ตัวประกอบของ 35467 และวิธีการแยกตัวประกอบของ 35467
คำนิยาม
ตัวประกอบของจำนวนนับใดๆ หมายถึง จำนวนนับที่หารจำนวนนับที่เรากำหนดให้ได้ลงตัว
ดังนั้นตัวประกอบของ 35467 หมายถึงจำนวนนับที่หาร 35467 ได้ลงตัว
▶
▶ 2. การแยกตัวประกอบของ 35467 ด้วยวิธีหารสั้น
ตัวประกอบของ 35467 มีอะไรบ้าง
ตัวประกอบของ 35467 มีทั้งหมด 4 ตัวคือ 1, 29, 1223, 35467
ตรวจคำตอบด้วยการหาร
| 35467 ÷ 1 | = | 35467 | เหลือเศษ 0 |
| 35467 ÷ 29 | = | 1223 | เหลือเศษ 0 |
| 35467 ÷ 1223 | = | 29 | เหลือเศษ 0 |
| 35467 ÷ 35467 | = | 1 | เหลือเศษ 0 |
ตรวจคำตอบด้วยการจับคู่หาจำนวนที่คูณกันได้ 35467
| 1 x 35467 | = | 35467 |
| 29 x 1223 | = | 35467 |
ผลบวกของตัวประกอบทั้งหมดของ 35467
1 + 29 + 1223 + 35467 = 36720
▶ ตัวประกอบของ 35467 ที่เป็นจำนวนเฉพาะมีทั้งหมด 2 ตัวดังนี้
29, 1223
จำนวนเฉพาะ (Prime number) คือ จำนวนนับที่มากกว่า 1 และมีตัวประกอบเพียงสองตัวคือ 1 และตัวมันเอง
ตัวประกอบที่เป็นจำนวนเฉพาะ เรียกว่า "ตัวประกอบเฉพาะ"
การแยกตัวประกอบคืออะไร
การแยกตัวประกอบ คือ การเขียนจำนวนนับนั้นให้อยู่ในรูปการคูณของตัวประกอบเฉพาะ
▶ 35467 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
35467 = 29 x 1223
วิธีการแยกตัวประกอบ
1. การแยกตัวประกอบของ 35467 ด้วยวิธีแผนภาพต้นไม้🌲
วิธีทำ
1จำนวนที่โจทย์กำหนดมา คือ 35467 ดังนั้นให้หาจำนวนที่คูณกันได้ 35467 มา 1 คู่ เช่น 29 x 1223
2พิจารณาว่าจำนวน 1 คู่ที่เลือกมาเป็นจำนวนเฉพาะหรือยัง
3ถ้าจำนวนใดยังไม่ใช่จำนวนเฉพาะให้หาจำนวนที่คูณกันได้จำนวนนั้น และให้เลือกเอาจำนวนที่คูณกันได้จำนวนนั้นมา 1 คู่(ทำคล้ายๆกับข้อที่ 1)
4ทำโดยใช้หลักการข้อที่ 2 และ 3 ไปเรื่อยๆ จนกว่าจำนวนสุดท้ายจะเป็นจำนวนเฉพาะ
5เอาจำนวนเฉพาะทั้งหมดที่ได้มาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 35467
ตัวอย่างแผนภาพต้นไม้ของ 35467
- 35467
- 29
- 1223
ดังนั้น 35467 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
35467 =
29 x 1223
2. การแยกตัวประกอบของ 35467 ด้วยวิธีหารสั้นวิธีทำ1หาร 35467 ด้วยตัวประกอบเฉพาะของ 35467 นั้นก็คือ 29, 1223 (ในการหารแต่ละครั้งแนะนำให้ใช้ตัวประกอบเฉพาะที่มีค่าน้อยที่สุด)2หากผลการหารที่ได้ยังไม่เท่ากับ 1 ให้นำผลการหารที่ได้ก่อนหน้านี้มาหารด้วยตัวประกอบเฉพาะอีกครั้ง3ดำเนินการเช่นเดียวกับข้อ 2 ไปเรื่อยๆ จนกว่าผลหารสุดท้ายมีค่าเท่ากับ 14นำตัวหารทั้งหมดมาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 35467
29)354671223)12231ดังนั้น 35467 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้35467 = 29 x 1223วิธีหาจำนวนตัวประกอบทั้งหมดของ 35467
1แยกตัวประกอบของ 35467 และเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังจะได้เท่ากับ 291 x 122312ให้นำ 1 ไปบวกกับเลขชี้กำลังของตัวประกอบแต่ละตัวดังนี้- 👉 29 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 1223 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
3นำผลบวกของเลขชี้กำลังที่ได้มาคูณกันดังนี้ 2 x 2 = 4✔คำตอบ ตัวประกอบทั้งหมดของ 35467 มีทั้งหมด 4 ตัว ✔
วิธีทำ
1หาร 35467 ด้วยตัวประกอบเฉพาะของ 35467 นั้นก็คือ 29, 1223 (ในการหารแต่ละครั้งแนะนำให้ใช้ตัวประกอบเฉพาะที่มีค่าน้อยที่สุด)
2หากผลการหารที่ได้ยังไม่เท่ากับ 1 ให้นำผลการหารที่ได้ก่อนหน้านี้มาหารด้วยตัวประกอบเฉพาะอีกครั้ง
3ดำเนินการเช่นเดียวกับข้อ 2 ไปเรื่อยๆ จนกว่าผลหารสุดท้ายมีค่าเท่ากับ 1
4นำตัวหารทั้งหมดมาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 35467
29
)35467
1223
)1223
1
ดังนั้น 35467 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
35467 = 29 x 1223
1แยกตัวประกอบของ 35467 และเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังจะได้เท่ากับ 291 x 12231
2ให้นำ 1 ไปบวกกับเลขชี้กำลังของตัวประกอบแต่ละตัวดังนี้
- 👉 29 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 1223 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
3นำผลบวกของเลขชี้กำลังที่ได้มาคูณกันดังนี้ 2 x 2 = 4✔
คำตอบ ตัวประกอบทั้งหมดของ 35467 มีทั้งหมด 4 ตัว ✔
เมื่อคุณรู้ตัวประกอบและวิธีการแยกตัวประกอบของ 35467 แล้วลองแวะดูบทความอื่นๆที่น่าสนใจด้านล่างนี้ได้น่ะ 👇
