ตัวประกอบของ 19555 และวิธีการแยกตัวประกอบของ 19555
คำนิยาม
ตัวประกอบของจำนวนนับใดๆ หมายถึง จำนวนนับที่หารจำนวนนับที่เรากำหนดให้ได้ลงตัว
ดังนั้นตัวประกอบของ 19555 หมายถึงจำนวนนับที่หาร 19555 ได้ลงตัว
▶
▶ 2. การแยกตัวประกอบของ 19555 ด้วยวิธีหารสั้น
ตัวประกอบของ 19555 มีอะไรบ้าง
ตัวประกอบของ 19555 มีทั้งหมด 4 ตัวคือ 1, 5, 3911, 19555
ตรวจคำตอบด้วยการหาร
| 19555 ÷ 1 | = | 19555 | เหลือเศษ 0 |
| 19555 ÷ 5 | = | 3911 | เหลือเศษ 0 |
| 19555 ÷ 3911 | = | 5 | เหลือเศษ 0 |
| 19555 ÷ 19555 | = | 1 | เหลือเศษ 0 |
ตรวจคำตอบด้วยการจับคู่หาจำนวนที่คูณกันได้ 19555
| 1 x 19555 | = | 19555 |
| 5 x 3911 | = | 19555 |
ผลบวกของตัวประกอบทั้งหมดของ 19555
1 + 5 + 3911 + 19555 = 23472
▶ ตัวประกอบของ 19555 ที่เป็นจำนวนเฉพาะมีทั้งหมด 2 ตัวดังนี้
5, 3911
จำนวนเฉพาะ (Prime number) คือ จำนวนนับที่มากกว่า 1 และมีตัวประกอบเพียงสองตัวคือ 1 และตัวมันเอง
ตัวประกอบที่เป็นจำนวนเฉพาะ เรียกว่า "ตัวประกอบเฉพาะ"
การแยกตัวประกอบคืออะไร
การแยกตัวประกอบ คือ การเขียนจำนวนนับนั้นให้อยู่ในรูปการคูณของตัวประกอบเฉพาะ
▶ 19555 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
19555 = 5 x 3911
วิธีการแยกตัวประกอบ
1. การแยกตัวประกอบของ 19555 ด้วยวิธีแผนภาพต้นไม้🌲
วิธีทำ
1จำนวนที่โจทย์กำหนดมา คือ 19555 ดังนั้นให้หาจำนวนที่คูณกันได้ 19555 มา 1 คู่ เช่น 5 x 3911
2พิจารณาว่าจำนวน 1 คู่ที่เลือกมาเป็นจำนวนเฉพาะหรือยัง
3ถ้าจำนวนใดยังไม่ใช่จำนวนเฉพาะให้หาจำนวนที่คูณกันได้จำนวนนั้น และให้เลือกเอาจำนวนที่คูณกันได้จำนวนนั้นมา 1 คู่(ทำคล้ายๆกับข้อที่ 1)
4ทำโดยใช้หลักการข้อที่ 2 และ 3 ไปเรื่อยๆ จนกว่าจำนวนสุดท้ายจะเป็นจำนวนเฉพาะ
5เอาจำนวนเฉพาะทั้งหมดที่ได้มาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 19555
ตัวอย่างแผนภาพต้นไม้ของ 19555
- 19555
- 5
- 3911
ดังนั้น 19555 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
19555 =
5 x 3911
2. การแยกตัวประกอบของ 19555 ด้วยวิธีหารสั้นวิธีทำ1หาร 19555 ด้วยตัวประกอบเฉพาะของ 19555 นั้นก็คือ 5, 3911 (ในการหารแต่ละครั้งแนะนำให้ใช้ตัวประกอบเฉพาะที่มีค่าน้อยที่สุด)2หากผลการหารที่ได้ยังไม่เท่ากับ 1 ให้นำผลการหารที่ได้ก่อนหน้านี้มาหารด้วยตัวประกอบเฉพาะอีกครั้ง3ดำเนินการเช่นเดียวกับข้อ 2 ไปเรื่อยๆ จนกว่าผลหารสุดท้ายมีค่าเท่ากับ 14นำตัวหารทั้งหมดมาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 19555
5)195553911)39111ดังนั้น 19555 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้19555 = 5 x 3911วิธีหาจำนวนตัวประกอบทั้งหมดของ 19555
1แยกตัวประกอบของ 19555 และเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังจะได้เท่ากับ 51 x 391112ให้นำ 1 ไปบวกกับเลขชี้กำลังของตัวประกอบแต่ละตัวดังนี้- 👉 5 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 3911 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
3นำผลบวกของเลขชี้กำลังที่ได้มาคูณกันดังนี้ 2 x 2 = 4✔คำตอบ ตัวประกอบทั้งหมดของ 19555 มีทั้งหมด 4 ตัว ✔
วิธีทำ
1หาร 19555 ด้วยตัวประกอบเฉพาะของ 19555 นั้นก็คือ 5, 3911 (ในการหารแต่ละครั้งแนะนำให้ใช้ตัวประกอบเฉพาะที่มีค่าน้อยที่สุด)
2หากผลการหารที่ได้ยังไม่เท่ากับ 1 ให้นำผลการหารที่ได้ก่อนหน้านี้มาหารด้วยตัวประกอบเฉพาะอีกครั้ง
3ดำเนินการเช่นเดียวกับข้อ 2 ไปเรื่อยๆ จนกว่าผลหารสุดท้ายมีค่าเท่ากับ 1
4นำตัวหารทั้งหมดมาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 19555
5
)19555
3911
)3911
1
ดังนั้น 19555 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
19555 = 5 x 3911
1แยกตัวประกอบของ 19555 และเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังจะได้เท่ากับ 51 x 39111
2ให้นำ 1 ไปบวกกับเลขชี้กำลังของตัวประกอบแต่ละตัวดังนี้
- 👉 5 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 3911 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
3นำผลบวกของเลขชี้กำลังที่ได้มาคูณกันดังนี้ 2 x 2 = 4✔
คำตอบ ตัวประกอบทั้งหมดของ 19555 มีทั้งหมด 4 ตัว ✔
เมื่อคุณรู้ตัวประกอบและวิธีการแยกตัวประกอบของ 19555 แล้วลองแวะดูบทความอื่นๆที่น่าสนใจด้านล่างนี้ได้น่ะ 👇
