ตัวประกอบของ 63516 และวิธีการแยกตัวประกอบของ 63516
คำนิยาม
ตัวประกอบของจำนวนนับใดๆ หมายถึง จำนวนนับที่หารจำนวนนับที่เรากำหนดให้ได้ลงตัว
ดังนั้นตัวประกอบของ 63516 หมายถึงจำนวนนับที่หาร 63516 ได้ลงตัว
▶
▶
2. การแยกตัวประกอบของ 63516 ด้วยวิธีหารสั้น
ตัวประกอบของ 63516 มีอะไรบ้าง
ตัวประกอบของ 63516 มีทั้งหมด 24 ตัวคือ 1, 2, 3, 4, 6, 12, 67, 79, 134, 158, 201, 237, 268, 316, 402, 474, 804, 948, 5293, 10586, 15879, 21172, 31758, 63516
ตรวจคำตอบด้วยการหาร
| 63516 ÷ 1 | = | 63516 | เหลือเศษ 0 |
| 63516 ÷ 2 | = | 31758 | เหลือเศษ 0 |
| 63516 ÷ 3 | = | 21172 | เหลือเศษ 0 |
| 63516 ÷ 4 | = | 15879 | เหลือเศษ 0 |
| 63516 ÷ 6 | = | 10586 | เหลือเศษ 0 |
| 63516 ÷ 12 | = | 5293 | เหลือเศษ 0 |
| 63516 ÷ 67 | = | 948 | เหลือเศษ 0 |
| 63516 ÷ 79 | = | 804 | เหลือเศษ 0 |
| 63516 ÷ 134 | = | 474 | เหลือเศษ 0 |
| 63516 ÷ 158 | = | 402 | เหลือเศษ 0 |
| 63516 ÷ 201 | = | 316 | เหลือเศษ 0 |
| 63516 ÷ 237 | = | 268 | เหลือเศษ 0 |
| 63516 ÷ 268 | = | 237 | เหลือเศษ 0 |
| 63516 ÷ 316 | = | 201 | เหลือเศษ 0 |
| 63516 ÷ 402 | = | 158 | เหลือเศษ 0 |
| 63516 ÷ 474 | = | 134 | เหลือเศษ 0 |
| 63516 ÷ 804 | = | 79 | เหลือเศษ 0 |
| 63516 ÷ 948 | = | 67 | เหลือเศษ 0 |
| 63516 ÷ 5293 | = | 12 | เหลือเศษ 0 |
| 63516 ÷ 10586 | = | 6 | เหลือเศษ 0 |
| 63516 ÷ 15879 | = | 4 | เหลือเศษ 0 |
| 63516 ÷ 21172 | = | 3 | เหลือเศษ 0 |
| 63516 ÷ 31758 | = | 2 | เหลือเศษ 0 |
| 63516 ÷ 63516 | = | 1 | เหลือเศษ 0 |
ตรวจคำตอบด้วยการจับคู่หาจำนวนที่คูณกันได้ 63516
| 1 x 63516 | = | 63516 |
| 2 x 31758 | = | 63516 |
| 3 x 21172 | = | 63516 |
| 4 x 15879 | = | 63516 |
| 6 x 10586 | = | 63516 |
| 12 x 5293 | = | 63516 |
| 67 x 948 | = | 63516 |
| 79 x 804 | = | 63516 |
| 134 x 474 | = | 63516 |
| 158 x 402 | = | 63516 |
| 201 x 316 | = | 63516 |
| 237 x 268 | = | 63516 |
ผลบวกของตัวประกอบทั้งหมดของ 63516
1 + 2 + 3 + 4 + 6 + 12 + 67 + 79 + 134 + 158 + 201 + 237 + 268 + 316 + 402 + 474 + 804 + 948 + 5293 + 10586 + 15879 + 21172 + 31758 + 63516 = 152320
▶ ตัวประกอบของ 63516 ที่เป็นจำนวนเฉพาะมีทั้งหมด 4 ตัวดังนี้
2, 3, 67, 79
จำนวนเฉพาะ (Prime number) คือ จำนวนนับที่มากกว่า 1 และมีตัวประกอบเพียงสองตัวคือ 1 และตัวมันเอง
ตัวประกอบที่เป็นจำนวนเฉพาะ เรียกว่า "ตัวประกอบเฉพาะ"
การแยกตัวประกอบคืออะไร
การแยกตัวประกอบ คือ การเขียนจำนวนนับนั้นให้อยู่ในรูปการคูณของตัวประกอบเฉพาะ
▶ 63516 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
63516 = 2 x 2 x 3 x 67 x 79
จากผลการแยกตัวประกอบด้านบนจะเห็นว่ามีจำนวนบางจำนวนที่ซ้ำกัน ดังนั้นเราสามารถเขียนการแยกตัวประกอบของ 63516 ให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังได้ดังนี้
63516 = 22 x 3 x 67 x 79
จากผลการแยกตัวประกอบด้านบนจะเห็นว่ามีจำนวนบางจำนวนที่ซ้ำกัน ดังนั้นเราสามารถเขียนการแยกตัวประกอบของ 63516 ให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังได้ดังนี้
63516 = 22 x 3 x 67 x 79
วิธีการแยกตัวประกอบ
1. การแยกตัวประกอบของ 63516 ด้วยวิธีแผนภาพต้นไม้🌲
วิธีทำ
1จำนวนที่โจทย์กำหนดมา คือ 63516 ดังนั้นให้หาจำนวนที่คูณกันได้ 63516 มา 1 คู่ เช่น 2 x 31758
2พิจารณาว่าจำนวน 1 คู่ที่เลือกมาเป็นจำนวนเฉพาะหรือยัง
3ถ้าจำนวนใดยังไม่ใช่จำนวนเฉพาะให้หาจำนวนที่คูณกันได้จำนวนนั้น และให้เลือกเอาจำนวนที่คูณกันได้จำนวนนั้นมา 1 คู่(ทำคล้ายๆกับข้อที่ 1)
4ทำโดยใช้หลักการข้อที่ 2 และ 3 ไปเรื่อยๆ จนกว่าจำนวนสุดท้ายจะเป็นจำนวนเฉพาะ
5เอาจำนวนเฉพาะทั้งหมดที่ได้มาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 63516
ตัวอย่างแผนภาพต้นไม้ของ 63516 แบบที่หนึ่ง
- 63516
- 237
- 3
- 79
- 268
- 4
- 2
- 2
- 67
- 4
- 237
ตัวอย่างแผนภาพต้นไม้ของ 63516 แบบที่สอง
- 63516
- 2
- 31758
- 2
- 15879
- 3
- 5293
- 67
- 79
ดังนั้น 63516 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
63516 =
2 x 2 x 3 x 67 x 79
หรือจะเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลัง
63516 =
22 x 3 x 67 x 79 หรือ 22 x 31 x 671 x 791
2. การแยกตัวประกอบของ 63516 ด้วยวิธีหารสั้นวิธีทำ1หาร 63516 ด้วยตัวประกอบเฉพาะของ 63516 นั้นก็คือ 2, 3, 67, 79 (ในการหารแต่ละครั้งแนะนำให้ใช้ตัวประกอบเฉพาะที่มีค่าน้อยที่สุด)2หากผลการหารที่ได้ยังไม่เท่ากับ 1 ให้นำผลการหารที่ได้ก่อนหน้านี้มาหารด้วยตัวประกอบเฉพาะอีกครั้ง3ดำเนินการเช่นเดียวกับข้อ 2 ไปเรื่อยๆ จนกว่าผลหารสุดท้ายมีค่าเท่ากับ 14นำตัวหารทั้งหมดมาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 63516
2)635162)317583)1587967)529379)791ดังนั้น 63516 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้63516 = 2 x 2 x 3 x 67 x 79หรือจะเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลัง63516 = 22 x 3 x 67 x 79 หรือ 22 x 31 x 671 x 791วิธีหาจำนวนตัวประกอบทั้งหมดของ 63516
1แยกตัวประกอบของ 63516 และเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังจะได้เท่ากับ 22 x 31 x 671 x 7912ให้นำ 1 ไปบวกกับเลขชี้กำลังของตัวประกอบแต่ละตัวดังนี้- 👉 2 มีเลขชี้กำลังคือ 2 ให้เอา 2 + 1 = 3
- 👉 3 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 67 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 79 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
3นำผลบวกของเลขชี้กำลังที่ได้มาคูณกันดังนี้ 3 x 2 x 2 x 2 = 24✔คำตอบ ตัวประกอบทั้งหมดของ 63516 มีทั้งหมด 24 ตัว ✔
วิธีทำ
1หาร 63516 ด้วยตัวประกอบเฉพาะของ 63516 นั้นก็คือ 2, 3, 67, 79 (ในการหารแต่ละครั้งแนะนำให้ใช้ตัวประกอบเฉพาะที่มีค่าน้อยที่สุด)
2หากผลการหารที่ได้ยังไม่เท่ากับ 1 ให้นำผลการหารที่ได้ก่อนหน้านี้มาหารด้วยตัวประกอบเฉพาะอีกครั้ง
3ดำเนินการเช่นเดียวกับข้อ 2 ไปเรื่อยๆ จนกว่าผลหารสุดท้ายมีค่าเท่ากับ 1
4นำตัวหารทั้งหมดมาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 63516
2
)63516
2
)31758
3
)15879
67
)5293
79
)79
1
ดังนั้น 63516 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
63516 = 2 x 2 x 3 x 67 x 79
หรือจะเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลัง
63516 = 22 x 3 x 67 x 79 หรือ 22 x 31 x 671 x 791
1แยกตัวประกอบของ 63516 และเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังจะได้เท่ากับ 22 x 31 x 671 x 791
2ให้นำ 1 ไปบวกกับเลขชี้กำลังของตัวประกอบแต่ละตัวดังนี้
- 👉 2 มีเลขชี้กำลังคือ 2 ให้เอา 2 + 1 = 3
- 👉 3 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 67 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 79 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
3นำผลบวกของเลขชี้กำลังที่ได้มาคูณกันดังนี้ 3 x 2 x 2 x 2 = 24✔
คำตอบ ตัวประกอบทั้งหมดของ 63516 มีทั้งหมด 24 ตัว ✔
เมื่อคุณรู้ตัวประกอบและวิธีการแยกตัวประกอบของ 63516 แล้วลองแวะดูบทความอื่นๆที่น่าสนใจด้านล่างนี้ได้น่ะ 👇
