โปรแกรมหาตัวประกอบของจำนวนนับ
ใส่ตัวเลขที่ต้องการหาตัวประกอบ โปรแกรมจะแสดงคำตอบและวิธีการแยกตัวประกอบให้อัตโนมัติ
เทพควิช-lnwquiz

ตัวประกอบของ 19544 และวิธีการแยกตัวประกอบของ 19544

คำนิยาม

ตัวประกอบของ 19544 มีอะไรบ้าง

ตัวประกอบของ 19544 มีทั้งหมด 16 ตัวคือ 1, 2, 4, 7, 8, 14, 28, 56, 349, 698, 1396, 2443, 2792, 4886, 9772, 19544
ตรวจคำตอบด้วยการหาร
19544 ÷ 1=19544เหลือเศษ 0
19544 ÷ 2=9772เหลือเศษ 0
19544 ÷ 4=4886เหลือเศษ 0
19544 ÷ 7=2792เหลือเศษ 0
19544 ÷ 8=2443เหลือเศษ 0
19544 ÷ 14=1396เหลือเศษ 0
19544 ÷ 28=698เหลือเศษ 0
19544 ÷ 56=349เหลือเศษ 0
19544 ÷ 349=56เหลือเศษ 0
19544 ÷ 698=28เหลือเศษ 0
19544 ÷ 1396=14เหลือเศษ 0
19544 ÷ 2443=8เหลือเศษ 0
19544 ÷ 2792=7เหลือเศษ 0
19544 ÷ 4886=4เหลือเศษ 0
19544 ÷ 9772=2เหลือเศษ 0
19544 ÷ 19544=1เหลือเศษ 0
ตรวจคำตอบด้วยการจับคู่หาจำนวนที่คูณกันได้ 19544
1 x 19544
2 x 9772
4 x 4886
7 x 2792
8 x 2443
14 x 1396
28 x 698
56 x 349
ผลบวกของตัวประกอบทั้งหมดของ 19544
1 + 2 + 4 + 7 + 8 + 14 + 28 + 56 + 349 + 698 + 1396 + 2443 + 2792 + 4886 + 9772 + 19544 = 42000
ตัวประกอบของ 19544 ที่เป็นจำนวนเฉพาะมีทั้งหมด 3 ตัวดังนี้
2, 7, 349
การแยกตัวประกอบคืออะไร

19544 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้

19544 = 2 x 2 x 2 x 7 x 349
จากผลการแยกตัวประกอบด้านบนจะเห็นว่ามีจำนวนบางจำนวนที่ซ้ำกัน ดังนั้นเราสามารถเขียนการแยกตัวประกอบของ 19544 ให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังได้ดังนี้
19544 = 23 x 7 x 349
วิธีการแยกตัวประกอบ

1. การแยกตัวประกอบของ 19544 ด้วยวิธีแผนภาพต้นไม้🌲

วิธีทำ
1จำนวนที่โจทย์กำหนดมา คือ 19544 ดังนั้นให้หาจำนวนที่คูณกันได้ 19544 มา 1 คู่ เช่น 2 x 9772
2พิจารณาว่าจำนวน 1 คู่ที่เลือกมาเป็นจำนวนเฉพาะหรือยัง
3ถ้าจำนวนใดยังไม่ใช่จำนวนเฉพาะให้หาจำนวนที่คูณกันได้จำนวนนั้น และให้เลือกเอาจำนวนที่คูณกันได้จำนวนนั้นมา 1 คู่(ทำคล้ายๆกับข้อที่ 1)
4ทำโดยใช้หลักการข้อที่ 2 และ 3 ไปเรื่อยๆ จนกว่าจำนวนสุดท้ายจะเป็นจำนวนเฉพาะ
5เอาจำนวนเฉพาะทั้งหมดที่ได้มาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 19544
ตัวอย่างแผนภาพต้นไม้ของ 19544 แบบที่หนึ่ง
  • 19544
    • 56
      • 7
      • 8
        • 2
        • 4
          • 2
          • 2
    • 349

ตัวอย่างแผนภาพต้นไม้ของ 19544 แบบที่สอง
  • 19544
    • 2
    • 9772
      • 2
      • 4886
        • 2
        • 2443
          • 7
          • 349
ดังนั้น 19544 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
19544 = 2 x 2 x 2 x 7 x 349
หรือจะเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลัง
19544 = 23 x 7 x 349 หรือ 23 x 71 x 3491

2. การแยกตัวประกอบของ 19544 ด้วยวิธีหารสั้น

วิธีทำ
1หาร 19544 ด้วยตัวประกอบเฉพาะของ 19544 นั้นก็คือ 2, 7, 349 (ในการหารแต่ละครั้งแนะนำให้ใช้ตัวประกอบเฉพาะที่มีค่าน้อยที่สุด)
2หากผลการหารที่ได้ยังไม่เท่ากับ 1 ให้นำผลการหารที่ได้ก่อนหน้านี้มาหารด้วยตัวประกอบเฉพาะอีกครั้ง
3ดำเนินการเช่นเดียวกับข้อ 2 ไปเรื่อยๆ จนกว่าผลหารสุดท้ายมีค่าเท่ากับ 1
4นำตัวหารทั้งหมดมาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 19544

2
)19544
2
)9772
2
)4886
7
)2443
349
)349
1
ดังนั้น 19544 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
19544 = 2 x 2 x 2 x 7 x 349
หรือจะเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลัง
19544 = 23 x 7 x 349 หรือ 23 x 71 x 3491

วิธีหาจำนวนตัวประกอบทั้งหมดของ 19544

1แยกตัวประกอบของ 19544 และเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังจะได้เท่ากับ 23 x 71 x 3491
2ให้นำ 1 ไปบวกกับเลขชี้กำลังของตัวประกอบแต่ละตัวดังนี้
  • 👉 2 มีเลขชี้กำลังคือ 3 ให้เอา 3 + 1 = 4
  • 👉 7 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
  • 👉 349 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
3นำผลบวกของเลขชี้กำลังที่ได้มาคูณกันดังนี้ 4 x 2 x 2 = 16
คำตอบ ตัวประกอบทั้งหมดของ 19544 มีทั้งหมด 16 ตัว
เมื่อคุณรู้ตัวประกอบและวิธีการแยกตัวประกอบของ 19544 แล้วลองแวะดูบทความอื่นๆที่น่าสนใจด้านล่างนี้ได้น่ะ 👇