ตัวประกอบของ 26606 และวิธีการแยกตัวประกอบของ 26606
คำนิยาม
ตัวประกอบของจำนวนนับใดๆ หมายถึง จำนวนนับที่หารจำนวนนับที่เรากำหนดให้ได้ลงตัว
ดังนั้นตัวประกอบของ 26606 หมายถึงจำนวนนับที่หาร 26606 ได้ลงตัว
▶
▶
2. การแยกตัวประกอบของ 26606 ด้วยวิธีหารสั้น
ตัวประกอบของ 26606 มีอะไรบ้าง
ตัวประกอบของ 26606 มีทั้งหมด 8 ตัวคือ 1, 2, 53, 106, 251, 502, 13303, 26606
ตรวจคำตอบด้วยการหาร
| 26606 ÷ 1 | = | 26606 | เหลือเศษ 0 |
| 26606 ÷ 2 | = | 13303 | เหลือเศษ 0 |
| 26606 ÷ 53 | = | 502 | เหลือเศษ 0 |
| 26606 ÷ 106 | = | 251 | เหลือเศษ 0 |
| 26606 ÷ 251 | = | 106 | เหลือเศษ 0 |
| 26606 ÷ 502 | = | 53 | เหลือเศษ 0 |
| 26606 ÷ 13303 | = | 2 | เหลือเศษ 0 |
| 26606 ÷ 26606 | = | 1 | เหลือเศษ 0 |
ตรวจคำตอบด้วยการจับคู่หาจำนวนที่คูณกันได้ 26606
| 1 x 26606 | = | 26606 |
| 2 x 13303 | = | 26606 |
| 53 x 502 | = | 26606 |
| 106 x 251 | = | 26606 |
ผลบวกของตัวประกอบทั้งหมดของ 26606
1 + 2 + 53 + 106 + 251 + 502 + 13303 + 26606 = 40824
▶ ตัวประกอบของ 26606 ที่เป็นจำนวนเฉพาะมีทั้งหมด 3 ตัวดังนี้
2, 53, 251
จำนวนเฉพาะ (Prime number) คือ จำนวนนับที่มากกว่า 1 และมีตัวประกอบเพียงสองตัวคือ 1 และตัวมันเอง
ตัวประกอบที่เป็นจำนวนเฉพาะ เรียกว่า "ตัวประกอบเฉพาะ"
การแยกตัวประกอบคืออะไร
การแยกตัวประกอบ คือ การเขียนจำนวนนับนั้นให้อยู่ในรูปการคูณของตัวประกอบเฉพาะ
▶ 26606 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
26606 = 2 x 53 x 251
วิธีการแยกตัวประกอบ
1. การแยกตัวประกอบของ 26606 ด้วยวิธีแผนภาพต้นไม้🌲
วิธีทำ
1จำนวนที่โจทย์กำหนดมา คือ 26606 ดังนั้นให้หาจำนวนที่คูณกันได้ 26606 มา 1 คู่ เช่น 2 x 13303
2พิจารณาว่าจำนวน 1 คู่ที่เลือกมาเป็นจำนวนเฉพาะหรือยัง
3ถ้าจำนวนใดยังไม่ใช่จำนวนเฉพาะให้หาจำนวนที่คูณกันได้จำนวนนั้น และให้เลือกเอาจำนวนที่คูณกันได้จำนวนนั้นมา 1 คู่(ทำคล้ายๆกับข้อที่ 1)
4ทำโดยใช้หลักการข้อที่ 2 และ 3 ไปเรื่อยๆ จนกว่าจำนวนสุดท้ายจะเป็นจำนวนเฉพาะ
5เอาจำนวนเฉพาะทั้งหมดที่ได้มาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 26606
ตัวอย่างแผนภาพต้นไม้ของ 26606 แบบที่หนึ่ง
- 26606
- 106
- 2
- 53
- 251
- 106
ตัวอย่างแผนภาพต้นไม้ของ 26606 แบบที่สอง
- 26606
- 2
- 13303
- 53
- 251
ดังนั้น 26606 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
26606 =
2 x 53 x 251
2. การแยกตัวประกอบของ 26606 ด้วยวิธีหารสั้นวิธีทำ1หาร 26606 ด้วยตัวประกอบเฉพาะของ 26606 นั้นก็คือ 2, 53, 251 (ในการหารแต่ละครั้งแนะนำให้ใช้ตัวประกอบเฉพาะที่มีค่าน้อยที่สุด)2หากผลการหารที่ได้ยังไม่เท่ากับ 1 ให้นำผลการหารที่ได้ก่อนหน้านี้มาหารด้วยตัวประกอบเฉพาะอีกครั้ง3ดำเนินการเช่นเดียวกับข้อ 2 ไปเรื่อยๆ จนกว่าผลหารสุดท้ายมีค่าเท่ากับ 14นำตัวหารทั้งหมดมาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 26606
2)2660653)13303251)2511ดังนั้น 26606 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้26606 = 2 x 53 x 251วิธีหาจำนวนตัวประกอบทั้งหมดของ 26606
1แยกตัวประกอบของ 26606 และเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังจะได้เท่ากับ 21 x 531 x 25112ให้นำ 1 ไปบวกกับเลขชี้กำลังของตัวประกอบแต่ละตัวดังนี้- 👉 2 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 53 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 251 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
3นำผลบวกของเลขชี้กำลังที่ได้มาคูณกันดังนี้ 2 x 2 x 2 = 8✔คำตอบ ตัวประกอบทั้งหมดของ 26606 มีทั้งหมด 8 ตัว ✔
วิธีทำ
1หาร 26606 ด้วยตัวประกอบเฉพาะของ 26606 นั้นก็คือ 2, 53, 251 (ในการหารแต่ละครั้งแนะนำให้ใช้ตัวประกอบเฉพาะที่มีค่าน้อยที่สุด)
2หากผลการหารที่ได้ยังไม่เท่ากับ 1 ให้นำผลการหารที่ได้ก่อนหน้านี้มาหารด้วยตัวประกอบเฉพาะอีกครั้ง
3ดำเนินการเช่นเดียวกับข้อ 2 ไปเรื่อยๆ จนกว่าผลหารสุดท้ายมีค่าเท่ากับ 1
4นำตัวหารทั้งหมดมาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 26606
2
)26606
53
)13303
251
)251
1
ดังนั้น 26606 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
26606 = 2 x 53 x 251
1แยกตัวประกอบของ 26606 และเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังจะได้เท่ากับ 21 x 531 x 2511
2ให้นำ 1 ไปบวกกับเลขชี้กำลังของตัวประกอบแต่ละตัวดังนี้
- 👉 2 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 53 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 251 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
3นำผลบวกของเลขชี้กำลังที่ได้มาคูณกันดังนี้ 2 x 2 x 2 = 8✔
คำตอบ ตัวประกอบทั้งหมดของ 26606 มีทั้งหมด 8 ตัว ✔
เมื่อคุณรู้ตัวประกอบและวิธีการแยกตัวประกอบของ 26606 แล้วลองแวะดูบทความอื่นๆที่น่าสนใจด้านล่างนี้ได้น่ะ 👇
