ตัวประกอบของ 84726 และวิธีการแยกตัวประกอบของ 84726
คำนิยาม
ตัวประกอบของจำนวนนับใดๆ หมายถึง จำนวนนับที่หารจำนวนนับที่เรากำหนดให้ได้ลงตัว
ดังนั้นตัวประกอบของ 84726 หมายถึงจำนวนนับที่หาร 84726 ได้ลงตัว
▶
▶
2. การแยกตัวประกอบของ 84726 ด้วยวิธีหารสั้น
ตัวประกอบของ 84726 มีอะไรบ้าง
ตัวประกอบของ 84726 มีทั้งหมด 20 ตัวคือ 1, 2, 3, 6, 9, 18, 27, 54, 81, 162, 523, 1046, 1569, 3138, 4707, 9414, 14121, 28242, 42363, 84726
ตรวจคำตอบด้วยการหาร
| 84726 ÷ 1 | = | 84726 | เหลือเศษ 0 |
| 84726 ÷ 2 | = | 42363 | เหลือเศษ 0 |
| 84726 ÷ 3 | = | 28242 | เหลือเศษ 0 |
| 84726 ÷ 6 | = | 14121 | เหลือเศษ 0 |
| 84726 ÷ 9 | = | 9414 | เหลือเศษ 0 |
| 84726 ÷ 18 | = | 4707 | เหลือเศษ 0 |
| 84726 ÷ 27 | = | 3138 | เหลือเศษ 0 |
| 84726 ÷ 54 | = | 1569 | เหลือเศษ 0 |
| 84726 ÷ 81 | = | 1046 | เหลือเศษ 0 |
| 84726 ÷ 162 | = | 523 | เหลือเศษ 0 |
| 84726 ÷ 523 | = | 162 | เหลือเศษ 0 |
| 84726 ÷ 1046 | = | 81 | เหลือเศษ 0 |
| 84726 ÷ 1569 | = | 54 | เหลือเศษ 0 |
| 84726 ÷ 3138 | = | 27 | เหลือเศษ 0 |
| 84726 ÷ 4707 | = | 18 | เหลือเศษ 0 |
| 84726 ÷ 9414 | = | 9 | เหลือเศษ 0 |
| 84726 ÷ 14121 | = | 6 | เหลือเศษ 0 |
| 84726 ÷ 28242 | = | 3 | เหลือเศษ 0 |
| 84726 ÷ 42363 | = | 2 | เหลือเศษ 0 |
| 84726 ÷ 84726 | = | 1 | เหลือเศษ 0 |
ตรวจคำตอบด้วยการจับคู่หาจำนวนที่คูณกันได้ 84726
| 1 x 84726 | = | 84726 |
| 2 x 42363 | = | 84726 |
| 3 x 28242 | = | 84726 |
| 6 x 14121 | = | 84726 |
| 9 x 9414 | = | 84726 |
| 18 x 4707 | = | 84726 |
| 27 x 3138 | = | 84726 |
| 54 x 1569 | = | 84726 |
| 81 x 1046 | = | 84726 |
| 162 x 523 | = | 84726 |
ผลบวกของตัวประกอบทั้งหมดของ 84726
1 + 2 + 3 + 6 + 9 + 18 + 27 + 54 + 81 + 162 + 523 + 1046 + 1569 + 3138 + 4707 + 9414 + 14121 + 28242 + 42363 + 84726 = 190212
▶ ตัวประกอบของ 84726 ที่เป็นจำนวนเฉพาะมีทั้งหมด 3 ตัวดังนี้
2, 3, 523
จำนวนเฉพาะ (Prime number) คือ จำนวนนับที่มากกว่า 1 และมีตัวประกอบเพียงสองตัวคือ 1 และตัวมันเอง
ตัวประกอบที่เป็นจำนวนเฉพาะ เรียกว่า "ตัวประกอบเฉพาะ"
การแยกตัวประกอบคืออะไร
การแยกตัวประกอบ คือ การเขียนจำนวนนับนั้นให้อยู่ในรูปการคูณของตัวประกอบเฉพาะ
▶ 84726 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
84726 = 2 x 3 x 3 x 3 x 3 x 523
จากผลการแยกตัวประกอบด้านบนจะเห็นว่ามีจำนวนบางจำนวนที่ซ้ำกัน ดังนั้นเราสามารถเขียนการแยกตัวประกอบของ 84726 ให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังได้ดังนี้
84726 = 2 x 34 x 523
จากผลการแยกตัวประกอบด้านบนจะเห็นว่ามีจำนวนบางจำนวนที่ซ้ำกัน ดังนั้นเราสามารถเขียนการแยกตัวประกอบของ 84726 ให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังได้ดังนี้
84726 = 2 x 34 x 523
วิธีการแยกตัวประกอบ
1. การแยกตัวประกอบของ 84726 ด้วยวิธีแผนภาพต้นไม้🌲
วิธีทำ
1จำนวนที่โจทย์กำหนดมา คือ 84726 ดังนั้นให้หาจำนวนที่คูณกันได้ 84726 มา 1 คู่ เช่น 2 x 42363
2พิจารณาว่าจำนวน 1 คู่ที่เลือกมาเป็นจำนวนเฉพาะหรือยัง
3ถ้าจำนวนใดยังไม่ใช่จำนวนเฉพาะให้หาจำนวนที่คูณกันได้จำนวนนั้น และให้เลือกเอาจำนวนที่คูณกันได้จำนวนนั้นมา 1 คู่(ทำคล้ายๆกับข้อที่ 1)
4ทำโดยใช้หลักการข้อที่ 2 และ 3 ไปเรื่อยๆ จนกว่าจำนวนสุดท้ายจะเป็นจำนวนเฉพาะ
5เอาจำนวนเฉพาะทั้งหมดที่ได้มาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 84726
ตัวอย่างแผนภาพต้นไม้ของ 84726 แบบที่หนึ่ง
- 84726
- 162
- 9
- 3
- 3
- 18
- 3
- 6
- 2
- 3
- 9
- 523
- 162
ตัวอย่างแผนภาพต้นไม้ของ 84726 แบบที่สอง
- 84726
- 2
- 42363
- 3
- 14121
- 3
- 4707
- 3
- 1569
- 3
- 523
ดังนั้น 84726 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
84726 =
2 x 3 x 3 x 3 x 3 x 523
หรือจะเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลัง
84726 =
2 x 34 x 523 หรือ 21 x 34 x 5231
2. การแยกตัวประกอบของ 84726 ด้วยวิธีหารสั้นวิธีทำ1หาร 84726 ด้วยตัวประกอบเฉพาะของ 84726 นั้นก็คือ 2, 3, 523 (ในการหารแต่ละครั้งแนะนำให้ใช้ตัวประกอบเฉพาะที่มีค่าน้อยที่สุด)2หากผลการหารที่ได้ยังไม่เท่ากับ 1 ให้นำผลการหารที่ได้ก่อนหน้านี้มาหารด้วยตัวประกอบเฉพาะอีกครั้ง3ดำเนินการเช่นเดียวกับข้อ 2 ไปเรื่อยๆ จนกว่าผลหารสุดท้ายมีค่าเท่ากับ 14นำตัวหารทั้งหมดมาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 84726
2)847263)423633)141213)47073)1569523)5231ดังนั้น 84726 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้84726 = 2 x 3 x 3 x 3 x 3 x 523หรือจะเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลัง84726 = 2 x 34 x 523 หรือ 21 x 34 x 5231วิธีหาจำนวนตัวประกอบทั้งหมดของ 84726
1แยกตัวประกอบของ 84726 และเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังจะได้เท่ากับ 21 x 34 x 52312ให้นำ 1 ไปบวกกับเลขชี้กำลังของตัวประกอบแต่ละตัวดังนี้- 👉 2 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 3 มีเลขชี้กำลังคือ 4 ให้เอา 4 + 1 = 5
- 👉 523 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
3นำผลบวกของเลขชี้กำลังที่ได้มาคูณกันดังนี้ 2 x 5 x 2 = 20✔คำตอบ ตัวประกอบทั้งหมดของ 84726 มีทั้งหมด 20 ตัว ✔
วิธีทำ
1หาร 84726 ด้วยตัวประกอบเฉพาะของ 84726 นั้นก็คือ 2, 3, 523 (ในการหารแต่ละครั้งแนะนำให้ใช้ตัวประกอบเฉพาะที่มีค่าน้อยที่สุด)
2หากผลการหารที่ได้ยังไม่เท่ากับ 1 ให้นำผลการหารที่ได้ก่อนหน้านี้มาหารด้วยตัวประกอบเฉพาะอีกครั้ง
3ดำเนินการเช่นเดียวกับข้อ 2 ไปเรื่อยๆ จนกว่าผลหารสุดท้ายมีค่าเท่ากับ 1
4นำตัวหารทั้งหมดมาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 84726
2
)84726
3
)42363
3
)14121
3
)4707
3
)1569
523
)523
1
ดังนั้น 84726 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
84726 = 2 x 3 x 3 x 3 x 3 x 523
หรือจะเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลัง
84726 = 2 x 34 x 523 หรือ 21 x 34 x 5231
1แยกตัวประกอบของ 84726 และเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังจะได้เท่ากับ 21 x 34 x 5231
2ให้นำ 1 ไปบวกกับเลขชี้กำลังของตัวประกอบแต่ละตัวดังนี้
- 👉 2 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 3 มีเลขชี้กำลังคือ 4 ให้เอา 4 + 1 = 5
- 👉 523 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
3นำผลบวกของเลขชี้กำลังที่ได้มาคูณกันดังนี้ 2 x 5 x 2 = 20✔
คำตอบ ตัวประกอบทั้งหมดของ 84726 มีทั้งหมด 20 ตัว ✔
เมื่อคุณรู้ตัวประกอบและวิธีการแยกตัวประกอบของ 84726 แล้วลองแวะดูบทความอื่นๆที่น่าสนใจด้านล่างนี้ได้น่ะ 👇
