โปรแกรมหาตัวประกอบของจำนวนนับ
ใส่ตัวเลขที่ต้องการหาตัวประกอบ โปรแกรมจะแสดงคำตอบและวิธีการแยกตัวประกอบให้อัตโนมัติ
เทพควิช-lnwquiz

ตัวประกอบของ 16983 และวิธีการแยกตัวประกอบของ 16983

คำนิยาม

ตัวประกอบของ 16983 มีอะไรบ้าง

ตัวประกอบของ 16983 มีทั้งหมด 16 ตัวคือ 1, 3, 9, 17, 27, 37, 51, 111, 153, 333, 459, 629, 999, 1887, 5661, 16983
ตรวจคำตอบด้วยการหาร
16983 ÷ 1=16983เหลือเศษ 0
16983 ÷ 3=5661เหลือเศษ 0
16983 ÷ 9=1887เหลือเศษ 0
16983 ÷ 17=999เหลือเศษ 0
16983 ÷ 27=629เหลือเศษ 0
16983 ÷ 37=459เหลือเศษ 0
16983 ÷ 51=333เหลือเศษ 0
16983 ÷ 111=153เหลือเศษ 0
16983 ÷ 153=111เหลือเศษ 0
16983 ÷ 333=51เหลือเศษ 0
16983 ÷ 459=37เหลือเศษ 0
16983 ÷ 629=27เหลือเศษ 0
16983 ÷ 999=17เหลือเศษ 0
16983 ÷ 1887=9เหลือเศษ 0
16983 ÷ 5661=3เหลือเศษ 0
16983 ÷ 16983=1เหลือเศษ 0
ตรวจคำตอบด้วยการจับคู่หาจำนวนที่คูณกันได้ 16983
1 x 16983
3 x 5661
9 x 1887
17 x 999
27 x 629
37 x 459
51 x 333
111 x 153
ผลบวกของตัวประกอบทั้งหมดของ 16983
1 + 3 + 9 + 17 + 27 + 37 + 51 + 111 + 153 + 333 + 459 + 629 + 999 + 1887 + 5661 + 16983 = 27360
ตัวประกอบของ 16983 ที่เป็นจำนวนเฉพาะมีทั้งหมด 3 ตัวดังนี้
3, 17, 37
การแยกตัวประกอบคืออะไร

16983 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้

16983 = 3 x 3 x 3 x 17 x 37
จากผลการแยกตัวประกอบด้านบนจะเห็นว่ามีจำนวนบางจำนวนที่ซ้ำกัน ดังนั้นเราสามารถเขียนการแยกตัวประกอบของ 16983 ให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังได้ดังนี้
16983 = 33 x 17 x 37
วิธีการแยกตัวประกอบ

1. การแยกตัวประกอบของ 16983 ด้วยวิธีแผนภาพต้นไม้🌲

วิธีทำ
1จำนวนที่โจทย์กำหนดมา คือ 16983 ดังนั้นให้หาจำนวนที่คูณกันได้ 16983 มา 1 คู่ เช่น 3 x 5661
2พิจารณาว่าจำนวน 1 คู่ที่เลือกมาเป็นจำนวนเฉพาะหรือยัง
3ถ้าจำนวนใดยังไม่ใช่จำนวนเฉพาะให้หาจำนวนที่คูณกันได้จำนวนนั้น และให้เลือกเอาจำนวนที่คูณกันได้จำนวนนั้นมา 1 คู่(ทำคล้ายๆกับข้อที่ 1)
4ทำโดยใช้หลักการข้อที่ 2 และ 3 ไปเรื่อยๆ จนกว่าจำนวนสุดท้ายจะเป็นจำนวนเฉพาะ
5เอาจำนวนเฉพาะทั้งหมดที่ได้มาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 16983
ตัวอย่างแผนภาพต้นไม้ของ 16983 แบบที่หนึ่ง
  • 16983
    • 111
      • 3
      • 37
    • 153
      • 9
        • 3
        • 3
      • 17

ตัวอย่างแผนภาพต้นไม้ของ 16983 แบบที่สอง
  • 16983
    • 3
    • 5661
      • 3
      • 1887
        • 3
        • 629
          • 17
          • 37
ดังนั้น 16983 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
16983 = 3 x 3 x 3 x 17 x 37
หรือจะเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลัง
16983 = 33 x 17 x 37 หรือ 33 x 171 x 371

2. การแยกตัวประกอบของ 16983 ด้วยวิธีหารสั้น

วิธีทำ
1หาร 16983 ด้วยตัวประกอบเฉพาะของ 16983 นั้นก็คือ 3, 17, 37 (ในการหารแต่ละครั้งแนะนำให้ใช้ตัวประกอบเฉพาะที่มีค่าน้อยที่สุด)
2หากผลการหารที่ได้ยังไม่เท่ากับ 1 ให้นำผลการหารที่ได้ก่อนหน้านี้มาหารด้วยตัวประกอบเฉพาะอีกครั้ง
3ดำเนินการเช่นเดียวกับข้อ 2 ไปเรื่อยๆ จนกว่าผลหารสุดท้ายมีค่าเท่ากับ 1
4นำตัวหารทั้งหมดมาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 16983

3
)16983
3
)5661
3
)1887
17
)629
37
)37
1
ดังนั้น 16983 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
16983 = 3 x 3 x 3 x 17 x 37
หรือจะเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลัง
16983 = 33 x 17 x 37 หรือ 33 x 171 x 371

วิธีหาจำนวนตัวประกอบทั้งหมดของ 16983

1แยกตัวประกอบของ 16983 และเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังจะได้เท่ากับ 33 x 171 x 371
2ให้นำ 1 ไปบวกกับเลขชี้กำลังของตัวประกอบแต่ละตัวดังนี้
  • 👉 3 มีเลขชี้กำลังคือ 3 ให้เอา 3 + 1 = 4
  • 👉 17 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
  • 👉 37 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
3นำผลบวกของเลขชี้กำลังที่ได้มาคูณกันดังนี้ 4 x 2 x 2 = 16
คำตอบ ตัวประกอบทั้งหมดของ 16983 มีทั้งหมด 16 ตัว
เมื่อคุณรู้ตัวประกอบและวิธีการแยกตัวประกอบของ 16983 แล้วลองแวะดูบทความอื่นๆที่น่าสนใจด้านล่างนี้ได้น่ะ 👇