ตัวประกอบของ 33163 และวิธีการแยกตัวประกอบของ 33163
คำนิยาม
ตัวประกอบของจำนวนนับใดๆ หมายถึง จำนวนนับที่หารจำนวนนับที่เรากำหนดให้ได้ลงตัว
ดังนั้นตัวประกอบของ 33163 หมายถึงจำนวนนับที่หาร 33163 ได้ลงตัว
▶
▶ 2. การแยกตัวประกอบของ 33163 ด้วยวิธีหารสั้น
ตัวประกอบของ 33163 มีอะไรบ้าง
ตัวประกอบของ 33163 มีทั้งหมด 4 ตัวคือ 1, 13, 2551, 33163
ตรวจคำตอบด้วยการหาร
| 33163 ÷ 1 | = | 33163 | เหลือเศษ 0 |
| 33163 ÷ 13 | = | 2551 | เหลือเศษ 0 |
| 33163 ÷ 2551 | = | 13 | เหลือเศษ 0 |
| 33163 ÷ 33163 | = | 1 | เหลือเศษ 0 |
ตรวจคำตอบด้วยการจับคู่หาจำนวนที่คูณกันได้ 33163
| 1 x 33163 | = | 33163 |
| 13 x 2551 | = | 33163 |
ผลบวกของตัวประกอบทั้งหมดของ 33163
1 + 13 + 2551 + 33163 = 35728
▶ ตัวประกอบของ 33163 ที่เป็นจำนวนเฉพาะมีทั้งหมด 2 ตัวดังนี้
13, 2551
จำนวนเฉพาะ (Prime number) คือ จำนวนนับที่มากกว่า 1 และมีตัวประกอบเพียงสองตัวคือ 1 และตัวมันเอง
ตัวประกอบที่เป็นจำนวนเฉพาะ เรียกว่า "ตัวประกอบเฉพาะ"
การแยกตัวประกอบคืออะไร
การแยกตัวประกอบ คือ การเขียนจำนวนนับนั้นให้อยู่ในรูปการคูณของตัวประกอบเฉพาะ
▶ 33163 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
33163 = 13 x 2551
วิธีการแยกตัวประกอบ
1. การแยกตัวประกอบของ 33163 ด้วยวิธีแผนภาพต้นไม้🌲
วิธีทำ
1จำนวนที่โจทย์กำหนดมา คือ 33163 ดังนั้นให้หาจำนวนที่คูณกันได้ 33163 มา 1 คู่ เช่น 13 x 2551
2พิจารณาว่าจำนวน 1 คู่ที่เลือกมาเป็นจำนวนเฉพาะหรือยัง
3ถ้าจำนวนใดยังไม่ใช่จำนวนเฉพาะให้หาจำนวนที่คูณกันได้จำนวนนั้น และให้เลือกเอาจำนวนที่คูณกันได้จำนวนนั้นมา 1 คู่(ทำคล้ายๆกับข้อที่ 1)
4ทำโดยใช้หลักการข้อที่ 2 และ 3 ไปเรื่อยๆ จนกว่าจำนวนสุดท้ายจะเป็นจำนวนเฉพาะ
5เอาจำนวนเฉพาะทั้งหมดที่ได้มาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 33163
ตัวอย่างแผนภาพต้นไม้ของ 33163
- 33163
- 13
- 2551
ดังนั้น 33163 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
33163 =
13 x 2551
2. การแยกตัวประกอบของ 33163 ด้วยวิธีหารสั้นวิธีทำ1หาร 33163 ด้วยตัวประกอบเฉพาะของ 33163 นั้นก็คือ 13, 2551 (ในการหารแต่ละครั้งแนะนำให้ใช้ตัวประกอบเฉพาะที่มีค่าน้อยที่สุด)2หากผลการหารที่ได้ยังไม่เท่ากับ 1 ให้นำผลการหารที่ได้ก่อนหน้านี้มาหารด้วยตัวประกอบเฉพาะอีกครั้ง3ดำเนินการเช่นเดียวกับข้อ 2 ไปเรื่อยๆ จนกว่าผลหารสุดท้ายมีค่าเท่ากับ 14นำตัวหารทั้งหมดมาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 33163
13)331632551)25511ดังนั้น 33163 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้33163 = 13 x 2551วิธีหาจำนวนตัวประกอบทั้งหมดของ 33163
1แยกตัวประกอบของ 33163 และเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังจะได้เท่ากับ 131 x 255112ให้นำ 1 ไปบวกกับเลขชี้กำลังของตัวประกอบแต่ละตัวดังนี้- 👉 13 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 2551 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
3นำผลบวกของเลขชี้กำลังที่ได้มาคูณกันดังนี้ 2 x 2 = 4✔คำตอบ ตัวประกอบทั้งหมดของ 33163 มีทั้งหมด 4 ตัว ✔
วิธีทำ
1หาร 33163 ด้วยตัวประกอบเฉพาะของ 33163 นั้นก็คือ 13, 2551 (ในการหารแต่ละครั้งแนะนำให้ใช้ตัวประกอบเฉพาะที่มีค่าน้อยที่สุด)
2หากผลการหารที่ได้ยังไม่เท่ากับ 1 ให้นำผลการหารที่ได้ก่อนหน้านี้มาหารด้วยตัวประกอบเฉพาะอีกครั้ง
3ดำเนินการเช่นเดียวกับข้อ 2 ไปเรื่อยๆ จนกว่าผลหารสุดท้ายมีค่าเท่ากับ 1
4นำตัวหารทั้งหมดมาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 33163
13
)33163
2551
)2551
1
ดังนั้น 33163 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
33163 = 13 x 2551
1แยกตัวประกอบของ 33163 และเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังจะได้เท่ากับ 131 x 25511
2ให้นำ 1 ไปบวกกับเลขชี้กำลังของตัวประกอบแต่ละตัวดังนี้
- 👉 13 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 2551 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
3นำผลบวกของเลขชี้กำลังที่ได้มาคูณกันดังนี้ 2 x 2 = 4✔
คำตอบ ตัวประกอบทั้งหมดของ 33163 มีทั้งหมด 4 ตัว ✔
เมื่อคุณรู้ตัวประกอบและวิธีการแยกตัวประกอบของ 33163 แล้วลองแวะดูบทความอื่นๆที่น่าสนใจด้านล่างนี้ได้น่ะ 👇
