ตัวประกอบของ 33162 และวิธีการแยกตัวประกอบของ 33162
คำนิยาม
ตัวประกอบของจำนวนนับใดๆ หมายถึง จำนวนนับที่หารจำนวนนับที่เรากำหนดให้ได้ลงตัว
ดังนั้นตัวประกอบของ 33162 หมายถึงจำนวนนับที่หาร 33162 ได้ลงตัว
▶
▶
2. การแยกตัวประกอบของ 33162 ด้วยวิธีหารสั้น
ตัวประกอบของ 33162 มีอะไรบ้าง
ตัวประกอบของ 33162 มีทั้งหมด 8 ตัวคือ 1, 2, 3, 6, 5527, 11054, 16581, 33162
ตรวจคำตอบด้วยการหาร
| 33162 ÷ 1 | = | 33162 | เหลือเศษ 0 |
| 33162 ÷ 2 | = | 16581 | เหลือเศษ 0 |
| 33162 ÷ 3 | = | 11054 | เหลือเศษ 0 |
| 33162 ÷ 6 | = | 5527 | เหลือเศษ 0 |
| 33162 ÷ 5527 | = | 6 | เหลือเศษ 0 |
| 33162 ÷ 11054 | = | 3 | เหลือเศษ 0 |
| 33162 ÷ 16581 | = | 2 | เหลือเศษ 0 |
| 33162 ÷ 33162 | = | 1 | เหลือเศษ 0 |
ตรวจคำตอบด้วยการจับคู่หาจำนวนที่คูณกันได้ 33162
| 1 x 33162 | = | 33162 |
| 2 x 16581 | = | 33162 |
| 3 x 11054 | = | 33162 |
| 6 x 5527 | = | 33162 |
ผลบวกของตัวประกอบทั้งหมดของ 33162
1 + 2 + 3 + 6 + 5527 + 11054 + 16581 + 33162 = 66336
▶ ตัวประกอบของ 33162 ที่เป็นจำนวนเฉพาะมีทั้งหมด 3 ตัวดังนี้
2, 3, 5527
จำนวนเฉพาะ (Prime number) คือ จำนวนนับที่มากกว่า 1 และมีตัวประกอบเพียงสองตัวคือ 1 และตัวมันเอง
ตัวประกอบที่เป็นจำนวนเฉพาะ เรียกว่า "ตัวประกอบเฉพาะ"
การแยกตัวประกอบคืออะไร
การแยกตัวประกอบ คือ การเขียนจำนวนนับนั้นให้อยู่ในรูปการคูณของตัวประกอบเฉพาะ
▶ 33162 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
33162 = 2 x 3 x 5527
วิธีการแยกตัวประกอบ
1. การแยกตัวประกอบของ 33162 ด้วยวิธีแผนภาพต้นไม้🌲
วิธีทำ
1จำนวนที่โจทย์กำหนดมา คือ 33162 ดังนั้นให้หาจำนวนที่คูณกันได้ 33162 มา 1 คู่ เช่น 2 x 16581
2พิจารณาว่าจำนวน 1 คู่ที่เลือกมาเป็นจำนวนเฉพาะหรือยัง
3ถ้าจำนวนใดยังไม่ใช่จำนวนเฉพาะให้หาจำนวนที่คูณกันได้จำนวนนั้น และให้เลือกเอาจำนวนที่คูณกันได้จำนวนนั้นมา 1 คู่(ทำคล้ายๆกับข้อที่ 1)
4ทำโดยใช้หลักการข้อที่ 2 และ 3 ไปเรื่อยๆ จนกว่าจำนวนสุดท้ายจะเป็นจำนวนเฉพาะ
5เอาจำนวนเฉพาะทั้งหมดที่ได้มาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 33162
ตัวอย่างแผนภาพต้นไม้ของ 33162 แบบที่หนึ่ง
- 33162
- 6
- 2
- 3
- 5527
- 6
ตัวอย่างแผนภาพต้นไม้ของ 33162 แบบที่สอง
- 33162
- 2
- 16581
- 3
- 5527
ดังนั้น 33162 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
33162 =
2 x 3 x 5527
2. การแยกตัวประกอบของ 33162 ด้วยวิธีหารสั้นวิธีทำ1หาร 33162 ด้วยตัวประกอบเฉพาะของ 33162 นั้นก็คือ 2, 3, 5527 (ในการหารแต่ละครั้งแนะนำให้ใช้ตัวประกอบเฉพาะที่มีค่าน้อยที่สุด)2หากผลการหารที่ได้ยังไม่เท่ากับ 1 ให้นำผลการหารที่ได้ก่อนหน้านี้มาหารด้วยตัวประกอบเฉพาะอีกครั้ง3ดำเนินการเช่นเดียวกับข้อ 2 ไปเรื่อยๆ จนกว่าผลหารสุดท้ายมีค่าเท่ากับ 14นำตัวหารทั้งหมดมาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 33162
2)331623)165815527)55271ดังนั้น 33162 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้33162 = 2 x 3 x 5527วิธีหาจำนวนตัวประกอบทั้งหมดของ 33162
1แยกตัวประกอบของ 33162 และเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังจะได้เท่ากับ 21 x 31 x 552712ให้นำ 1 ไปบวกกับเลขชี้กำลังของตัวประกอบแต่ละตัวดังนี้- 👉 2 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 3 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 5527 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
3นำผลบวกของเลขชี้กำลังที่ได้มาคูณกันดังนี้ 2 x 2 x 2 = 8✔คำตอบ ตัวประกอบทั้งหมดของ 33162 มีทั้งหมด 8 ตัว ✔
วิธีทำ
1หาร 33162 ด้วยตัวประกอบเฉพาะของ 33162 นั้นก็คือ 2, 3, 5527 (ในการหารแต่ละครั้งแนะนำให้ใช้ตัวประกอบเฉพาะที่มีค่าน้อยที่สุด)
2หากผลการหารที่ได้ยังไม่เท่ากับ 1 ให้นำผลการหารที่ได้ก่อนหน้านี้มาหารด้วยตัวประกอบเฉพาะอีกครั้ง
3ดำเนินการเช่นเดียวกับข้อ 2 ไปเรื่อยๆ จนกว่าผลหารสุดท้ายมีค่าเท่ากับ 1
4นำตัวหารทั้งหมดมาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 33162
2
)33162
3
)16581
5527
)5527
1
ดังนั้น 33162 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
33162 = 2 x 3 x 5527
1แยกตัวประกอบของ 33162 และเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังจะได้เท่ากับ 21 x 31 x 55271
2ให้นำ 1 ไปบวกกับเลขชี้กำลังของตัวประกอบแต่ละตัวดังนี้
- 👉 2 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 3 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 5527 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
3นำผลบวกของเลขชี้กำลังที่ได้มาคูณกันดังนี้ 2 x 2 x 2 = 8✔
คำตอบ ตัวประกอบทั้งหมดของ 33162 มีทั้งหมด 8 ตัว ✔
เมื่อคุณรู้ตัวประกอบและวิธีการแยกตัวประกอบของ 33162 แล้วลองแวะดูบทความอื่นๆที่น่าสนใจด้านล่างนี้ได้น่ะ 👇
