ตัวประกอบของ 49452 และวิธีการแยกตัวประกอบของ 49452
คำนิยาม
ตัวประกอบของจำนวนนับใดๆ หมายถึง จำนวนนับที่หารจำนวนนับที่เรากำหนดให้ได้ลงตัว
ดังนั้นตัวประกอบของ 49452 หมายถึงจำนวนนับที่หาร 49452 ได้ลงตัว
▶
▶
2. การแยกตัวประกอบของ 49452 ด้วยวิธีหารสั้น
ตัวประกอบของ 49452 มีอะไรบ้าง
ตัวประกอบของ 49452 มีทั้งหมด 24 ตัวคือ 1, 2, 3, 4, 6, 12, 13, 26, 39, 52, 78, 156, 317, 634, 951, 1268, 1902, 3804, 4121, 8242, 12363, 16484, 24726, 49452
ตรวจคำตอบด้วยการหาร
| 49452 ÷ 1 | = | 49452 | เหลือเศษ 0 |
| 49452 ÷ 2 | = | 24726 | เหลือเศษ 0 |
| 49452 ÷ 3 | = | 16484 | เหลือเศษ 0 |
| 49452 ÷ 4 | = | 12363 | เหลือเศษ 0 |
| 49452 ÷ 6 | = | 8242 | เหลือเศษ 0 |
| 49452 ÷ 12 | = | 4121 | เหลือเศษ 0 |
| 49452 ÷ 13 | = | 3804 | เหลือเศษ 0 |
| 49452 ÷ 26 | = | 1902 | เหลือเศษ 0 |
| 49452 ÷ 39 | = | 1268 | เหลือเศษ 0 |
| 49452 ÷ 52 | = | 951 | เหลือเศษ 0 |
| 49452 ÷ 78 | = | 634 | เหลือเศษ 0 |
| 49452 ÷ 156 | = | 317 | เหลือเศษ 0 |
| 49452 ÷ 317 | = | 156 | เหลือเศษ 0 |
| 49452 ÷ 634 | = | 78 | เหลือเศษ 0 |
| 49452 ÷ 951 | = | 52 | เหลือเศษ 0 |
| 49452 ÷ 1268 | = | 39 | เหลือเศษ 0 |
| 49452 ÷ 1902 | = | 26 | เหลือเศษ 0 |
| 49452 ÷ 3804 | = | 13 | เหลือเศษ 0 |
| 49452 ÷ 4121 | = | 12 | เหลือเศษ 0 |
| 49452 ÷ 8242 | = | 6 | เหลือเศษ 0 |
| 49452 ÷ 12363 | = | 4 | เหลือเศษ 0 |
| 49452 ÷ 16484 | = | 3 | เหลือเศษ 0 |
| 49452 ÷ 24726 | = | 2 | เหลือเศษ 0 |
| 49452 ÷ 49452 | = | 1 | เหลือเศษ 0 |
ตรวจคำตอบด้วยการจับคู่หาจำนวนที่คูณกันได้ 49452
| 1 x 49452 | = | 49452 |
| 2 x 24726 | = | 49452 |
| 3 x 16484 | = | 49452 |
| 4 x 12363 | = | 49452 |
| 6 x 8242 | = | 49452 |
| 12 x 4121 | = | 49452 |
| 13 x 3804 | = | 49452 |
| 26 x 1902 | = | 49452 |
| 39 x 1268 | = | 49452 |
| 52 x 951 | = | 49452 |
| 78 x 634 | = | 49452 |
| 156 x 317 | = | 49452 |
ผลบวกของตัวประกอบทั้งหมดของ 49452
1 + 2 + 3 + 4 + 6 + 12 + 13 + 26 + 39 + 52 + 78 + 156 + 317 + 634 + 951 + 1268 + 1902 + 3804 + 4121 + 8242 + 12363 + 16484 + 24726 + 49452 = 124656
▶ ตัวประกอบของ 49452 ที่เป็นจำนวนเฉพาะมีทั้งหมด 4 ตัวดังนี้
2, 3, 13, 317
จำนวนเฉพาะ (Prime number) คือ จำนวนนับที่มากกว่า 1 และมีตัวประกอบเพียงสองตัวคือ 1 และตัวมันเอง
ตัวประกอบที่เป็นจำนวนเฉพาะ เรียกว่า "ตัวประกอบเฉพาะ"
การแยกตัวประกอบคืออะไร
การแยกตัวประกอบ คือ การเขียนจำนวนนับนั้นให้อยู่ในรูปการคูณของตัวประกอบเฉพาะ
▶ 49452 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
49452 = 2 x 2 x 3 x 13 x 317
จากผลการแยกตัวประกอบด้านบนจะเห็นว่ามีจำนวนบางจำนวนที่ซ้ำกัน ดังนั้นเราสามารถเขียนการแยกตัวประกอบของ 49452 ให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังได้ดังนี้
49452 = 22 x 3 x 13 x 317
จากผลการแยกตัวประกอบด้านบนจะเห็นว่ามีจำนวนบางจำนวนที่ซ้ำกัน ดังนั้นเราสามารถเขียนการแยกตัวประกอบของ 49452 ให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังได้ดังนี้
49452 = 22 x 3 x 13 x 317
วิธีการแยกตัวประกอบ
1. การแยกตัวประกอบของ 49452 ด้วยวิธีแผนภาพต้นไม้🌲
วิธีทำ
1จำนวนที่โจทย์กำหนดมา คือ 49452 ดังนั้นให้หาจำนวนที่คูณกันได้ 49452 มา 1 คู่ เช่น 2 x 24726
2พิจารณาว่าจำนวน 1 คู่ที่เลือกมาเป็นจำนวนเฉพาะหรือยัง
3ถ้าจำนวนใดยังไม่ใช่จำนวนเฉพาะให้หาจำนวนที่คูณกันได้จำนวนนั้น และให้เลือกเอาจำนวนที่คูณกันได้จำนวนนั้นมา 1 คู่(ทำคล้ายๆกับข้อที่ 1)
4ทำโดยใช้หลักการข้อที่ 2 และ 3 ไปเรื่อยๆ จนกว่าจำนวนสุดท้ายจะเป็นจำนวนเฉพาะ
5เอาจำนวนเฉพาะทั้งหมดที่ได้มาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 49452
ตัวอย่างแผนภาพต้นไม้ของ 49452 แบบที่หนึ่ง
- 49452
- 156
- 12
- 3
- 4
- 2
- 2
- 13
- 12
- 317
- 156
ตัวอย่างแผนภาพต้นไม้ของ 49452 แบบที่สอง
- 49452
- 2
- 24726
- 2
- 12363
- 3
- 4121
- 13
- 317
ดังนั้น 49452 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
49452 =
2 x 2 x 3 x 13 x 317
หรือจะเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลัง
49452 =
22 x 3 x 13 x 317 หรือ 22 x 31 x 131 x 3171
2. การแยกตัวประกอบของ 49452 ด้วยวิธีหารสั้นวิธีทำ1หาร 49452 ด้วยตัวประกอบเฉพาะของ 49452 นั้นก็คือ 2, 3, 13, 317 (ในการหารแต่ละครั้งแนะนำให้ใช้ตัวประกอบเฉพาะที่มีค่าน้อยที่สุด)2หากผลการหารที่ได้ยังไม่เท่ากับ 1 ให้นำผลการหารที่ได้ก่อนหน้านี้มาหารด้วยตัวประกอบเฉพาะอีกครั้ง3ดำเนินการเช่นเดียวกับข้อ 2 ไปเรื่อยๆ จนกว่าผลหารสุดท้ายมีค่าเท่ากับ 14นำตัวหารทั้งหมดมาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 49452
2)494522)247263)1236313)4121317)3171ดังนั้น 49452 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้49452 = 2 x 2 x 3 x 13 x 317หรือจะเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลัง49452 = 22 x 3 x 13 x 317 หรือ 22 x 31 x 131 x 3171วิธีหาจำนวนตัวประกอบทั้งหมดของ 49452
1แยกตัวประกอบของ 49452 และเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังจะได้เท่ากับ 22 x 31 x 131 x 31712ให้นำ 1 ไปบวกกับเลขชี้กำลังของตัวประกอบแต่ละตัวดังนี้- 👉 2 มีเลขชี้กำลังคือ 2 ให้เอา 2 + 1 = 3
- 👉 3 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 13 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 317 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
3นำผลบวกของเลขชี้กำลังที่ได้มาคูณกันดังนี้ 3 x 2 x 2 x 2 = 24✔คำตอบ ตัวประกอบทั้งหมดของ 49452 มีทั้งหมด 24 ตัว ✔
วิธีทำ
1หาร 49452 ด้วยตัวประกอบเฉพาะของ 49452 นั้นก็คือ 2, 3, 13, 317 (ในการหารแต่ละครั้งแนะนำให้ใช้ตัวประกอบเฉพาะที่มีค่าน้อยที่สุด)
2หากผลการหารที่ได้ยังไม่เท่ากับ 1 ให้นำผลการหารที่ได้ก่อนหน้านี้มาหารด้วยตัวประกอบเฉพาะอีกครั้ง
3ดำเนินการเช่นเดียวกับข้อ 2 ไปเรื่อยๆ จนกว่าผลหารสุดท้ายมีค่าเท่ากับ 1
4นำตัวหารทั้งหมดมาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 49452
2
)49452
2
)24726
3
)12363
13
)4121
317
)317
1
ดังนั้น 49452 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
49452 = 2 x 2 x 3 x 13 x 317
หรือจะเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลัง
49452 = 22 x 3 x 13 x 317 หรือ 22 x 31 x 131 x 3171
1แยกตัวประกอบของ 49452 และเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังจะได้เท่ากับ 22 x 31 x 131 x 3171
2ให้นำ 1 ไปบวกกับเลขชี้กำลังของตัวประกอบแต่ละตัวดังนี้
- 👉 2 มีเลขชี้กำลังคือ 2 ให้เอา 2 + 1 = 3
- 👉 3 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 13 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 317 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
3นำผลบวกของเลขชี้กำลังที่ได้มาคูณกันดังนี้ 3 x 2 x 2 x 2 = 24✔
คำตอบ ตัวประกอบทั้งหมดของ 49452 มีทั้งหมด 24 ตัว ✔
เมื่อคุณรู้ตัวประกอบและวิธีการแยกตัวประกอบของ 49452 แล้วลองแวะดูบทความอื่นๆที่น่าสนใจด้านล่างนี้ได้น่ะ 👇
