ตัวประกอบของ 52702 และวิธีการแยกตัวประกอบของ 52702
คำนิยาม
ตัวประกอบของจำนวนนับใดๆ หมายถึง จำนวนนับที่หารจำนวนนับที่เรากำหนดให้ได้ลงตัว
ดังนั้นตัวประกอบของ 52702 หมายถึงจำนวนนับที่หาร 52702 ได้ลงตัว
▶
▶
2. การแยกตัวประกอบของ 52702 ด้วยวิธีหารสั้น
ตัวประกอบของ 52702 มีอะไรบ้าง
ตัวประกอบของ 52702 มีทั้งหมด 8 ตัวคือ 1, 2, 13, 26, 2027, 4054, 26351, 52702
ตรวจคำตอบด้วยการหาร
| 52702 ÷ 1 | = | 52702 | เหลือเศษ 0 |
| 52702 ÷ 2 | = | 26351 | เหลือเศษ 0 |
| 52702 ÷ 13 | = | 4054 | เหลือเศษ 0 |
| 52702 ÷ 26 | = | 2027 | เหลือเศษ 0 |
| 52702 ÷ 2027 | = | 26 | เหลือเศษ 0 |
| 52702 ÷ 4054 | = | 13 | เหลือเศษ 0 |
| 52702 ÷ 26351 | = | 2 | เหลือเศษ 0 |
| 52702 ÷ 52702 | = | 1 | เหลือเศษ 0 |
ตรวจคำตอบด้วยการจับคู่หาจำนวนที่คูณกันได้ 52702
| 1 x 52702 | = | 52702 |
| 2 x 26351 | = | 52702 |
| 13 x 4054 | = | 52702 |
| 26 x 2027 | = | 52702 |
ผลบวกของตัวประกอบทั้งหมดของ 52702
1 + 2 + 13 + 26 + 2027 + 4054 + 26351 + 52702 = 85176
▶ ตัวประกอบของ 52702 ที่เป็นจำนวนเฉพาะมีทั้งหมด 3 ตัวดังนี้
2, 13, 2027
จำนวนเฉพาะ (Prime number) คือ จำนวนนับที่มากกว่า 1 และมีตัวประกอบเพียงสองตัวคือ 1 และตัวมันเอง
ตัวประกอบที่เป็นจำนวนเฉพาะ เรียกว่า "ตัวประกอบเฉพาะ"
การแยกตัวประกอบคืออะไร
การแยกตัวประกอบ คือ การเขียนจำนวนนับนั้นให้อยู่ในรูปการคูณของตัวประกอบเฉพาะ
▶ 52702 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
52702 = 2 x 13 x 2027
วิธีการแยกตัวประกอบ
1. การแยกตัวประกอบของ 52702 ด้วยวิธีแผนภาพต้นไม้🌲
วิธีทำ
1จำนวนที่โจทย์กำหนดมา คือ 52702 ดังนั้นให้หาจำนวนที่คูณกันได้ 52702 มา 1 คู่ เช่น 2 x 26351
2พิจารณาว่าจำนวน 1 คู่ที่เลือกมาเป็นจำนวนเฉพาะหรือยัง
3ถ้าจำนวนใดยังไม่ใช่จำนวนเฉพาะให้หาจำนวนที่คูณกันได้จำนวนนั้น และให้เลือกเอาจำนวนที่คูณกันได้จำนวนนั้นมา 1 คู่(ทำคล้ายๆกับข้อที่ 1)
4ทำโดยใช้หลักการข้อที่ 2 และ 3 ไปเรื่อยๆ จนกว่าจำนวนสุดท้ายจะเป็นจำนวนเฉพาะ
5เอาจำนวนเฉพาะทั้งหมดที่ได้มาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 52702
ตัวอย่างแผนภาพต้นไม้ของ 52702 แบบที่หนึ่ง
- 52702
- 26
- 2
- 13
- 2027
- 26
ตัวอย่างแผนภาพต้นไม้ของ 52702 แบบที่สอง
- 52702
- 2
- 26351
- 13
- 2027
ดังนั้น 52702 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
52702 =
2 x 13 x 2027
2. การแยกตัวประกอบของ 52702 ด้วยวิธีหารสั้นวิธีทำ1หาร 52702 ด้วยตัวประกอบเฉพาะของ 52702 นั้นก็คือ 2, 13, 2027 (ในการหารแต่ละครั้งแนะนำให้ใช้ตัวประกอบเฉพาะที่มีค่าน้อยที่สุด)2หากผลการหารที่ได้ยังไม่เท่ากับ 1 ให้นำผลการหารที่ได้ก่อนหน้านี้มาหารด้วยตัวประกอบเฉพาะอีกครั้ง3ดำเนินการเช่นเดียวกับข้อ 2 ไปเรื่อยๆ จนกว่าผลหารสุดท้ายมีค่าเท่ากับ 14นำตัวหารทั้งหมดมาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 52702
2)5270213)263512027)20271ดังนั้น 52702 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้52702 = 2 x 13 x 2027วิธีหาจำนวนตัวประกอบทั้งหมดของ 52702
1แยกตัวประกอบของ 52702 และเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังจะได้เท่ากับ 21 x 131 x 202712ให้นำ 1 ไปบวกกับเลขชี้กำลังของตัวประกอบแต่ละตัวดังนี้- 👉 2 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 13 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 2027 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
3นำผลบวกของเลขชี้กำลังที่ได้มาคูณกันดังนี้ 2 x 2 x 2 = 8✔คำตอบ ตัวประกอบทั้งหมดของ 52702 มีทั้งหมด 8 ตัว ✔
วิธีทำ
1หาร 52702 ด้วยตัวประกอบเฉพาะของ 52702 นั้นก็คือ 2, 13, 2027 (ในการหารแต่ละครั้งแนะนำให้ใช้ตัวประกอบเฉพาะที่มีค่าน้อยที่สุด)
2หากผลการหารที่ได้ยังไม่เท่ากับ 1 ให้นำผลการหารที่ได้ก่อนหน้านี้มาหารด้วยตัวประกอบเฉพาะอีกครั้ง
3ดำเนินการเช่นเดียวกับข้อ 2 ไปเรื่อยๆ จนกว่าผลหารสุดท้ายมีค่าเท่ากับ 1
4นำตัวหารทั้งหมดมาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 52702
2
)52702
13
)26351
2027
)2027
1
ดังนั้น 52702 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
52702 = 2 x 13 x 2027
1แยกตัวประกอบของ 52702 และเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังจะได้เท่ากับ 21 x 131 x 20271
2ให้นำ 1 ไปบวกกับเลขชี้กำลังของตัวประกอบแต่ละตัวดังนี้
- 👉 2 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 13 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 2027 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
3นำผลบวกของเลขชี้กำลังที่ได้มาคูณกันดังนี้ 2 x 2 x 2 = 8✔
คำตอบ ตัวประกอบทั้งหมดของ 52702 มีทั้งหมด 8 ตัว ✔
เมื่อคุณรู้ตัวประกอบและวิธีการแยกตัวประกอบของ 52702 แล้วลองแวะดูบทความอื่นๆที่น่าสนใจด้านล่างนี้ได้น่ะ 👇
