ตัวประกอบของ 35349 และวิธีการแยกตัวประกอบของ 35349
คำนิยาม
ตัวประกอบของจำนวนนับใดๆ หมายถึง จำนวนนับที่หารจำนวนนับที่เรากำหนดให้ได้ลงตัว
ดังนั้นตัวประกอบของ 35349 หมายถึงจำนวนนับที่หาร 35349 ได้ลงตัว
▶
▶ 2. การแยกตัวประกอบของ 35349 ด้วยวิธีหารสั้น
ตัวประกอบของ 35349 มีอะไรบ้าง
ตัวประกอบของ 35349 มีทั้งหมด 4 ตัวคือ 1, 3, 11783, 35349
ตรวจคำตอบด้วยการหาร
| 35349 ÷ 1 | = | 35349 | เหลือเศษ 0 |
| 35349 ÷ 3 | = | 11783 | เหลือเศษ 0 |
| 35349 ÷ 11783 | = | 3 | เหลือเศษ 0 |
| 35349 ÷ 35349 | = | 1 | เหลือเศษ 0 |
ตรวจคำตอบด้วยการจับคู่หาจำนวนที่คูณกันได้ 35349
| 1 x 35349 | = | 35349 |
| 3 x 11783 | = | 35349 |
ผลบวกของตัวประกอบทั้งหมดของ 35349
1 + 3 + 11783 + 35349 = 47136
▶ ตัวประกอบของ 35349 ที่เป็นจำนวนเฉพาะมีทั้งหมด 2 ตัวดังนี้
3, 11783
จำนวนเฉพาะ (Prime number) คือ จำนวนนับที่มากกว่า 1 และมีตัวประกอบเพียงสองตัวคือ 1 และตัวมันเอง
ตัวประกอบที่เป็นจำนวนเฉพาะ เรียกว่า "ตัวประกอบเฉพาะ"
การแยกตัวประกอบคืออะไร
การแยกตัวประกอบ คือ การเขียนจำนวนนับนั้นให้อยู่ในรูปการคูณของตัวประกอบเฉพาะ
▶ 35349 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
35349 = 3 x 11783
วิธีการแยกตัวประกอบ
1. การแยกตัวประกอบของ 35349 ด้วยวิธีแผนภาพต้นไม้🌲
วิธีทำ
1จำนวนที่โจทย์กำหนดมา คือ 35349 ดังนั้นให้หาจำนวนที่คูณกันได้ 35349 มา 1 คู่ เช่น 3 x 11783
2พิจารณาว่าจำนวน 1 คู่ที่เลือกมาเป็นจำนวนเฉพาะหรือยัง
3ถ้าจำนวนใดยังไม่ใช่จำนวนเฉพาะให้หาจำนวนที่คูณกันได้จำนวนนั้น และให้เลือกเอาจำนวนที่คูณกันได้จำนวนนั้นมา 1 คู่(ทำคล้ายๆกับข้อที่ 1)
4ทำโดยใช้หลักการข้อที่ 2 และ 3 ไปเรื่อยๆ จนกว่าจำนวนสุดท้ายจะเป็นจำนวนเฉพาะ
5เอาจำนวนเฉพาะทั้งหมดที่ได้มาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 35349
ตัวอย่างแผนภาพต้นไม้ของ 35349
- 35349
- 3
- 11783
ดังนั้น 35349 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
35349 =
3 x 11783
2. การแยกตัวประกอบของ 35349 ด้วยวิธีหารสั้นวิธีทำ1หาร 35349 ด้วยตัวประกอบเฉพาะของ 35349 นั้นก็คือ 3, 11783 (ในการหารแต่ละครั้งแนะนำให้ใช้ตัวประกอบเฉพาะที่มีค่าน้อยที่สุด)2หากผลการหารที่ได้ยังไม่เท่ากับ 1 ให้นำผลการหารที่ได้ก่อนหน้านี้มาหารด้วยตัวประกอบเฉพาะอีกครั้ง3ดำเนินการเช่นเดียวกับข้อ 2 ไปเรื่อยๆ จนกว่าผลหารสุดท้ายมีค่าเท่ากับ 14นำตัวหารทั้งหมดมาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 35349
3)3534911783)117831ดังนั้น 35349 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้35349 = 3 x 11783วิธีหาจำนวนตัวประกอบทั้งหมดของ 35349
1แยกตัวประกอบของ 35349 และเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังจะได้เท่ากับ 31 x 1178312ให้นำ 1 ไปบวกกับเลขชี้กำลังของตัวประกอบแต่ละตัวดังนี้- 👉 3 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 11783 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
3นำผลบวกของเลขชี้กำลังที่ได้มาคูณกันดังนี้ 2 x 2 = 4✔คำตอบ ตัวประกอบทั้งหมดของ 35349 มีทั้งหมด 4 ตัว ✔
วิธีทำ
1หาร 35349 ด้วยตัวประกอบเฉพาะของ 35349 นั้นก็คือ 3, 11783 (ในการหารแต่ละครั้งแนะนำให้ใช้ตัวประกอบเฉพาะที่มีค่าน้อยที่สุด)
2หากผลการหารที่ได้ยังไม่เท่ากับ 1 ให้นำผลการหารที่ได้ก่อนหน้านี้มาหารด้วยตัวประกอบเฉพาะอีกครั้ง
3ดำเนินการเช่นเดียวกับข้อ 2 ไปเรื่อยๆ จนกว่าผลหารสุดท้ายมีค่าเท่ากับ 1
4นำตัวหารทั้งหมดมาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 35349
3
)35349
11783
)11783
1
ดังนั้น 35349 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
35349 = 3 x 11783
1แยกตัวประกอบของ 35349 และเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังจะได้เท่ากับ 31 x 117831
2ให้นำ 1 ไปบวกกับเลขชี้กำลังของตัวประกอบแต่ละตัวดังนี้
- 👉 3 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 11783 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
3นำผลบวกของเลขชี้กำลังที่ได้มาคูณกันดังนี้ 2 x 2 = 4✔
คำตอบ ตัวประกอบทั้งหมดของ 35349 มีทั้งหมด 4 ตัว ✔
เมื่อคุณรู้ตัวประกอบและวิธีการแยกตัวประกอบของ 35349 แล้วลองแวะดูบทความอื่นๆที่น่าสนใจด้านล่างนี้ได้น่ะ 👇
