โปรแกรมหาตัวประกอบของจำนวนนับ
ใส่ตัวเลขที่ต้องการหาตัวประกอบ โปรแกรมจะแสดงคำตอบและวิธีการแยกตัวประกอบให้อัตโนมัติ
เทพควิช-lnwquiz

ตัวประกอบของ 16947 และวิธีการแยกตัวประกอบของ 16947

คำนิยาม

ตัวประกอบของ 16947 มีอะไรบ้าง

ตัวประกอบของ 16947 มีทั้งหมด 12 ตัวคือ 1, 3, 7, 9, 21, 63, 269, 807, 1883, 2421, 5649, 16947
ตรวจคำตอบด้วยการหาร
16947 ÷ 1=16947เหลือเศษ 0
16947 ÷ 3=5649เหลือเศษ 0
16947 ÷ 7=2421เหลือเศษ 0
16947 ÷ 9=1883เหลือเศษ 0
16947 ÷ 21=807เหลือเศษ 0
16947 ÷ 63=269เหลือเศษ 0
16947 ÷ 269=63เหลือเศษ 0
16947 ÷ 807=21เหลือเศษ 0
16947 ÷ 1883=9เหลือเศษ 0
16947 ÷ 2421=7เหลือเศษ 0
16947 ÷ 5649=3เหลือเศษ 0
16947 ÷ 16947=1เหลือเศษ 0
ตรวจคำตอบด้วยการจับคู่หาจำนวนที่คูณกันได้ 16947
1 x 16947
3 x 5649
7 x 2421
9 x 1883
21 x 807
63 x 269
ผลบวกของตัวประกอบทั้งหมดของ 16947
1 + 3 + 7 + 9 + 21 + 63 + 269 + 807 + 1883 + 2421 + 5649 + 16947 = 28080
ตัวประกอบของ 16947 ที่เป็นจำนวนเฉพาะมีทั้งหมด 3 ตัวดังนี้
3, 7, 269
การแยกตัวประกอบคืออะไร

16947 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้

16947 = 3 x 3 x 7 x 269
จากผลการแยกตัวประกอบด้านบนจะเห็นว่ามีจำนวนบางจำนวนที่ซ้ำกัน ดังนั้นเราสามารถเขียนการแยกตัวประกอบของ 16947 ให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังได้ดังนี้
16947 = 32 x 7 x 269
วิธีการแยกตัวประกอบ

1. การแยกตัวประกอบของ 16947 ด้วยวิธีแผนภาพต้นไม้🌲

วิธีทำ
1จำนวนที่โจทย์กำหนดมา คือ 16947 ดังนั้นให้หาจำนวนที่คูณกันได้ 16947 มา 1 คู่ เช่น 3 x 5649
2พิจารณาว่าจำนวน 1 คู่ที่เลือกมาเป็นจำนวนเฉพาะหรือยัง
3ถ้าจำนวนใดยังไม่ใช่จำนวนเฉพาะให้หาจำนวนที่คูณกันได้จำนวนนั้น และให้เลือกเอาจำนวนที่คูณกันได้จำนวนนั้นมา 1 คู่(ทำคล้ายๆกับข้อที่ 1)
4ทำโดยใช้หลักการข้อที่ 2 และ 3 ไปเรื่อยๆ จนกว่าจำนวนสุดท้ายจะเป็นจำนวนเฉพาะ
5เอาจำนวนเฉพาะทั้งหมดที่ได้มาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 16947
ตัวอย่างแผนภาพต้นไม้ของ 16947 แบบที่หนึ่ง
  • 16947
    • 63
      • 7
      • 9
        • 3
        • 3
    • 269

ตัวอย่างแผนภาพต้นไม้ของ 16947 แบบที่สอง
  • 16947
    • 3
    • 5649
      • 3
      • 1883
        • 7
        • 269
ดังนั้น 16947 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
16947 = 3 x 3 x 7 x 269
หรือจะเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลัง
16947 = 32 x 7 x 269 หรือ 32 x 71 x 2691

2. การแยกตัวประกอบของ 16947 ด้วยวิธีหารสั้น

วิธีทำ
1หาร 16947 ด้วยตัวประกอบเฉพาะของ 16947 นั้นก็คือ 3, 7, 269 (ในการหารแต่ละครั้งแนะนำให้ใช้ตัวประกอบเฉพาะที่มีค่าน้อยที่สุด)
2หากผลการหารที่ได้ยังไม่เท่ากับ 1 ให้นำผลการหารที่ได้ก่อนหน้านี้มาหารด้วยตัวประกอบเฉพาะอีกครั้ง
3ดำเนินการเช่นเดียวกับข้อ 2 ไปเรื่อยๆ จนกว่าผลหารสุดท้ายมีค่าเท่ากับ 1
4นำตัวหารทั้งหมดมาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 16947

3
)16947
3
)5649
7
)1883
269
)269
1
ดังนั้น 16947 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
16947 = 3 x 3 x 7 x 269
หรือจะเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลัง
16947 = 32 x 7 x 269 หรือ 32 x 71 x 2691

วิธีหาจำนวนตัวประกอบทั้งหมดของ 16947

1แยกตัวประกอบของ 16947 และเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังจะได้เท่ากับ 32 x 71 x 2691
2ให้นำ 1 ไปบวกกับเลขชี้กำลังของตัวประกอบแต่ละตัวดังนี้
  • 👉 3 มีเลขชี้กำลังคือ 2 ให้เอา 2 + 1 = 3
  • 👉 7 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
  • 👉 269 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
3นำผลบวกของเลขชี้กำลังที่ได้มาคูณกันดังนี้ 3 x 2 x 2 = 12
คำตอบ ตัวประกอบทั้งหมดของ 16947 มีทั้งหมด 12 ตัว
เมื่อคุณรู้ตัวประกอบและวิธีการแยกตัวประกอบของ 16947 แล้วลองแวะดูบทความอื่นๆที่น่าสนใจด้านล่างนี้ได้น่ะ 👇