โปรแกรมหาตัวประกอบของจำนวนนับ
ใส่ตัวเลขที่ต้องการหาตัวประกอบ โปรแกรมจะแสดงคำตอบและวิธีการแยกตัวประกอบให้อัตโนมัติ
เทพควิช-lnwquiz

ตัวประกอบของ 19551 และวิธีการแยกตัวประกอบของ 19551

คำนิยาม

ตัวประกอบของ 19551 มีอะไรบ้าง

ตัวประกอบของ 19551 มีทั้งหมด 16 ตัวคือ 1, 3, 7, 19, 21, 49, 57, 133, 147, 343, 399, 931, 1029, 2793, 6517, 19551
ตรวจคำตอบด้วยการหาร
19551 ÷ 1=19551เหลือเศษ 0
19551 ÷ 3=6517เหลือเศษ 0
19551 ÷ 7=2793เหลือเศษ 0
19551 ÷ 19=1029เหลือเศษ 0
19551 ÷ 21=931เหลือเศษ 0
19551 ÷ 49=399เหลือเศษ 0
19551 ÷ 57=343เหลือเศษ 0
19551 ÷ 133=147เหลือเศษ 0
19551 ÷ 147=133เหลือเศษ 0
19551 ÷ 343=57เหลือเศษ 0
19551 ÷ 399=49เหลือเศษ 0
19551 ÷ 931=21เหลือเศษ 0
19551 ÷ 1029=19เหลือเศษ 0
19551 ÷ 2793=7เหลือเศษ 0
19551 ÷ 6517=3เหลือเศษ 0
19551 ÷ 19551=1เหลือเศษ 0
ตรวจคำตอบด้วยการจับคู่หาจำนวนที่คูณกันได้ 19551
1 x 19551
3 x 6517
7 x 2793
19 x 1029
21 x 931
49 x 399
57 x 343
133 x 147
ผลบวกของตัวประกอบทั้งหมดของ 19551
1 + 3 + 7 + 19 + 21 + 49 + 57 + 133 + 147 + 343 + 399 + 931 + 1029 + 2793 + 6517 + 19551 = 32000
ตัวประกอบของ 19551 ที่เป็นจำนวนเฉพาะมีทั้งหมด 3 ตัวดังนี้
3, 7, 19
การแยกตัวประกอบคืออะไร

19551 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้

19551 = 3 x 7 x 7 x 7 x 19
จากผลการแยกตัวประกอบด้านบนจะเห็นว่ามีจำนวนบางจำนวนที่ซ้ำกัน ดังนั้นเราสามารถเขียนการแยกตัวประกอบของ 19551 ให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังได้ดังนี้
19551 = 3 x 73 x 19
วิธีการแยกตัวประกอบ

1. การแยกตัวประกอบของ 19551 ด้วยวิธีแผนภาพต้นไม้🌲

วิธีทำ
1จำนวนที่โจทย์กำหนดมา คือ 19551 ดังนั้นให้หาจำนวนที่คูณกันได้ 19551 มา 1 คู่ เช่น 3 x 6517
2พิจารณาว่าจำนวน 1 คู่ที่เลือกมาเป็นจำนวนเฉพาะหรือยัง
3ถ้าจำนวนใดยังไม่ใช่จำนวนเฉพาะให้หาจำนวนที่คูณกันได้จำนวนนั้น และให้เลือกเอาจำนวนที่คูณกันได้จำนวนนั้นมา 1 คู่(ทำคล้ายๆกับข้อที่ 1)
4ทำโดยใช้หลักการข้อที่ 2 และ 3 ไปเรื่อยๆ จนกว่าจำนวนสุดท้ายจะเป็นจำนวนเฉพาะ
5เอาจำนวนเฉพาะทั้งหมดที่ได้มาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 19551
ตัวอย่างแผนภาพต้นไม้ของ 19551 แบบที่หนึ่ง
  • 19551
    • 133
      • 7
      • 19
    • 147
      • 7
      • 21
        • 3
        • 7

ตัวอย่างแผนภาพต้นไม้ของ 19551 แบบที่สอง
  • 19551
    • 3
    • 6517
      • 7
      • 931
        • 7
        • 133
          • 7
          • 19
ดังนั้น 19551 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
19551 = 3 x 7 x 7 x 7 x 19
หรือจะเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลัง
19551 = 3 x 73 x 19 หรือ 31 x 73 x 191

2. การแยกตัวประกอบของ 19551 ด้วยวิธีหารสั้น

วิธีทำ
1หาร 19551 ด้วยตัวประกอบเฉพาะของ 19551 นั้นก็คือ 3, 7, 19 (ในการหารแต่ละครั้งแนะนำให้ใช้ตัวประกอบเฉพาะที่มีค่าน้อยที่สุด)
2หากผลการหารที่ได้ยังไม่เท่ากับ 1 ให้นำผลการหารที่ได้ก่อนหน้านี้มาหารด้วยตัวประกอบเฉพาะอีกครั้ง
3ดำเนินการเช่นเดียวกับข้อ 2 ไปเรื่อยๆ จนกว่าผลหารสุดท้ายมีค่าเท่ากับ 1
4นำตัวหารทั้งหมดมาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 19551

3
)19551
7
)6517
7
)931
7
)133
19
)19
1
ดังนั้น 19551 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
19551 = 3 x 7 x 7 x 7 x 19
หรือจะเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลัง
19551 = 3 x 73 x 19 หรือ 31 x 73 x 191

วิธีหาจำนวนตัวประกอบทั้งหมดของ 19551

1แยกตัวประกอบของ 19551 และเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังจะได้เท่ากับ 31 x 73 x 191
2ให้นำ 1 ไปบวกกับเลขชี้กำลังของตัวประกอบแต่ละตัวดังนี้
  • 👉 3 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
  • 👉 7 มีเลขชี้กำลังคือ 3 ให้เอา 3 + 1 = 4
  • 👉 19 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
3นำผลบวกของเลขชี้กำลังที่ได้มาคูณกันดังนี้ 2 x 4 x 2 = 16
คำตอบ ตัวประกอบทั้งหมดของ 19551 มีทั้งหมด 16 ตัว
เมื่อคุณรู้ตัวประกอบและวิธีการแยกตัวประกอบของ 19551 แล้วลองแวะดูบทความอื่นๆที่น่าสนใจด้านล่างนี้ได้น่ะ 👇