โปรแกรมหาตัวประกอบของจำนวนนับ
ใส่ตัวเลขที่ต้องการหาตัวประกอบ โปรแกรมจะแสดงคำตอบและวิธีการแยกตัวประกอบให้อัตโนมัติ
เทพควิช-lnwquiz

ตัวประกอบของ 16857 และวิธีการแยกตัวประกอบของ 16857

คำนิยาม

ตัวประกอบของ 16857 มีอะไรบ้าง

ตัวประกอบของ 16857 มีทั้งหมด 6 ตัวคือ 1, 3, 9, 1873, 5619, 16857
ตรวจคำตอบด้วยการหาร
16857 ÷ 1=16857เหลือเศษ 0
16857 ÷ 3=5619เหลือเศษ 0
16857 ÷ 9=1873เหลือเศษ 0
16857 ÷ 1873=9เหลือเศษ 0
16857 ÷ 5619=3เหลือเศษ 0
16857 ÷ 16857=1เหลือเศษ 0
ตรวจคำตอบด้วยการจับคู่หาจำนวนที่คูณกันได้ 16857
1 x 16857
3 x 5619
9 x 1873
ผลบวกของตัวประกอบทั้งหมดของ 16857
1 + 3 + 9 + 1873 + 5619 + 16857 = 24362
ตัวประกอบของ 16857 ที่เป็นจำนวนเฉพาะมีทั้งหมด 2 ตัวดังนี้
3, 1873
การแยกตัวประกอบคืออะไร

16857 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้

16857 = 3 x 3 x 1873
จากผลการแยกตัวประกอบด้านบนจะเห็นว่ามีจำนวนบางจำนวนที่ซ้ำกัน ดังนั้นเราสามารถเขียนการแยกตัวประกอบของ 16857 ให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังได้ดังนี้
16857 = 32 x 1873
วิธีการแยกตัวประกอบ

1. การแยกตัวประกอบของ 16857 ด้วยวิธีแผนภาพต้นไม้🌲

วิธีทำ
1จำนวนที่โจทย์กำหนดมา คือ 16857 ดังนั้นให้หาจำนวนที่คูณกันได้ 16857 มา 1 คู่ เช่น 3 x 5619
2พิจารณาว่าจำนวน 1 คู่ที่เลือกมาเป็นจำนวนเฉพาะหรือยัง
3ถ้าจำนวนใดยังไม่ใช่จำนวนเฉพาะให้หาจำนวนที่คูณกันได้จำนวนนั้น และให้เลือกเอาจำนวนที่คูณกันได้จำนวนนั้นมา 1 คู่(ทำคล้ายๆกับข้อที่ 1)
4ทำโดยใช้หลักการข้อที่ 2 และ 3 ไปเรื่อยๆ จนกว่าจำนวนสุดท้ายจะเป็นจำนวนเฉพาะ
5เอาจำนวนเฉพาะทั้งหมดที่ได้มาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 16857
ตัวอย่างแผนภาพต้นไม้ของ 16857 แบบที่หนึ่ง
  • 16857
    • 9
      • 3
      • 3
    • 1873

ตัวอย่างแผนภาพต้นไม้ของ 16857 แบบที่สอง
  • 16857
    • 3
    • 5619
      • 3
      • 1873
ดังนั้น 16857 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
16857 = 3 x 3 x 1873
หรือจะเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลัง
16857 = 32 x 1873 หรือ 32 x 18731

2. การแยกตัวประกอบของ 16857 ด้วยวิธีหารสั้น

วิธีทำ
1หาร 16857 ด้วยตัวประกอบเฉพาะของ 16857 นั้นก็คือ 3, 1873 (ในการหารแต่ละครั้งแนะนำให้ใช้ตัวประกอบเฉพาะที่มีค่าน้อยที่สุด)
2หากผลการหารที่ได้ยังไม่เท่ากับ 1 ให้นำผลการหารที่ได้ก่อนหน้านี้มาหารด้วยตัวประกอบเฉพาะอีกครั้ง
3ดำเนินการเช่นเดียวกับข้อ 2 ไปเรื่อยๆ จนกว่าผลหารสุดท้ายมีค่าเท่ากับ 1
4นำตัวหารทั้งหมดมาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 16857

3
)16857
3
)5619
1873
)1873
1
ดังนั้น 16857 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
16857 = 3 x 3 x 1873
หรือจะเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลัง
16857 = 32 x 1873 หรือ 32 x 18731

วิธีหาจำนวนตัวประกอบทั้งหมดของ 16857

1แยกตัวประกอบของ 16857 และเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังจะได้เท่ากับ 32 x 18731
2ให้นำ 1 ไปบวกกับเลขชี้กำลังของตัวประกอบแต่ละตัวดังนี้
  • 👉 3 มีเลขชี้กำลังคือ 2 ให้เอา 2 + 1 = 3
  • 👉 1873 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
3นำผลบวกของเลขชี้กำลังที่ได้มาคูณกันดังนี้ 3 x 2 = 6
คำตอบ ตัวประกอบทั้งหมดของ 16857 มีทั้งหมด 6 ตัว
เมื่อคุณรู้ตัวประกอบและวิธีการแยกตัวประกอบของ 16857 แล้วลองแวะดูบทความอื่นๆที่น่าสนใจด้านล่างนี้ได้น่ะ 👇