ตัวประกอบของ 16826 และวิธีการแยกตัวประกอบของ 16826
คำนิยาม
ตัวประกอบของจำนวนนับใดๆ หมายถึง จำนวนนับที่หารจำนวนนับที่เรากำหนดให้ได้ลงตัว
ดังนั้นตัวประกอบของ 16826 หมายถึงจำนวนนับที่หาร 16826 ได้ลงตัว
▶
▶
2. การแยกตัวประกอบของ 16826 ด้วยวิธีหารสั้น
ตัวประกอบของ 16826 มีอะไรบ้าง
ตัวประกอบของ 16826 มีทั้งหมด 8 ตัวคือ 1, 2, 47, 94, 179, 358, 8413, 16826
ตรวจคำตอบด้วยการหาร
| 16826 ÷ 1 | = | 16826 | เหลือเศษ 0 |
| 16826 ÷ 2 | = | 8413 | เหลือเศษ 0 |
| 16826 ÷ 47 | = | 358 | เหลือเศษ 0 |
| 16826 ÷ 94 | = | 179 | เหลือเศษ 0 |
| 16826 ÷ 179 | = | 94 | เหลือเศษ 0 |
| 16826 ÷ 358 | = | 47 | เหลือเศษ 0 |
| 16826 ÷ 8413 | = | 2 | เหลือเศษ 0 |
| 16826 ÷ 16826 | = | 1 | เหลือเศษ 0 |
ตรวจคำตอบด้วยการจับคู่หาจำนวนที่คูณกันได้ 16826
| 1 x 16826 | = | 16826 |
| 2 x 8413 | = | 16826 |
| 47 x 358 | = | 16826 |
| 94 x 179 | = | 16826 |
ผลบวกของตัวประกอบทั้งหมดของ 16826
1 + 2 + 47 + 94 + 179 + 358 + 8413 + 16826 = 25920
▶ ตัวประกอบของ 16826 ที่เป็นจำนวนเฉพาะมีทั้งหมด 3 ตัวดังนี้
2, 47, 179
จำนวนเฉพาะ (Prime number) คือ จำนวนนับที่มากกว่า 1 และมีตัวประกอบเพียงสองตัวคือ 1 และตัวมันเอง
ตัวประกอบที่เป็นจำนวนเฉพาะ เรียกว่า "ตัวประกอบเฉพาะ"
การแยกตัวประกอบคืออะไร
การแยกตัวประกอบ คือ การเขียนจำนวนนับนั้นให้อยู่ในรูปการคูณของตัวประกอบเฉพาะ
▶ 16826 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
16826 = 2 x 47 x 179
วิธีการแยกตัวประกอบ
1. การแยกตัวประกอบของ 16826 ด้วยวิธีแผนภาพต้นไม้🌲
วิธีทำ
1จำนวนที่โจทย์กำหนดมา คือ 16826 ดังนั้นให้หาจำนวนที่คูณกันได้ 16826 มา 1 คู่ เช่น 2 x 8413
2พิจารณาว่าจำนวน 1 คู่ที่เลือกมาเป็นจำนวนเฉพาะหรือยัง
3ถ้าจำนวนใดยังไม่ใช่จำนวนเฉพาะให้หาจำนวนที่คูณกันได้จำนวนนั้น และให้เลือกเอาจำนวนที่คูณกันได้จำนวนนั้นมา 1 คู่(ทำคล้ายๆกับข้อที่ 1)
4ทำโดยใช้หลักการข้อที่ 2 และ 3 ไปเรื่อยๆ จนกว่าจำนวนสุดท้ายจะเป็นจำนวนเฉพาะ
5เอาจำนวนเฉพาะทั้งหมดที่ได้มาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 16826
ตัวอย่างแผนภาพต้นไม้ของ 16826 แบบที่หนึ่ง
- 16826
- 94
- 2
- 47
- 179
- 94
ตัวอย่างแผนภาพต้นไม้ของ 16826 แบบที่สอง
- 16826
- 2
- 8413
- 47
- 179
ดังนั้น 16826 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
16826 =
2 x 47 x 179
2. การแยกตัวประกอบของ 16826 ด้วยวิธีหารสั้นวิธีทำ1หาร 16826 ด้วยตัวประกอบเฉพาะของ 16826 นั้นก็คือ 2, 47, 179 (ในการหารแต่ละครั้งแนะนำให้ใช้ตัวประกอบเฉพาะที่มีค่าน้อยที่สุด)2หากผลการหารที่ได้ยังไม่เท่ากับ 1 ให้นำผลการหารที่ได้ก่อนหน้านี้มาหารด้วยตัวประกอบเฉพาะอีกครั้ง3ดำเนินการเช่นเดียวกับข้อ 2 ไปเรื่อยๆ จนกว่าผลหารสุดท้ายมีค่าเท่ากับ 14นำตัวหารทั้งหมดมาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 16826
2)1682647)8413179)1791ดังนั้น 16826 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้16826 = 2 x 47 x 179วิธีหาจำนวนตัวประกอบทั้งหมดของ 16826
1แยกตัวประกอบของ 16826 และเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังจะได้เท่ากับ 21 x 471 x 17912ให้นำ 1 ไปบวกกับเลขชี้กำลังของตัวประกอบแต่ละตัวดังนี้- 👉 2 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 47 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 179 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
3นำผลบวกของเลขชี้กำลังที่ได้มาคูณกันดังนี้ 2 x 2 x 2 = 8✔คำตอบ ตัวประกอบทั้งหมดของ 16826 มีทั้งหมด 8 ตัว ✔
วิธีทำ
1หาร 16826 ด้วยตัวประกอบเฉพาะของ 16826 นั้นก็คือ 2, 47, 179 (ในการหารแต่ละครั้งแนะนำให้ใช้ตัวประกอบเฉพาะที่มีค่าน้อยที่สุด)
2หากผลการหารที่ได้ยังไม่เท่ากับ 1 ให้นำผลการหารที่ได้ก่อนหน้านี้มาหารด้วยตัวประกอบเฉพาะอีกครั้ง
3ดำเนินการเช่นเดียวกับข้อ 2 ไปเรื่อยๆ จนกว่าผลหารสุดท้ายมีค่าเท่ากับ 1
4นำตัวหารทั้งหมดมาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 16826
2
)16826
47
)8413
179
)179
1
ดังนั้น 16826 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
16826 = 2 x 47 x 179
1แยกตัวประกอบของ 16826 และเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังจะได้เท่ากับ 21 x 471 x 1791
2ให้นำ 1 ไปบวกกับเลขชี้กำลังของตัวประกอบแต่ละตัวดังนี้
- 👉 2 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 47 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 179 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
3นำผลบวกของเลขชี้กำลังที่ได้มาคูณกันดังนี้ 2 x 2 x 2 = 8✔
คำตอบ ตัวประกอบทั้งหมดของ 16826 มีทั้งหมด 8 ตัว ✔
เมื่อคุณรู้ตัวประกอบและวิธีการแยกตัวประกอบของ 16826 แล้วลองแวะดูบทความอื่นๆที่น่าสนใจด้านล่างนี้ได้น่ะ 👇
