ตัวประกอบของ 73462 และวิธีการแยกตัวประกอบของ 73462
คำนิยาม
ตัวประกอบของจำนวนนับใดๆ หมายถึง จำนวนนับที่หารจำนวนนับที่เรากำหนดให้ได้ลงตัว
ดังนั้นตัวประกอบของ 73462 หมายถึงจำนวนนับที่หาร 73462 ได้ลงตัว
▶
▶
2. การแยกตัวประกอบของ 73462 ด้วยวิธีหารสั้น
ตัวประกอบของ 73462 มีอะไรบ้าง
ตัวประกอบของ 73462 มีทั้งหมด 8 ตัวคือ 1, 2, 23, 46, 1597, 3194, 36731, 73462
ตรวจคำตอบด้วยการหาร
| 73462 ÷ 1 | = | 73462 | เหลือเศษ 0 |
| 73462 ÷ 2 | = | 36731 | เหลือเศษ 0 |
| 73462 ÷ 23 | = | 3194 | เหลือเศษ 0 |
| 73462 ÷ 46 | = | 1597 | เหลือเศษ 0 |
| 73462 ÷ 1597 | = | 46 | เหลือเศษ 0 |
| 73462 ÷ 3194 | = | 23 | เหลือเศษ 0 |
| 73462 ÷ 36731 | = | 2 | เหลือเศษ 0 |
| 73462 ÷ 73462 | = | 1 | เหลือเศษ 0 |
ตรวจคำตอบด้วยการจับคู่หาจำนวนที่คูณกันได้ 73462
| 1 x 73462 | = | 73462 |
| 2 x 36731 | = | 73462 |
| 23 x 3194 | = | 73462 |
| 46 x 1597 | = | 73462 |
ผลบวกของตัวประกอบทั้งหมดของ 73462
1 + 2 + 23 + 46 + 1597 + 3194 + 36731 + 73462 = 115056
▶ ตัวประกอบของ 73462 ที่เป็นจำนวนเฉพาะมีทั้งหมด 3 ตัวดังนี้
2, 23, 1597
จำนวนเฉพาะ (Prime number) คือ จำนวนนับที่มากกว่า 1 และมีตัวประกอบเพียงสองตัวคือ 1 และตัวมันเอง
ตัวประกอบที่เป็นจำนวนเฉพาะ เรียกว่า "ตัวประกอบเฉพาะ"
การแยกตัวประกอบคืออะไร
การแยกตัวประกอบ คือ การเขียนจำนวนนับนั้นให้อยู่ในรูปการคูณของตัวประกอบเฉพาะ
▶ 73462 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
73462 = 2 x 23 x 1597
วิธีการแยกตัวประกอบ
1. การแยกตัวประกอบของ 73462 ด้วยวิธีแผนภาพต้นไม้🌲
วิธีทำ
1จำนวนที่โจทย์กำหนดมา คือ 73462 ดังนั้นให้หาจำนวนที่คูณกันได้ 73462 มา 1 คู่ เช่น 2 x 36731
2พิจารณาว่าจำนวน 1 คู่ที่เลือกมาเป็นจำนวนเฉพาะหรือยัง
3ถ้าจำนวนใดยังไม่ใช่จำนวนเฉพาะให้หาจำนวนที่คูณกันได้จำนวนนั้น และให้เลือกเอาจำนวนที่คูณกันได้จำนวนนั้นมา 1 คู่(ทำคล้ายๆกับข้อที่ 1)
4ทำโดยใช้หลักการข้อที่ 2 และ 3 ไปเรื่อยๆ จนกว่าจำนวนสุดท้ายจะเป็นจำนวนเฉพาะ
5เอาจำนวนเฉพาะทั้งหมดที่ได้มาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 73462
ตัวอย่างแผนภาพต้นไม้ของ 73462 แบบที่หนึ่ง
- 73462
- 46
- 2
- 23
- 1597
- 46
ตัวอย่างแผนภาพต้นไม้ของ 73462 แบบที่สอง
- 73462
- 2
- 36731
- 23
- 1597
ดังนั้น 73462 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
73462 =
2 x 23 x 1597
2. การแยกตัวประกอบของ 73462 ด้วยวิธีหารสั้นวิธีทำ1หาร 73462 ด้วยตัวประกอบเฉพาะของ 73462 นั้นก็คือ 2, 23, 1597 (ในการหารแต่ละครั้งแนะนำให้ใช้ตัวประกอบเฉพาะที่มีค่าน้อยที่สุด)2หากผลการหารที่ได้ยังไม่เท่ากับ 1 ให้นำผลการหารที่ได้ก่อนหน้านี้มาหารด้วยตัวประกอบเฉพาะอีกครั้ง3ดำเนินการเช่นเดียวกับข้อ 2 ไปเรื่อยๆ จนกว่าผลหารสุดท้ายมีค่าเท่ากับ 14นำตัวหารทั้งหมดมาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 73462
2)7346223)367311597)15971ดังนั้น 73462 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้73462 = 2 x 23 x 1597วิธีหาจำนวนตัวประกอบทั้งหมดของ 73462
1แยกตัวประกอบของ 73462 และเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังจะได้เท่ากับ 21 x 231 x 159712ให้นำ 1 ไปบวกกับเลขชี้กำลังของตัวประกอบแต่ละตัวดังนี้- 👉 2 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 23 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 1597 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
3นำผลบวกของเลขชี้กำลังที่ได้มาคูณกันดังนี้ 2 x 2 x 2 = 8✔คำตอบ ตัวประกอบทั้งหมดของ 73462 มีทั้งหมด 8 ตัว ✔
วิธีทำ
1หาร 73462 ด้วยตัวประกอบเฉพาะของ 73462 นั้นก็คือ 2, 23, 1597 (ในการหารแต่ละครั้งแนะนำให้ใช้ตัวประกอบเฉพาะที่มีค่าน้อยที่สุด)
2หากผลการหารที่ได้ยังไม่เท่ากับ 1 ให้นำผลการหารที่ได้ก่อนหน้านี้มาหารด้วยตัวประกอบเฉพาะอีกครั้ง
3ดำเนินการเช่นเดียวกับข้อ 2 ไปเรื่อยๆ จนกว่าผลหารสุดท้ายมีค่าเท่ากับ 1
4นำตัวหารทั้งหมดมาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 73462
2
)73462
23
)36731
1597
)1597
1
ดังนั้น 73462 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
73462 = 2 x 23 x 1597
1แยกตัวประกอบของ 73462 และเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังจะได้เท่ากับ 21 x 231 x 15971
2ให้นำ 1 ไปบวกกับเลขชี้กำลังของตัวประกอบแต่ละตัวดังนี้
- 👉 2 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 23 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 1597 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
3นำผลบวกของเลขชี้กำลังที่ได้มาคูณกันดังนี้ 2 x 2 x 2 = 8✔
คำตอบ ตัวประกอบทั้งหมดของ 73462 มีทั้งหมด 8 ตัว ✔
เมื่อคุณรู้ตัวประกอบและวิธีการแยกตัวประกอบของ 73462 แล้วลองแวะดูบทความอื่นๆที่น่าสนใจด้านล่างนี้ได้น่ะ 👇
