยกตัวประกอบด้านบนจะเห็นว่ามีจำนวนบางจำนวนที่ซ้ำกัน ดังนั้นเราสามารถเขียนการแยกตัวประกอบของ 19556 ให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังได้ดังนี้
19556 = 22 x 4889
วิธีการแยกตัวประกอบ

1. การแยกตัวประกอบของ 19556 ด้วยวิธีแผนภาพต้นไม้🌲

วิธีทำ
1จำนวนที่โจทย์กำหนดมา คือ 19556 ดังนั้นให้หาจำนวนที่คูณกันได้ 19556 มา 1 คู่ เช่น 2 x 9778
2พิจารณาว่าจำนวน 1 คู่ที่เลือกมาเป็นจำนวนเฉพาะหรือยัง
3ถ้าจำนวนใดยังไม่ใช่จำนวนเฉพาะให้หาจำนวนที่คูณกันได้จำนวนนั้น และให้เลือกเอาจำนวนที่คูณกันได้จำนวนนั้นมา 1 คู่(ทำคล้ายๆกับข้อที่ 1)
4ทำโดยใช้หลักการข้อที่ 2 และ 3 ไปเรื่อยๆ จนกว่าจำนวนสุดท้ายจะเป็นจำนวนเฉพาะ
5เอาจำนวนเฉพาะทั้งหมดที่ได้มาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 19556
ตัวอย่างแผนภาพต้นไม้ของ 19556 แบบที่หนึ่ง
  • 19556
    • 4
      • 2
      • 2
    • 4889

ตัวอย่างแผนภาพต้นไม้ของ 19556 แบบที่สอง
  • 19556
    • 2
    • 9778
      • 2
      • 4889
ดังนั้น 19556 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
19556 = 2 x 2 x 4889
หรือจะเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลัง
19556 = 22 x 4889 หรือ 22 x 48891

2. การแยกตัวประกอบของ 19556 ด้วยวิธีหารสั้น

วิธีทำ
1หาร 19556 ด้วยตัวประกอบเฉพาะของ 19556 นั้นก็คือ 2, 4889 (ในการหารแต่ละครั้งแนะนำให้ใช้ตัวประกอบเฉพาะที่มีค่าน้อยที่สุด)
2หากผลการหารที่ได้ยังไม่เท่ากับ 1 ให้นำผลการหารที่ได้ก่อนหน้านี้มาหารด้วยตัวประกอบเฉพาะอีกครั้ง
3ดำเนินการเช่นเดียวกับข้อ 2 ไปเรื่อยๆ จนกว่าผลหารสุดท้ายมีค่าเท่ากับ 1
4นำตัวหารทั้งหมดมาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 19556

2
)19556
2
)9778
4889
)4889
1
ดังนั้น 19556 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
19556 = 2 x 2 x 4889
หรือจะเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลัง
19556 = 22 x 4889 หรือ 22 x 48891

วิธีหาจำนวนตัวประกอบทั้งหมดของ 19556

1แยกตัวประกอบของ 19556 และเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังจะได้เท่ากับ 22 x 48891
2ให้นำ 1 ไปบวกกับเลขชี้กำลังของตัวประกอบแต่ละตัวดังนี้
  • 👉 2 มีเลขชี้กำลังคือ 2 ให้เอา 2 + 1 = 3
  • 👉 4889 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
3นำผลบวกของเลขชี้กำลังที่ได้มาคูณกันดังนี้ 3 x 2 = 6
คำตอบ ตัวประกอบทั้งหมดของ 19556 มีทั้งหมด 6 ตัว
เมื่อคุณรู้ตัวประกอบและวิธีการแยกตัวประกอบของ 19556 แล้วลองแวะดูบทความอื่นๆที่น่าสนใจด้านล่างนี้ได้น่ะ 👇