ตัวประกอบของ 17237 และวิธีการแยกตัวประกอบของ 17237
คำนิยาม
ตัวประกอบของจำนวนนับใดๆ หมายถึง จำนวนนับที่หารจำนวนนับที่เรากำหนดให้ได้ลงตัว
ดังนั้นตัวประกอบของ 17237 หมายถึงจำนวนนับที่หาร 17237 ได้ลงตัว
▶
▶ 2. การแยกตัวประกอบของ 17237 ด้วยวิธีหารสั้น
ตัวประกอบของ 17237 มีอะไรบ้าง
ตัวประกอบของ 17237 มีทั้งหมด 4 ตัวคือ 1, 11, 1567, 17237
ตรวจคำตอบด้วยการหาร
| 17237 ÷ 1 | = | 17237 | เหลือเศษ 0 |
| 17237 ÷ 11 | = | 1567 | เหลือเศษ 0 |
| 17237 ÷ 1567 | = | 11 | เหลือเศษ 0 |
| 17237 ÷ 17237 | = | 1 | เหลือเศษ 0 |
ตรวจคำตอบด้วยการจับคู่หาจำนวนที่คูณกันได้ 17237
| 1 x 17237 | = | 17237 |
| 11 x 1567 | = | 17237 |
ผลบวกของตัวประกอบทั้งหมดของ 17237
1 + 11 + 1567 + 17237 = 18816
▶ ตัวประกอบของ 17237 ที่เป็นจำนวนเฉพาะมีทั้งหมด 2 ตัวดังนี้
11, 1567
จำนวนเฉพาะ (Prime number) คือ จำนวนนับที่มากกว่า 1 และมีตัวประกอบเพียงสองตัวคือ 1 และตัวมันเอง
ตัวประกอบที่เป็นจำนวนเฉพาะ เรียกว่า "ตัวประกอบเฉพาะ"
การแยกตัวประกอบคืออะไร
การแยกตัวประกอบ คือ การเขียนจำนวนนับนั้นให้อยู่ในรูปการคูณของตัวประกอบเฉพาะ
▶ 17237 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
17237 = 11 x 1567
วิธีการแยกตัวประกอบ
1. การแยกตัวประกอบของ 17237 ด้วยวิธีแผนภาพต้นไม้🌲
วิธีทำ
1จำนวนที่โจทย์กำหนดมา คือ 17237 ดังนั้นให้หาจำนวนที่คูณกันได้ 17237 มา 1 คู่ เช่น 11 x 1567
2พิจารณาว่าจำนวน 1 คู่ที่เลือกมาเป็นจำนวนเฉพาะหรือยัง
3ถ้าจำนวนใดยังไม่ใช่จำนวนเฉพาะให้หาจำนวนที่คูณกันได้จำนวนนั้น และให้เลือกเอาจำนวนที่คูณกันได้จำนวนนั้นมา 1 คู่(ทำคล้ายๆกับข้อที่ 1)
4ทำโดยใช้หลักการข้อที่ 2 และ 3 ไปเรื่อยๆ จนกว่าจำนวนสุดท้ายจะเป็นจำนวนเฉพาะ
5เอาจำนวนเฉพาะทั้งหมดที่ได้มาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 17237
ตัวอย่างแผนภาพต้นไม้ของ 17237
- 17237
- 11
- 1567
ดังนั้น 17237 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
17237 =
11 x 1567
2. การแยกตัวประกอบของ 17237 ด้วยวิธีหารสั้นวิธีทำ1หาร 17237 ด้วยตัวประกอบเฉพาะของ 17237 นั้นก็คือ 11, 1567 (ในการหารแต่ละครั้งแนะนำให้ใช้ตัวประกอบเฉพาะที่มีค่าน้อยที่สุด)2หากผลการหารที่ได้ยังไม่เท่ากับ 1 ให้นำผลการหารที่ได้ก่อนหน้านี้มาหารด้วยตัวประกอบเฉพาะอีกครั้ง3ดำเนินการเช่นเดียวกับข้อ 2 ไปเรื่อยๆ จนกว่าผลหารสุดท้ายมีค่าเท่ากับ 14นำตัวหารทั้งหมดมาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 17237
11)172371567)15671ดังนั้น 17237 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้17237 = 11 x 1567วิธีหาจำนวนตัวประกอบทั้งหมดของ 17237
1แยกตัวประกอบของ 17237 และเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังจะได้เท่ากับ 111 x 156712ให้นำ 1 ไปบวกกับเลขชี้กำลังของตัวประกอบแต่ละตัวดังนี้- 👉 11 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 1567 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
3นำผลบวกของเลขชี้กำลังที่ได้มาคูณกันดังนี้ 2 x 2 = 4✔คำตอบ ตัวประกอบทั้งหมดของ 17237 มีทั้งหมด 4 ตัว ✔
วิธีทำ
1หาร 17237 ด้วยตัวประกอบเฉพาะของ 17237 นั้นก็คือ 11, 1567 (ในการหารแต่ละครั้งแนะนำให้ใช้ตัวประกอบเฉพาะที่มีค่าน้อยที่สุด)
2หากผลการหารที่ได้ยังไม่เท่ากับ 1 ให้นำผลการหารที่ได้ก่อนหน้านี้มาหารด้วยตัวประกอบเฉพาะอีกครั้ง
3ดำเนินการเช่นเดียวกับข้อ 2 ไปเรื่อยๆ จนกว่าผลหารสุดท้ายมีค่าเท่ากับ 1
4นำตัวหารทั้งหมดมาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 17237
11
)17237
1567
)1567
1
ดังนั้น 17237 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
17237 = 11 x 1567
1แยกตัวประกอบของ 17237 และเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังจะได้เท่ากับ 111 x 15671
2ให้นำ 1 ไปบวกกับเลขชี้กำลังของตัวประกอบแต่ละตัวดังนี้
- 👉 11 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 1567 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
3นำผลบวกของเลขชี้กำลังที่ได้มาคูณกันดังนี้ 2 x 2 = 4✔
คำตอบ ตัวประกอบทั้งหมดของ 17237 มีทั้งหมด 4 ตัว ✔
เมื่อคุณรู้ตัวประกอบและวิธีการแยกตัวประกอบของ 17237 แล้วลองแวะดูบทความอื่นๆที่น่าสนใจด้านล่างนี้ได้น่ะ 👇
