โปรแกรมหาตัวประกอบของจำนวนนับ
ใส่ตัวเลขที่ต้องการหาตัวประกอบ โปรแกรมจะแสดงคำตอบและวิธีการแยกตัวประกอบให้อัตโนมัติ
เทพควิช-lnwquiz

ตัวประกอบของ 16866 และวิธีการแยกตัวประกอบของ 16866

คำนิยาม

ตัวประกอบของ 16866 มีอะไรบ้าง

ตัวประกอบของ 16866 มีทั้งหมด 12 ตัวคือ 1, 2, 3, 6, 9, 18, 937, 1874, 2811, 5622, 8433, 16866
ตรวจคำตอบด้วยการหาร
16866 ÷ 1=16866เหลือเศษ 0
16866 ÷ 2=8433เหลือเศษ 0
16866 ÷ 3=5622เหลือเศษ 0
16866 ÷ 6=2811เหลือเศษ 0
16866 ÷ 9=1874เหลือเศษ 0
16866 ÷ 18=937เหลือเศษ 0
16866 ÷ 937=18เหลือเศษ 0
16866 ÷ 1874=9เหลือเศษ 0
16866 ÷ 2811=6เหลือเศษ 0
16866 ÷ 5622=3เหลือเศษ 0
16866 ÷ 8433=2เหลือเศษ 0
16866 ÷ 16866=1เหลือเศษ 0
ตรวจคำตอบด้วยการจับคู่หาจำนวนที่คูณกันได้ 16866
1 x 16866
2 x 8433
3 x 5622
6 x 2811
9 x 1874
18 x 937
ผลบวกของตัวประกอบทั้งหมดของ 16866
1 + 2 + 3 + 6 + 9 + 18 + 937 + 1874 + 2811 + 5622 + 8433 + 16866 = 36582
ตัวประกอบของ 16866 ที่เป็นจำนวนเฉพาะมีทั้งหมด 3 ตัวดังนี้
2, 3, 937
การแยกตัวประกอบคืออะไร

16866 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้

16866 = 2 x 3 x 3 x 937
จากผลการแยกตัวประกอบด้านบนจะเห็นว่ามีจำนวนบางจำนวนที่ซ้ำกัน ดังนั้นเราสามารถเขียนการแยกตัวประกอบของ 16866 ให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังได้ดังนี้
16866 = 2 x 32 x 937
วิธีการแยกตัวประกอบ

1. การแยกตัวประกอบของ 16866 ด้วยวิธีแผนภาพต้นไม้🌲

วิธีทำ
1จำนวนที่โจทย์กำหนดมา คือ 16866 ดังนั้นให้หาจำนวนที่คูณกันได้ 16866 มา 1 คู่ เช่น 2 x 8433
2พิจารณาว่าจำนวน 1 คู่ที่เลือกมาเป็นจำนวนเฉพาะหรือยัง
3ถ้าจำนวนใดยังไม่ใช่จำนวนเฉพาะให้หาจำนวนที่คูณกันได้จำนวนนั้น และให้เลือกเอาจำนวนที่คูณกันได้จำนวนนั้นมา 1 คู่(ทำคล้ายๆกับข้อที่ 1)
4ทำโดยใช้หลักการข้อที่ 2 และ 3 ไปเรื่อยๆ จนกว่าจำนวนสุดท้ายจะเป็นจำนวนเฉพาะ
5เอาจำนวนเฉพาะทั้งหมดที่ได้มาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 16866
ตัวอย่างแผนภาพต้นไม้ของ 16866 แบบที่หนึ่ง
  • 16866
    • 18
      • 3
      • 6
        • 2
        • 3
    • 937

ตัวอย่างแผนภาพต้นไม้ของ 16866 แบบที่สอง
  • 16866
    • 2
    • 8433
      • 3
      • 2811
        • 3
        • 937
ดังนั้น 16866 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
16866 = 2 x 3 x 3 x 937
หรือจะเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลัง
16866 = 2 x 32 x 937 หรือ 21 x 32 x 9371

2. การแยกตัวประกอบของ 16866 ด้วยวิธีหารสั้น

วิธีทำ
1หาร 16866 ด้วยตัวประกอบเฉพาะของ 16866 นั้นก็คือ 2, 3, 937 (ในการหารแต่ละครั้งแนะนำให้ใช้ตัวประกอบเฉพาะที่มีค่าน้อยที่สุด)
2หากผลการหารที่ได้ยังไม่เท่ากับ 1 ให้นำผลการหารที่ได้ก่อนหน้านี้มาหารด้วยตัวประกอบเฉพาะอีกครั้ง
3ดำเนินการเช่นเดียวกับข้อ 2 ไปเรื่อยๆ จนกว่าผลหารสุดท้ายมีค่าเท่ากับ 1
4นำตัวหารทั้งหมดมาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 16866

2
)16866
3
)8433
3
)2811
937
)937
1
ดังนั้น 16866 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
16866 = 2 x 3 x 3 x 937
หรือจะเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลัง
16866 = 2 x 32 x 937 หรือ 21 x 32 x 9371

วิธีหาจำนวนตัวประกอบทั้งหมดของ 16866

1แยกตัวประกอบของ 16866 และเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังจะได้เท่ากับ 21 x 32 x 9371
2ให้นำ 1 ไปบวกกับเลขชี้กำลังของตัวประกอบแต่ละตัวดังนี้
  • 👉 2 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
  • 👉 3 มีเลขชี้กำลังคือ 2 ให้เอา 2 + 1 = 3
  • 👉 937 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
3นำผลบวกของเลขชี้กำลังที่ได้มาคูณกันดังนี้ 2 x 3 x 2 = 12
คำตอบ ตัวประกอบทั้งหมดของ 16866 มีทั้งหมด 12 ตัว
เมื่อคุณรู้ตัวประกอบและวิธีการแยกตัวประกอบของ 16866 แล้วลองแวะดูบทความอื่นๆที่น่าสนใจด้านล่างนี้ได้น่ะ 👇