ตัวประกอบของ 21952 และวิธีการแยกตัวประกอบของ 21952
คำนิยาม
ตัวประกอบของจำนวนนับใดๆ หมายถึง จำนวนนับที่หารจำนวนนับที่เรากำหนดให้ได้ลงตัว
ดังนั้นตัวประกอบของ 21952 หมายถึงจำนวนนับที่หาร 21952 ได้ลงตัว
▶
▶
2. การแยกตัวประกอบของ 21952 ด้วยวิธีหารสั้น
ตัวประกอบของ 21952 มีอะไรบ้าง
ตัวประกอบของ 21952 มีทั้งหมด 28 ตัวคือ 1, 2, 4, 7, 8, 14, 16, 28, 32, 49, 56, 64, 98, 112, 196, 224, 343, 392, 448, 686, 784, 1372, 1568, 2744, 3136, 5488, 10976, 21952
ตรวจคำตอบด้วยการหาร
| 21952 ÷ 1 | = | 21952 | เหลือเศษ 0 |
| 21952 ÷ 2 | = | 10976 | เหลือเศษ 0 |
| 21952 ÷ 4 | = | 5488 | เหลือเศษ 0 |
| 21952 ÷ 7 | = | 3136 | เหลือเศษ 0 |
| 21952 ÷ 8 | = | 2744 | เหลือเศษ 0 |
| 21952 ÷ 14 | = | 1568 | เหลือเศษ 0 |
| 21952 ÷ 16 | = | 1372 | เหลือเศษ 0 |
| 21952 ÷ 28 | = | 784 | เหลือเศษ 0 |
| 21952 ÷ 32 | = | 686 | เหลือเศษ 0 |
| 21952 ÷ 49 | = | 448 | เหลือเศษ 0 |
| 21952 ÷ 56 | = | 392 | เหลือเศษ 0 |
| 21952 ÷ 64 | = | 343 | เหลือเศษ 0 |
| 21952 ÷ 98 | = | 224 | เหลือเศษ 0 |
| 21952 ÷ 112 | = | 196 | เหลือเศษ 0 |
| 21952 ÷ 196 | = | 112 | เหลือเศษ 0 |
| 21952 ÷ 224 | = | 98 | เหลือเศษ 0 |
| 21952 ÷ 343 | = | 64 | เหลือเศษ 0 |
| 21952 ÷ 392 | = | 56 | เหลือเศษ 0 |
| 21952 ÷ 448 | = | 49 | เหลือเศษ 0 |
| 21952 ÷ 686 | = | 32 | เหลือเศษ 0 |
| 21952 ÷ 784 | = | 28 | เหลือเศษ 0 |
| 21952 ÷ 1372 | = | 16 | เหลือเศษ 0 |
| 21952 ÷ 1568 | = | 14 | เหลือเศษ 0 |
| 21952 ÷ 2744 | = | 8 | เหลือเศษ 0 |
| 21952 ÷ 3136 | = | 7 | เหลือเศษ 0 |
| 21952 ÷ 5488 | = | 4 | เหลือเศษ 0 |
| 21952 ÷ 10976 | = | 2 | เหลือเศษ 0 |
| 21952 ÷ 21952 | = | 1 | เหลือเศษ 0 |
ตรวจคำตอบด้วยการจับคู่หาจำนวนที่คูณกันได้ 21952
| 1 x 21952 | = | 21952 |
| 2 x 10976 | = | 21952 |
| 4 x 5488 | = | 21952 |
| 7 x 3136 | = | 21952 |
| 8 x 2744 | = | 21952 |
| 14 x 1568 | = | 21952 |
| 16 x 1372 | = | 21952 |
| 28 x 784 | = | 21952 |
| 32 x 686 | = | 21952 |
| 49 x 448 | = | 21952 |
| 56 x 392 | = | 21952 |
| 64 x 343 | = | 21952 |
| 98 x 224 | = | 21952 |
| 112 x 196 | = | 21952 |
ผลบวกของตัวประกอบทั้งหมดของ 21952
1 + 2 + 4 + 7 + 8 + 14 + 16 + 28 + 32 + 49 + 56 + 64 + 98 + 112 + 196 + 224 + 343 + 392 + 448 + 686 + 784 + 1372 + 1568 + 2744 + 3136 + 5488 + 10976 + 21952 = 50800
▶ ตัวประกอบของ 21952 ที่เป็นจำนวนเฉพาะมีทั้งหมด 2 ตัวดังนี้
2, 7
จำนวนเฉพาะ (Prime number) คือ จำนวนนับที่มากกว่า 1 และมีตัวประกอบเพียงสองตัวคือ 1 และตัวมันเอง
ตัวประกอบที่เป็นจำนวนเฉพาะ เรียกว่า "ตัวประกอบเฉพาะ"
การแยกตัวประกอบคืออะไร
การแยกตัวประกอบ คือ การเขียนจำนวนนับนั้นให้อยู่ในรูปการคูณของตัวประกอบเฉพาะ
▶ 21952 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
21952 = 2 x 2 x 2 x 2 x 2 x 2 x 7 x 7 x 7
จากผลการแยกตัวประกอบด้านบนจะเห็นว่ามีจำนวนบางจำนวนที่ซ้ำกัน ดังนั้นเราสามารถเขียนการแยกตัวประกอบของ 21952 ให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังได้ดังนี้
21952 = 26 x 73
จากผลการแยกตัวประกอบด้านบนจะเห็นว่ามีจำนวนบางจำนวนที่ซ้ำกัน ดังนั้นเราสามารถเขียนการแยกตัวประกอบของ 21952 ให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังได้ดังนี้
21952 = 26 x 73
วิธีการแยกตัวประกอบ
1. การแยกตัวประกอบของ 21952 ด้วยวิธีแผนภาพต้นไม้🌲
วิธีทำ
1จำนวนที่โจทย์กำหนดมา คือ 21952 ดังนั้นให้หาจำนวนที่คูณกันได้ 21952 มา 1 คู่ เช่น 2 x 10976
2พิจารณาว่าจำนวน 1 คู่ที่เลือกมาเป็นจำนวนเฉพาะหรือยัง
3ถ้าจำนวนใดยังไม่ใช่จำนวนเฉพาะให้หาจำนวนที่คูณกันได้จำนวนนั้น และให้เลือกเอาจำนวนที่คูณกันได้จำนวนนั้นมา 1 คู่(ทำคล้ายๆกับข้อที่ 1)
4ทำโดยใช้หลักการข้อที่ 2 และ 3 ไปเรื่อยๆ จนกว่าจำนวนสุดท้ายจะเป็นจำนวนเฉพาะ
5เอาจำนวนเฉพาะทั้งหมดที่ได้มาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 21952
ตัวอย่างแผนภาพต้นไม้ของ 21952 แบบที่หนึ่ง
- 21952
- 112
- 8
- 2
- 4
- 2
- 2
- 14
- 2
- 7
- 8
- 196
- 14
- 2
- 7
- 14
- 2
- 7
- 14
- 112
ตัวอย่างแผนภาพต้นไม้ของ 21952 แบบที่สอง
- 21952
- 2
- 10976
- 2
- 5488
- 2
- 2744
- 2
- 1372
- 2
- 686
- 2
- 343
- 7
- 49
- 7
- 7
ดังนั้น 21952 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
21952 =
2 x 2 x 2 x 2 x 2 x 2 x 7 x 7 x 7
หรือจะเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลัง
21952 =
26 x 73
2. การแยกตัวประกอบของ 21952 ด้วยวิธีหารสั้นวิธีทำ1หาร 21952 ด้วยตัวประกอบเฉพาะของ 21952 นั้นก็คือ 2, 7 (ในการหารแต่ละครั้งแนะนำให้ใช้ตัวประกอบเฉพาะที่มีค่าน้อยที่สุด)2หากผลการหารที่ได้ยังไม่เท่ากับ 1 ให้นำผลการหารที่ได้ก่อนหน้านี้มาหารด้วยตัวประกอบเฉพาะอีกครั้ง3ดำเนินการเช่นเดียวกับข้อ 2 ไปเรื่อยๆ จนกว่าผลหารสุดท้ายมีค่าเท่ากับ 14นำตัวหารทั้งหมดมาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 21952
2)219522)109762)54882)27442)13722)6867)3437)497)71ดังนั้น 21952 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้21952 = 2 x 2 x 2 x 2 x 2 x 2 x 7 x 7 x 7หรือจะเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลัง21952 = 26 x 73วิธีหาจำนวนตัวประกอบทั้งหมดของ 21952
1แยกตัวประกอบของ 21952 และเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังจะได้เท่ากับ 26 x 732ให้นำ 1 ไปบวกกับเลขชี้กำลังของตัวประกอบแต่ละตัวดังนี้- 👉 2 มีเลขชี้กำลังคือ 6 ให้เอา 6 + 1 = 7
- 👉 7 มีเลขชี้กำลังคือ 3 ให้เอา 3 + 1 = 4
3นำผลบวกของเลขชี้กำลังที่ได้มาคูณกันดังนี้ 7 x 4 = 28✔คำตอบ ตัวประกอบทั้งหมดของ 21952 มีทั้งหมด 28 ตัว ✔
วิธีทำ
1หาร 21952 ด้วยตัวประกอบเฉพาะของ 21952 นั้นก็คือ 2, 7 (ในการหารแต่ละครั้งแนะนำให้ใช้ตัวประกอบเฉพาะที่มีค่าน้อยที่สุด)
2หากผลการหารที่ได้ยังไม่เท่ากับ 1 ให้นำผลการหารที่ได้ก่อนหน้านี้มาหารด้วยตัวประกอบเฉพาะอีกครั้ง
3ดำเนินการเช่นเดียวกับข้อ 2 ไปเรื่อยๆ จนกว่าผลหารสุดท้ายมีค่าเท่ากับ 1
4นำตัวหารทั้งหมดมาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 21952
2
)21952
2
)10976
2
)5488
2
)2744
2
)1372
2
)686
7
)343
7
)49
7
)7
1
ดังนั้น 21952 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
21952 = 2 x 2 x 2 x 2 x 2 x 2 x 7 x 7 x 7
หรือจะเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลัง
21952 = 26 x 73
1แยกตัวประกอบของ 21952 และเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังจะได้เท่ากับ 26 x 73
2ให้นำ 1 ไปบวกกับเลขชี้กำลังของตัวประกอบแต่ละตัวดังนี้
- 👉 2 มีเลขชี้กำลังคือ 6 ให้เอา 6 + 1 = 7
- 👉 7 มีเลขชี้กำลังคือ 3 ให้เอา 3 + 1 = 4
3นำผลบวกของเลขชี้กำลังที่ได้มาคูณกันดังนี้ 7 x 4 = 28✔
คำตอบ ตัวประกอบทั้งหมดของ 21952 มีทั้งหมด 28 ตัว ✔
เมื่อคุณรู้ตัวประกอบและวิธีการแยกตัวประกอบของ 21952 แล้วลองแวะดูบทความอื่นๆที่น่าสนใจด้านล่างนี้ได้น่ะ 👇
