โปรแกรมหาตัวประกอบของจำนวนนับ
ใส่ตัวเลขที่ต้องการหาตัวประกอบ โปรแกรมจะแสดงคำตอบและวิธีการแยกตัวประกอบให้อัตโนมัติ
เทพควิช-lnwquiz

ตัวประกอบของ 19552 และวิธีการแยกตัวประกอบของ 19552

คำนิยาม

ตัวประกอบของ 19552 มีอะไรบ้าง

ตัวประกอบของ 19552 มีทั้งหมด 24 ตัวคือ 1, 2, 4, 8, 13, 16, 26, 32, 47, 52, 94, 104, 188, 208, 376, 416, 611, 752, 1222, 1504, 2444, 4888, 9776, 19552
ตรวจคำตอบด้วยการหาร
19552 ÷ 1=19552เหลือเศษ 0
19552 ÷ 2=9776เหลือเศษ 0
19552 ÷ 4=4888เหลือเศษ 0
19552 ÷ 8=2444เหลือเศษ 0
19552 ÷ 13=1504เหลือเศษ 0
19552 ÷ 16=1222เหลือเศษ 0
19552 ÷ 26=752เหลือเศษ 0
19552 ÷ 32=611เหลือเศษ 0
19552 ÷ 47=416เหลือเศษ 0
19552 ÷ 52=376เหลือเศษ 0
19552 ÷ 94=208เหลือเศษ 0
19552 ÷ 104=188เหลือเศษ 0
19552 ÷ 188=104เหลือเศษ 0
19552 ÷ 208=94เหลือเศษ 0
19552 ÷ 376=52เหลือเศษ 0
19552 ÷ 416=47เหลือเศษ 0
19552 ÷ 611=32เหลือเศษ 0
19552 ÷ 752=26เหลือเศษ 0
19552 ÷ 1222=16เหลือเศษ 0
19552 ÷ 1504=13เหลือเศษ 0
19552 ÷ 2444=8เหลือเศษ 0
19552 ÷ 4888=4เหลือเศษ 0
19552 ÷ 9776=2เหลือเศษ 0
19552 ÷ 19552=1เหลือเศษ 0
ตรวจคำตอบด้วยการจับคู่หาจำนวนที่คูณกันได้ 19552
1 x 19552
2 x 9776
4 x 4888
8 x 2444
13 x 1504
16 x 1222
26 x 752
32 x 611
47 x 416
52 x 376
94 x 208
104 x 188
ผลบวกของตัวประกอบทั้งหมดของ 19552
1 + 2 + 4 + 8 + 13 + 16 + 26 + 32 + 47 + 52 + 94 + 104 + 188 + 208 + 376 + 416 + 611 + 752 + 1222 + 1504 + 2444 + 4888 + 9776 + 19552 = 42336
ตัวประกอบของ 19552 ที่เป็นจำนวนเฉพาะมีทั้งหมด 3 ตัวดังนี้
2, 13, 47
การแยกตัวประกอบคืออะไร

19552 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้

19552 = 2 x 2 x 2 x 2 x 2 x 13 x 47
จากผลการแยกตัวประกอบด้านบนจะเห็นว่ามีจำนวนบางจำนวนที่ซ้ำกัน ดังนั้นเราสามารถเขียนการแยกตัวประกอบของ 19552 ให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังได้ดังนี้
19552 = 25 x 13 x 47
วิธีการแยกตัวประกอบ

1. การแยกตัวประกอบของ 19552 ด้วยวิธีแผนภาพต้นไม้🌲

วิธีทำ
1จำนวนที่โจทย์กำหนดมา คือ 19552 ดังนั้นให้หาจำนวนที่คูณกันได้ 19552 มา 1 คู่ เช่น 2 x 9776
2พิจารณาว่าจำนวน 1 คู่ที่เลือกมาเป็นจำนวนเฉพาะหรือยัง
3ถ้าจำนวนใดยังไม่ใช่จำนวนเฉพาะให้หาจำนวนที่คูณกันได้จำนวนนั้น และให้เลือกเอาจำนวนที่คูณกันได้จำนวนนั้นมา 1 คู่(ทำคล้ายๆกับข้อที่ 1)
4ทำโดยใช้หลักการข้อที่ 2 และ 3 ไปเรื่อยๆ จนกว่าจำนวนสุดท้ายจะเป็นจำนวนเฉพาะ
5เอาจำนวนเฉพาะทั้งหมดที่ได้มาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 19552
ตัวอย่างแผนภาพต้นไม้ของ 19552 แบบที่หนึ่ง
  • 19552
    • 104
      • 8
        • 2
        • 4
          • 2
          • 2
      • 13
    • 188
      • 4
        • 2
        • 2
      • 47

ตัวอย่างแผนภาพต้นไม้ของ 19552 แบบที่สอง
  • 19552
    • 2
    • 9776
      • 2
      • 4888
        • 2
        • 2444
          • 2
          • 1222
            • 2
            • 611
              • 13
              • 47
ดังนั้น 19552 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
19552 = 2 x 2 x 2 x 2 x 2 x 13 x 47
หรือจะเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลัง
19552 = 25 x 13 x 47 หรือ 25 x 131 x 471

2. การแยกตัวประกอบของ 19552 ด้วยวิธีหารสั้น

วิธีทำ
1หาร 19552 ด้วยตัวประกอบเฉพาะของ 19552 นั้นก็คือ 2, 13, 47 (ในการหารแต่ละครั้งแนะนำให้ใช้ตัวประกอบเฉพาะที่มีค่าน้อยที่สุด)
2หากผลการหารที่ได้ยังไม่เท่ากับ 1 ให้นำผลการหารที่ได้ก่อนหน้านี้มาหารด้วยตัวประกอบเฉพาะอีกครั้ง
3ดำเนินการเช่นเดียวกับข้อ 2 ไปเรื่อยๆ จนกว่าผลหารสุดท้ายมีค่าเท่ากับ 1
4นำตัวหารทั้งหมดมาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 19552

2
)19552
2
)9776
2
)4888
2
)2444
2
)1222
13
)611
47
)47
1
ดังนั้น 19552 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
19552 = 2 x 2 x 2 x 2 x 2 x 13 x 47
หรือจะเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลัง
19552 = 25 x 13 x 47 หรือ 25 x 131 x 471

วิธีหาจำนวนตัวประกอบทั้งหมดของ 19552

1แยกตัวประกอบของ 19552 และเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังจะได้เท่ากับ 25 x 131 x 471
2ให้นำ 1 ไปบวกกับเลขชี้กำลังของตัวประกอบแต่ละตัวดังนี้
  • 👉 2 มีเลขชี้กำลังคือ 5 ให้เอา 5 + 1 = 6
  • 👉 13 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
  • 👉 47 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
3นำผลบวกของเลขชี้กำลังที่ได้มาคูณกันดังนี้ 6 x 2 x 2 = 24
คำตอบ ตัวประกอบทั้งหมดของ 19552 มีทั้งหมด 24 ตัว
เมื่อคุณรู้ตัวประกอบและวิธีการแยกตัวประกอบของ 19552 แล้วลองแวะดูบทความอื่นๆที่น่าสนใจด้านล่างนี้ได้น่ะ 👇