โปรแกรมหาตัวประกอบของจำนวนนับ
ใส่ตัวเลขที่ต้องการหาตัวประกอบ โปรแกรมจะแสดงคำตอบและวิธีการแยกตัวประกอบให้อัตโนมัติ
เทพควิช-lnwquiz

ตัวประกอบของ 16902 และวิธีการแยกตัวประกอบของ 16902

คำนิยาม

ตัวประกอบของ 16902 มีอะไรบ้าง

ตัวประกอบของ 16902 มีทั้งหมด 16 ตัวคือ 1, 2, 3, 6, 9, 18, 27, 54, 313, 626, 939, 1878, 2817, 5634, 8451, 16902
ตรวจคำตอบด้วยการหาร
16902 ÷ 1=16902เหลือเศษ 0
16902 ÷ 2=8451เหลือเศษ 0
16902 ÷ 3=5634เหลือเศษ 0
16902 ÷ 6=2817เหลือเศษ 0
16902 ÷ 9=1878เหลือเศษ 0
16902 ÷ 18=939เหลือเศษ 0
16902 ÷ 27=626เหลือเศษ 0
16902 ÷ 54=313เหลือเศษ 0
16902 ÷ 313=54เหลือเศษ 0
16902 ÷ 626=27เหลือเศษ 0
16902 ÷ 939=18เหลือเศษ 0
16902 ÷ 1878=9เหลือเศษ 0
16902 ÷ 2817=6เหลือเศษ 0
16902 ÷ 5634=3เหลือเศษ 0
16902 ÷ 8451=2เหลือเศษ 0
16902 ÷ 16902=1เหลือเศษ 0
ตรวจคำตอบด้วยการจับคู่หาจำนวนที่คูณกันได้ 16902
1 x 16902
2 x 8451
3 x 5634
6 x 2817
9 x 1878
18 x 939
27 x 626
54 x 313
ผลบวกของตัวประกอบทั้งหมดของ 16902
1 + 2 + 3 + 6 + 9 + 18 + 27 + 54 + 313 + 626 + 939 + 1878 + 2817 + 5634 + 8451 + 16902 = 37680
ตัวประกอบของ 16902 ที่เป็นจำนวนเฉพาะมีทั้งหมด 3 ตัวดังนี้
2, 3, 313
การแยกตัวประกอบคืออะไร

16902 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้

16902 = 2 x 3 x 3 x 3 x 313
จากผลการแยกตัวประกอบด้านบนจะเห็นว่ามีจำนวนบางจำนวนที่ซ้ำกัน ดังนั้นเราสามารถเขียนการแยกตัวประกอบของ 16902 ให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังได้ดังนี้
16902 = 2 x 33 x 313
วิธีการแยกตัวประกอบ

1. การแยกตัวประกอบของ 16902 ด้วยวิธีแผนภาพต้นไม้🌲

วิธีทำ
1จำนวนที่โจทย์กำหนดมา คือ 16902 ดังนั้นให้หาจำนวนที่คูณกันได้ 16902 มา 1 คู่ เช่น 2 x 8451
2พิจารณาว่าจำนวน 1 คู่ที่เลือกมาเป็นจำนวนเฉพาะหรือยัง
3ถ้าจำนวนใดยังไม่ใช่จำนวนเฉพาะให้หาจำนวนที่คูณกันได้จำนวนนั้น และให้เลือกเอาจำนวนที่คูณกันได้จำนวนนั้นมา 1 คู่(ทำคล้ายๆกับข้อที่ 1)
4ทำโดยใช้หลักการข้อที่ 2 และ 3 ไปเรื่อยๆ จนกว่าจำนวนสุดท้ายจะเป็นจำนวนเฉพาะ
5เอาจำนวนเฉพาะทั้งหมดที่ได้มาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 16902
ตัวอย่างแผนภาพต้นไม้ของ 16902 แบบที่หนึ่ง
  • 16902
    • 54
      • 6
        • 2
        • 3
      • 9
        • 3
        • 3
    • 313

ตัวอย่างแผนภาพต้นไม้ของ 16902 แบบที่สอง
  • 16902
    • 2
    • 8451
      • 3
      • 2817
        • 3
        • 939
          • 3
          • 313
ดังนั้น 16902 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
16902 = 2 x 3 x 3 x 3 x 313
หรือจะเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลัง
16902 = 2 x 33 x 313 หรือ 21 x 33 x 3131

2. การแยกตัวประกอบของ 16902 ด้วยวิธีหารสั้น

วิธีทำ
1หาร 16902 ด้วยตัวประกอบเฉพาะของ 16902 นั้นก็คือ 2, 3, 313 (ในการหารแต่ละครั้งแนะนำให้ใช้ตัวประกอบเฉพาะที่มีค่าน้อยที่สุด)
2หากผลการหารที่ได้ยังไม่เท่ากับ 1 ให้นำผลการหารที่ได้ก่อนหน้านี้มาหารด้วยตัวประกอบเฉพาะอีกครั้ง
3ดำเนินการเช่นเดียวกับข้อ 2 ไปเรื่อยๆ จนกว่าผลหารสุดท้ายมีค่าเท่ากับ 1
4นำตัวหารทั้งหมดมาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 16902

2
)16902
3
)8451
3
)2817
3
)939
313
)313
1
ดังนั้น 16902 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
16902 = 2 x 3 x 3 x 3 x 313
หรือจะเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลัง
16902 = 2 x 33 x 313 หรือ 21 x 33 x 3131

วิธีหาจำนวนตัวประกอบทั้งหมดของ 16902

1แยกตัวประกอบของ 16902 และเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังจะได้เท่ากับ 21 x 33 x 3131
2ให้นำ 1 ไปบวกกับเลขชี้กำลังของตัวประกอบแต่ละตัวดังนี้
  • 👉 2 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
  • 👉 3 มีเลขชี้กำลังคือ 3 ให้เอา 3 + 1 = 4
  • 👉 313 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
3นำผลบวกของเลขชี้กำลังที่ได้มาคูณกันดังนี้ 2 x 4 x 2 = 16
คำตอบ ตัวประกอบทั้งหมดของ 16902 มีทั้งหมด 16 ตัว
เมื่อคุณรู้ตัวประกอบและวิธีการแยกตัวประกอบของ 16902 แล้วลองแวะดูบทความอื่นๆที่น่าสนใจด้านล่างนี้ได้น่ะ 👇