ตัวประกอบของ 51037 และวิธีการแยกตัวประกอบของ 51037
คำนิยาม
ตัวประกอบของจำนวนนับใดๆ หมายถึง จำนวนนับที่หารจำนวนนับที่เรากำหนดให้ได้ลงตัว
ดังนั้นตัวประกอบของ 51037 หมายถึงจำนวนนับที่หาร 51037 ได้ลงตัว
▶
▶
2. การแยกตัวประกอบของ 51037 ด้วยวิธีหารสั้น
ตัวประกอบของ 51037 มีอะไรบ้าง
ตัวประกอบของ 51037 มีทั้งหมด 8 ตัวคือ 1, 7, 23, 161, 317, 2219, 7291, 51037
ตรวจคำตอบด้วยการหาร
| 51037 ÷ 1 | = | 51037 | เหลือเศษ 0 |
| 51037 ÷ 7 | = | 7291 | เหลือเศษ 0 |
| 51037 ÷ 23 | = | 2219 | เหลือเศษ 0 |
| 51037 ÷ 161 | = | 317 | เหลือเศษ 0 |
| 51037 ÷ 317 | = | 161 | เหลือเศษ 0 |
| 51037 ÷ 2219 | = | 23 | เหลือเศษ 0 |
| 51037 ÷ 7291 | = | 7 | เหลือเศษ 0 |
| 51037 ÷ 51037 | = | 1 | เหลือเศษ 0 |
ตรวจคำตอบด้วยการจับคู่หาจำนวนที่คูณกันได้ 51037
| 1 x 51037 | = | 51037 |
| 7 x 7291 | = | 51037 |
| 23 x 2219 | = | 51037 |
| 161 x 317 | = | 51037 |
ผลบวกของตัวประกอบทั้งหมดของ 51037
1 + 7 + 23 + 161 + 317 + 2219 + 7291 + 51037 = 61056
▶ ตัวประกอบของ 51037 ที่เป็นจำนวนเฉพาะมีทั้งหมด 3 ตัวดังนี้
7, 23, 317
จำนวนเฉพาะ (Prime number) คือ จำนวนนับที่มากกว่า 1 และมีตัวประกอบเพียงสองตัวคือ 1 และตัวมันเอง
ตัวประกอบที่เป็นจำนวนเฉพาะ เรียกว่า "ตัวประกอบเฉพาะ"
การแยกตัวประกอบคืออะไร
การแยกตัวประกอบ คือ การเขียนจำนวนนับนั้นให้อยู่ในรูปการคูณของตัวประกอบเฉพาะ
▶ 51037 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
51037 = 7 x 23 x 317
วิธีการแยกตัวประกอบ
1. การแยกตัวประกอบของ 51037 ด้วยวิธีแผนภาพต้นไม้🌲
วิธีทำ
1จำนวนที่โจทย์กำหนดมา คือ 51037 ดังนั้นให้หาจำนวนที่คูณกันได้ 51037 มา 1 คู่ เช่น 7 x 7291
2พิจารณาว่าจำนวน 1 คู่ที่เลือกมาเป็นจำนวนเฉพาะหรือยัง
3ถ้าจำนวนใดยังไม่ใช่จำนวนเฉพาะให้หาจำนวนที่คูณกันได้จำนวนนั้น และให้เลือกเอาจำนวนที่คูณกันได้จำนวนนั้นมา 1 คู่(ทำคล้ายๆกับข้อที่ 1)
4ทำโดยใช้หลักการข้อที่ 2 และ 3 ไปเรื่อยๆ จนกว่าจำนวนสุดท้ายจะเป็นจำนวนเฉพาะ
5เอาจำนวนเฉพาะทั้งหมดที่ได้มาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 51037
ตัวอย่างแผนภาพต้นไม้ของ 51037 แบบที่หนึ่ง
- 51037
- 161
- 7
- 23
- 317
- 161
ตัวอย่างแผนภาพต้นไม้ของ 51037 แบบที่สอง
- 51037
- 7
- 7291
- 23
- 317
ดังนั้น 51037 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
51037 =
7 x 23 x 317
2. การแยกตัวประกอบของ 51037 ด้วยวิธีหารสั้นวิธีทำ1หาร 51037 ด้วยตัวประกอบเฉพาะของ 51037 นั้นก็คือ 7, 23, 317 (ในการหารแต่ละครั้งแนะนำให้ใช้ตัวประกอบเฉพาะที่มีค่าน้อยที่สุด)2หากผลการหารที่ได้ยังไม่เท่ากับ 1 ให้นำผลการหารที่ได้ก่อนหน้านี้มาหารด้วยตัวประกอบเฉพาะอีกครั้ง3ดำเนินการเช่นเดียวกับข้อ 2 ไปเรื่อยๆ จนกว่าผลหารสุดท้ายมีค่าเท่ากับ 14นำตัวหารทั้งหมดมาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 51037
7)5103723)7291317)3171ดังนั้น 51037 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้51037 = 7 x 23 x 317วิธีหาจำนวนตัวประกอบทั้งหมดของ 51037
1แยกตัวประกอบของ 51037 และเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังจะได้เท่ากับ 71 x 231 x 31712ให้นำ 1 ไปบวกกับเลขชี้กำลังของตัวประกอบแต่ละตัวดังนี้- 👉 7 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 23 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 317 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
3นำผลบวกของเลขชี้กำลังที่ได้มาคูณกันดังนี้ 2 x 2 x 2 = 8✔คำตอบ ตัวประกอบทั้งหมดของ 51037 มีทั้งหมด 8 ตัว ✔
วิธีทำ
1หาร 51037 ด้วยตัวประกอบเฉพาะของ 51037 นั้นก็คือ 7, 23, 317 (ในการหารแต่ละครั้งแนะนำให้ใช้ตัวประกอบเฉพาะที่มีค่าน้อยที่สุด)
2หากผลการหารที่ได้ยังไม่เท่ากับ 1 ให้นำผลการหารที่ได้ก่อนหน้านี้มาหารด้วยตัวประกอบเฉพาะอีกครั้ง
3ดำเนินการเช่นเดียวกับข้อ 2 ไปเรื่อยๆ จนกว่าผลหารสุดท้ายมีค่าเท่ากับ 1
4นำตัวหารทั้งหมดมาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 51037
7
)51037
23
)7291
317
)317
1
ดังนั้น 51037 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
51037 = 7 x 23 x 317
1แยกตัวประกอบของ 51037 และเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังจะได้เท่ากับ 71 x 231 x 3171
2ให้นำ 1 ไปบวกกับเลขชี้กำลังของตัวประกอบแต่ละตัวดังนี้
- 👉 7 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 23 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 317 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
3นำผลบวกของเลขชี้กำลังที่ได้มาคูณกันดังนี้ 2 x 2 x 2 = 8✔
คำตอบ ตัวประกอบทั้งหมดของ 51037 มีทั้งหมด 8 ตัว ✔
เมื่อคุณรู้ตัวประกอบและวิธีการแยกตัวประกอบของ 51037 แล้วลองแวะดูบทความอื่นๆที่น่าสนใจด้านล่างนี้ได้น่ะ 👇
