ตัวประกอบของ 64162 และวิธีการแยกตัวประกอบของ 64162
คำนิยาม
ตัวประกอบของจำนวนนับใดๆ หมายถึง จำนวนนับที่หารจำนวนนับที่เรากำหนดให้ได้ลงตัว
ดังนั้นตัวประกอบของ 64162 หมายถึงจำนวนนับที่หาร 64162 ได้ลงตัว
▶
▶
2. การแยกตัวประกอบของ 64162 ด้วยวิธีหารสั้น
ตัวประกอบของ 64162 มีอะไรบ้าง
ตัวประกอบของ 64162 มีทั้งหมด 8 ตัวคือ 1, 2, 7, 14, 4583, 9166, 32081, 64162
ตรวจคำตอบด้วยการหาร
| 64162 ÷ 1 | = | 64162 | เหลือเศษ 0 |
| 64162 ÷ 2 | = | 32081 | เหลือเศษ 0 |
| 64162 ÷ 7 | = | 9166 | เหลือเศษ 0 |
| 64162 ÷ 14 | = | 4583 | เหลือเศษ 0 |
| 64162 ÷ 4583 | = | 14 | เหลือเศษ 0 |
| 64162 ÷ 9166 | = | 7 | เหลือเศษ 0 |
| 64162 ÷ 32081 | = | 2 | เหลือเศษ 0 |
| 64162 ÷ 64162 | = | 1 | เหลือเศษ 0 |
ตรวจคำตอบด้วยการจับคู่หาจำนวนที่คูณกันได้ 64162
| 1 x 64162 | = | 64162 |
| 2 x 32081 | = | 64162 |
| 7 x 9166 | = | 64162 |
| 14 x 4583 | = | 64162 |
ผลบวกของตัวประกอบทั้งหมดของ 64162
1 + 2 + 7 + 14 + 4583 + 9166 + 32081 + 64162 = 110016
▶ ตัวประกอบของ 64162 ที่เป็นจำนวนเฉพาะมีทั้งหมด 3 ตัวดังนี้
2, 7, 4583
จำนวนเฉพาะ (Prime number) คือ จำนวนนับที่มากกว่า 1 และมีตัวประกอบเพียงสองตัวคือ 1 และตัวมันเอง
ตัวประกอบที่เป็นจำนวนเฉพาะ เรียกว่า "ตัวประกอบเฉพาะ"
การแยกตัวประกอบคืออะไร
การแยกตัวประกอบ คือ การเขียนจำนวนนับนั้นให้อยู่ในรูปการคูณของตัวประกอบเฉพาะ
▶ 64162 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
64162 = 2 x 7 x 4583
วิธีการแยกตัวประกอบ
1. การแยกตัวประกอบของ 64162 ด้วยวิธีแผนภาพต้นไม้🌲
วิธีทำ
1จำนวนที่โจทย์กำหนดมา คือ 64162 ดังนั้นให้หาจำนวนที่คูณกันได้ 64162 มา 1 คู่ เช่น 2 x 32081
2พิจารณาว่าจำนวน 1 คู่ที่เลือกมาเป็นจำนวนเฉพาะหรือยัง
3ถ้าจำนวนใดยังไม่ใช่จำนวนเฉพาะให้หาจำนวนที่คูณกันได้จำนวนนั้น และให้เลือกเอาจำนวนที่คูณกันได้จำนวนนั้นมา 1 คู่(ทำคล้ายๆกับข้อที่ 1)
4ทำโดยใช้หลักการข้อที่ 2 และ 3 ไปเรื่อยๆ จนกว่าจำนวนสุดท้ายจะเป็นจำนวนเฉพาะ
5เอาจำนวนเฉพาะทั้งหมดที่ได้มาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 64162
ตัวอย่างแผนภาพต้นไม้ของ 64162 แบบที่หนึ่ง
- 64162
- 14
- 2
- 7
- 4583
- 14
ตัวอย่างแผนภาพต้นไม้ของ 64162 แบบที่สอง
- 64162
- 2
- 32081
- 7
- 4583
ดังนั้น 64162 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
64162 =
2 x 7 x 4583
2. การแยกตัวประกอบของ 64162 ด้วยวิธีหารสั้นวิธีทำ1หาร 64162 ด้วยตัวประกอบเฉพาะของ 64162 นั้นก็คือ 2, 7, 4583 (ในการหารแต่ละครั้งแนะนำให้ใช้ตัวประกอบเฉพาะที่มีค่าน้อยที่สุด)2หากผลการหารที่ได้ยังไม่เท่ากับ 1 ให้นำผลการหารที่ได้ก่อนหน้านี้มาหารด้วยตัวประกอบเฉพาะอีกครั้ง3ดำเนินการเช่นเดียวกับข้อ 2 ไปเรื่อยๆ จนกว่าผลหารสุดท้ายมีค่าเท่ากับ 14นำตัวหารทั้งหมดมาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 64162
2)641627)320814583)45831ดังนั้น 64162 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้64162 = 2 x 7 x 4583วิธีหาจำนวนตัวประกอบทั้งหมดของ 64162
1แยกตัวประกอบของ 64162 และเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังจะได้เท่ากับ 21 x 71 x 458312ให้นำ 1 ไปบวกกับเลขชี้กำลังของตัวประกอบแต่ละตัวดังนี้- 👉 2 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 7 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 4583 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
3นำผลบวกของเลขชี้กำลังที่ได้มาคูณกันดังนี้ 2 x 2 x 2 = 8✔คำตอบ ตัวประกอบทั้งหมดของ 64162 มีทั้งหมด 8 ตัว ✔
วิธีทำ
1หาร 64162 ด้วยตัวประกอบเฉพาะของ 64162 นั้นก็คือ 2, 7, 4583 (ในการหารแต่ละครั้งแนะนำให้ใช้ตัวประกอบเฉพาะที่มีค่าน้อยที่สุด)
2หากผลการหารที่ได้ยังไม่เท่ากับ 1 ให้นำผลการหารที่ได้ก่อนหน้านี้มาหารด้วยตัวประกอบเฉพาะอีกครั้ง
3ดำเนินการเช่นเดียวกับข้อ 2 ไปเรื่อยๆ จนกว่าผลหารสุดท้ายมีค่าเท่ากับ 1
4นำตัวหารทั้งหมดมาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 64162
2
)64162
7
)32081
4583
)4583
1
ดังนั้น 64162 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
64162 = 2 x 7 x 4583
1แยกตัวประกอบของ 64162 และเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังจะได้เท่ากับ 21 x 71 x 45831
2ให้นำ 1 ไปบวกกับเลขชี้กำลังของตัวประกอบแต่ละตัวดังนี้
- 👉 2 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 7 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 4583 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
3นำผลบวกของเลขชี้กำลังที่ได้มาคูณกันดังนี้ 2 x 2 x 2 = 8✔
คำตอบ ตัวประกอบทั้งหมดของ 64162 มีทั้งหมด 8 ตัว ✔
เมื่อคุณรู้ตัวประกอบและวิธีการแยกตัวประกอบของ 64162 แล้วลองแวะดูบทความอื่นๆที่น่าสนใจด้านล่างนี้ได้น่ะ 👇
