โปรแกรมหาตัวประกอบของจำนวนนับ
ใส่ตัวเลขที่ต้องการหาตัวประกอบ โปรแกรมจะแสดงคำตอบและวิธีการแยกตัวประกอบให้อัตโนมัติ
เทพควิช-lnwquiz

ตัวประกอบของ 33000 และวิธีการแยกตัวประกอบของ 33000

คำนิยาม

ตัวประกอบของ 33000 มีอะไรบ้าง

ตัวประกอบของ 33000 มีทั้งหมด 64 ตัวคือ 1, 2, 3, 4, 5, 6, 8, 10, 11, 12, 15, 20, 22, 24, 25, 30, 33, 40, 44, 50, 55, 60, 66, 75, 88, 100, 110, 120, 125, 132, 150, 165, 200, 220, 250, 264, 275, 300, 330, 375, 440, 500, 550, 600, 660, 750, 825, 1000, 1100, 1320, 1375, 1500, 1650, 2200, 2750, 3000, 3300, 4125, 5500, 6600, 8250, 11000, 16500, 33000
ตรวจคำตอบด้วยการหาร
33000 ÷ 1=33000เหลือเศษ 0
33000 ÷ 2=16500เหลือเศษ 0
33000 ÷ 3=11000เหลือเศษ 0
33000 ÷ 4=8250เหลือเศษ 0
33000 ÷ 5=6600เหลือเศษ 0
33000 ÷ 6=5500เหลือเศษ 0
33000 ÷ 8=4125เหลือเศษ 0
33000 ÷ 10=3300เหลือเศษ 0
33000 ÷ 11=3000เหลือเศษ 0
33000 ÷ 12=2750เหลือเศษ 0
33000 ÷ 15=2200เหลือเศษ 0
33000 ÷ 20=1650เหลือเศษ 0
33000 ÷ 22=1500เหลือเศษ 0
33000 ÷ 24=1375เหลือเศษ 0
33000 ÷ 25=1320เหลือเศษ 0
33000 ÷ 30=1100เหลือเศษ 0
33000 ÷ 33=1000เหลือเศษ 0
33000 ÷ 40=825เหลือเศษ 0
33000 ÷ 44=750เหลือเศษ 0
33000 ÷ 50=660เหลือเศษ 0
33000 ÷ 55=600เหลือเศษ 0
33000 ÷ 60=550เหลือเศษ 0
33000 ÷ 66=500เหลือเศษ 0
33000 ÷ 75=440เหลือเศษ 0
33000 ÷ 88=375เหลือเศษ 0
33000 ÷ 100=330เหลือเศษ 0
33000 ÷ 110=300เหลือเศษ 0
33000 ÷ 120=275เหลือเศษ 0
33000 ÷ 125=264เหลือเศษ 0
33000 ÷ 132=250เหลือเศษ 0
33000 ÷ 150=220เหลือเศษ 0
33000 ÷ 165=200เหลือเศษ 0
33000 ÷ 200=165เหลือเศษ 0
33000 ÷ 220=150เหลือเศษ 0
33000 ÷ 250=132เหลือเศษ 0
33000 ÷ 264=125เหลือเศษ 0
33000 ÷ 275=120เหลือเศษ 0
33000 ÷ 300=110เหลือเศษ 0
33000 ÷ 330=100เหลือเศษ 0
33000 ÷ 375=88เหลือเศษ 0
33000 ÷ 440=75เหลือเศษ 0
33000 ÷ 500=66เหลือเศษ 0
33000 ÷ 550=60เหลือเศษ 0
33000 ÷ 600=55เหลือเศษ 0
33000 ÷ 660=50เหลือเศษ 0
33000 ÷ 750=44เหลือเศษ 0
33000 ÷ 825=40เหลือเศษ 0
33000 ÷ 1000=33เหลือเศษ 0
33000 ÷ 1100=30เหลือเศษ 0
33000 ÷ 1320=25เหลือเศษ 0
33000 ÷ 1375=24เหลือเศษ 0
33000 ÷ 1500=22เหลือเศษ 0
33000 ÷ 1650=20เหลือเศษ 0
33000 ÷ 2200=15เหลือเศษ 0
33000 ÷ 2750=12เหลือเศษ 0
33000 ÷ 3000=11เหลือเศษ 0
33000 ÷ 3300=10เหลือเศษ 0
33000 ÷ 4125=8เหลือเศษ 0
33000 ÷ 5500=6เหลือเศษ 0
33000 ÷ 6600=5เหลือเศษ 0
33000 ÷ 8250=4เหลือเศษ 0
33000 ÷ 11000=3เหลือเศษ 0
33000 ÷ 16500=2เหลือเศษ 0
33000 ÷ 33000=1เหลือเศษ 0
ตรวจคำตอบด้วยการจับคู่หาจำนวนที่คูณกันได้ 33000
1 x 33000
2 x 16500
3 x 11000
4 x 8250
5 x 6600
6 x 5500
8 x 4125
10 x 3300
11 x 3000
12 x 2750
15 x 2200
20 x 1650
22 x 1500
24 x 1375
25 x 1320
30 x 1100
33 x 1000
40 x 825
44 x 750
50 x 660
55 x 600
60 x 550
66 x 500
75 x 440
88 x 375
100 x 330
110 x 300
120 x 275
125 x 264
132 x 250
150 x 220
165 x 200
ผลบวกของตัวประกอบทั้งหมดของ 33000
1 + 2 + 3 + 4 + 5 + 6 + 8 + 10 + 11 + 12 + 15 + 20 + 22 + 24 + 25 + 30 + 33 + 40 + 44 + 50 + 55 + 60 + 66 + 75 + 88 + 100 + 110 + 120 + 125 + 132 + 150 + 165 + 200 + 220 + 250 + 264 + 275 + 300 + 330 + 375 + 440 + 500 + 550 + 600 + 660 + 750 + 825 + 1000 + 1100 + 1320 + 1375 + 1500 + 1650 + 2200 + 2750 + 3000 + 3300 + 4125 + 5500 + 6600 + 8250 + 11000 + 16500 + 33000 = 112320
ตัวประกอบของ 33000 ที่เป็นจำนวนเฉพาะมีทั้งหมด 4 ตัวดังนี้
2, 3, 5, 11
การแยกตัวประกอบคืออะไร

33000 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้

33000 = 2 x 2 x 2 x 3 x 5 x 5 x 5 x 11
จากผลการแยกตัวประกอบด้านบนจะเห็นว่ามีจำนวนบางจำนวนที่ซ้ำกัน ดังนั้นเราสามารถเขียนการแยกตัวประกอบของ 33000 ให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังได้ดังนี้
33000 = 23 x 3 x 53 x 11
วิธีการแยกตัวประกอบ

1. การแยกตัวประกอบของ 33000 ด้วยวิธีแผนภาพต้นไม้🌲

วิธีทำ
1จำนวนที่โจทย์กำหนดมา คือ 33000 ดังนั้นให้หาจำนวนที่คูณกันได้ 33000 มา 1 คู่ เช่น 2 x 16500
2พิจารณาว่าจำนวน 1 คู่ที่เลือกมาเป็นจำนวนเฉพาะหรือยัง
3ถ้าจำนวนใดยังไม่ใช่จำนวนเฉพาะให้หาจำนวนที่คูณกันได้จำนวนนั้น และให้เลือกเอาจำนวนที่คูณกันได้จำนวนนั้นมา 1 คู่(ทำคล้ายๆกับข้อที่ 1)
4ทำโดยใช้หลักการข้อที่ 2 และ 3 ไปเรื่อยๆ จนกว่าจำนวนสุดท้ายจะเป็นจำนวนเฉพาะ
5เอาจำนวนเฉพาะทั้งหมดที่ได้มาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 33000
ตัวอย่างแผนภาพต้นไม้ของ 33000 แบบที่หนึ่ง
  • 33000
    • 165
      • 11
      • 15
        • 3
        • 5
    • 200
      • 10
        • 2
        • 5
      • 20
        • 4
          • 2
          • 2
        • 5

ตัวอย่างแผนภาพต้นไม้ของ 33000 แบบที่สอง
  • 33000
    • 2
    • 16500
      • 2
      • 8250
        • 2
        • 4125
          • 3
          • 1375
            • 5
            • 275
              • 5
              • 55
                • 5
                • 11
ดังนั้น 33000 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
33000 = 2 x 2 x 2 x 3 x 5 x 5 x 5 x 11
หรือจะเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลัง
33000 = 23 x 3 x 53 x 11 หรือ 23 x 31 x 53 x 111

2. การแยกตัวประกอบของ 33000 ด้วยวิธีหารสั้น

วิธีทำ
1หาร 33000 ด้วยตัวประกอบเฉพาะของ 33000 นั้นก็คือ 2, 3, 5, 11 (ในการหารแต่ละครั้งแนะนำให้ใช้ตัวประกอบเฉพาะที่มีค่าน้อยที่สุด)
2หากผลการหารที่ได้ยังไม่เท่ากับ 1 ให้นำผลการหารที่ได้ก่อนหน้านี้มาหารด้วยตัวประกอบเฉพาะอีกครั้ง
3ดำเนินการเช่นเดียวกับข้อ 2 ไปเรื่อยๆ จนกว่าผลหารสุดท้ายมีค่าเท่ากับ 1
4นำตัวหารทั้งหมดมาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 33000

2
)33000
2
)16500
2
)8250
3
)4125
5
)1375
5
)275
5
)55
11
)11
1
ดังนั้น 33000 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
33000 = 2 x 2 x 2 x 3 x 5 x 5 x 5 x 11
หรือจะเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลัง
33000 = 23 x 3 x 53 x 11 หรือ 23 x 31 x 53 x 111

วิธีหาจำนวนตัวประกอบทั้งหมดของ 33000

1แยกตัวประกอบของ 33000 และเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังจะได้เท่ากับ 23 x 31 x 53 x 111
2ให้นำ 1 ไปบวกกับเลขชี้กำลังของตัวประกอบแต่ละตัวดังนี้
  • 👉 2 มีเลขชี้กำลังคือ 3 ให้เอา 3 + 1 = 4
  • 👉 3 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
  • 👉 5 มีเลขชี้กำลังคือ 3 ให้เอา 3 + 1 = 4
  • 👉 11 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
3นำผลบวกของเลขชี้กำลังที่ได้มาคูณกันดังนี้ 4 x 2 x 4 x 2 = 64
คำตอบ ตัวประกอบทั้งหมดของ 33000 มีทั้งหมด 64 ตัว
เมื่อคุณรู้ตัวประกอบและวิธีการแยกตัวประกอบของ 33000 แล้วลองแวะดูบทความอื่นๆที่น่าสนใจด้านล่างนี้ได้น่ะ 👇