ตัวประกอบของ 19851 และวิธีการแยกตัวประกอบของ 19851
คำนิยาม
ตัวประกอบของจำนวนนับใดๆ หมายถึง จำนวนนับที่หารจำนวนนับที่เรากำหนดให้ได้ลงตัว
ดังนั้นตัวประกอบของ 19851 หมายถึงจำนวนนับที่หาร 19851 ได้ลงตัว
▶
▶
2. การแยกตัวประกอบของ 19851 ด้วยวิธีหารสั้น
ตัวประกอบของ 19851 มีอะไรบ้าง
ตัวประกอบของ 19851 มีทั้งหมด 8 ตัวคือ 1, 3, 13, 39, 509, 1527, 6617, 19851
ตรวจคำตอบด้วยการหาร
| 19851 ÷ 1 | = | 19851 | เหลือเศษ 0 |
| 19851 ÷ 3 | = | 6617 | เหลือเศษ 0 |
| 19851 ÷ 13 | = | 1527 | เหลือเศษ 0 |
| 19851 ÷ 39 | = | 509 | เหลือเศษ 0 |
| 19851 ÷ 509 | = | 39 | เหลือเศษ 0 |
| 19851 ÷ 1527 | = | 13 | เหลือเศษ 0 |
| 19851 ÷ 6617 | = | 3 | เหลือเศษ 0 |
| 19851 ÷ 19851 | = | 1 | เหลือเศษ 0 |
ตรวจคำตอบด้วยการจับคู่หาจำนวนที่คูณกันได้ 19851
| 1 x 19851 | = | 19851 |
| 3 x 6617 | = | 19851 |
| 13 x 1527 | = | 19851 |
| 39 x 509 | = | 19851 |
ผลบวกของตัวประกอบทั้งหมดของ 19851
1 + 3 + 13 + 39 + 509 + 1527 + 6617 + 19851 = 28560
▶ ตัวประกอบของ 19851 ที่เป็นจำนวนเฉพาะมีทั้งหมด 3 ตัวดังนี้
3, 13, 509
จำนวนเฉพาะ (Prime number) คือ จำนวนนับที่มากกว่า 1 และมีตัวประกอบเพียงสองตัวคือ 1 และตัวมันเอง
ตัวประกอบที่เป็นจำนวนเฉพาะ เรียกว่า "ตัวประกอบเฉพาะ"
การแยกตัวประกอบคืออะไร
การแยกตัวประกอบ คือ การเขียนจำนวนนับนั้นให้อยู่ในรูปการคูณของตัวประกอบเฉพาะ
▶ 19851 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
19851 = 3 x 13 x 509
วิธีการแยกตัวประกอบ
1. การแยกตัวประกอบของ 19851 ด้วยวิธีแผนภาพต้นไม้🌲
วิธีทำ
1จำนวนที่โจทย์กำหนดมา คือ 19851 ดังนั้นให้หาจำนวนที่คูณกันได้ 19851 มา 1 คู่ เช่น 3 x 6617
2พิจารณาว่าจำนวน 1 คู่ที่เลือกมาเป็นจำนวนเฉพาะหรือยัง
3ถ้าจำนวนใดยังไม่ใช่จำนวนเฉพาะให้หาจำนวนที่คูณกันได้จำนวนนั้น และให้เลือกเอาจำนวนที่คูณกันได้จำนวนนั้นมา 1 คู่(ทำคล้ายๆกับข้อที่ 1)
4ทำโดยใช้หลักการข้อที่ 2 และ 3 ไปเรื่อยๆ จนกว่าจำนวนสุดท้ายจะเป็นจำนวนเฉพาะ
5เอาจำนวนเฉพาะทั้งหมดที่ได้มาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 19851
ตัวอย่างแผนภาพต้นไม้ของ 19851 แบบที่หนึ่ง
- 19851
- 39
- 3
- 13
- 509
- 39
ตัวอย่างแผนภาพต้นไม้ของ 19851 แบบที่สอง
- 19851
- 3
- 6617
- 13
- 509
ดังนั้น 19851 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
19851 =
3 x 13 x 509
2. การแยกตัวประกอบของ 19851 ด้วยวิธีหารสั้นวิธีทำ1หาร 19851 ด้วยตัวประกอบเฉพาะของ 19851 นั้นก็คือ 3, 13, 509 (ในการหารแต่ละครั้งแนะนำให้ใช้ตัวประกอบเฉพาะที่มีค่าน้อยที่สุด)2หากผลการหารที่ได้ยังไม่เท่ากับ 1 ให้นำผลการหารที่ได้ก่อนหน้านี้มาหารด้วยตัวประกอบเฉพาะอีกครั้ง3ดำเนินการเช่นเดียวกับข้อ 2 ไปเรื่อยๆ จนกว่าผลหารสุดท้ายมีค่าเท่ากับ 14นำตัวหารทั้งหมดมาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 19851
3)1985113)6617509)5091ดังนั้น 19851 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้19851 = 3 x 13 x 509วิธีหาจำนวนตัวประกอบทั้งหมดของ 19851
1แยกตัวประกอบของ 19851 และเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังจะได้เท่ากับ 31 x 131 x 50912ให้นำ 1 ไปบวกกับเลขชี้กำลังของตัวประกอบแต่ละตัวดังนี้- 👉 3 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 13 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 509 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
3นำผลบวกของเลขชี้กำลังที่ได้มาคูณกันดังนี้ 2 x 2 x 2 = 8✔คำตอบ ตัวประกอบทั้งหมดของ 19851 มีทั้งหมด 8 ตัว ✔
วิธีทำ
1หาร 19851 ด้วยตัวประกอบเฉพาะของ 19851 นั้นก็คือ 3, 13, 509 (ในการหารแต่ละครั้งแนะนำให้ใช้ตัวประกอบเฉพาะที่มีค่าน้อยที่สุด)
2หากผลการหารที่ได้ยังไม่เท่ากับ 1 ให้นำผลการหารที่ได้ก่อนหน้านี้มาหารด้วยตัวประกอบเฉพาะอีกครั้ง
3ดำเนินการเช่นเดียวกับข้อ 2 ไปเรื่อยๆ จนกว่าผลหารสุดท้ายมีค่าเท่ากับ 1
4นำตัวหารทั้งหมดมาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 19851
3
)19851
13
)6617
509
)509
1
ดังนั้น 19851 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
19851 = 3 x 13 x 509
1แยกตัวประกอบของ 19851 และเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังจะได้เท่ากับ 31 x 131 x 5091
2ให้นำ 1 ไปบวกกับเลขชี้กำลังของตัวประกอบแต่ละตัวดังนี้
- 👉 3 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 13 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 509 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
3นำผลบวกของเลขชี้กำลังที่ได้มาคูณกันดังนี้ 2 x 2 x 2 = 8✔
คำตอบ ตัวประกอบทั้งหมดของ 19851 มีทั้งหมด 8 ตัว ✔
เมื่อคุณรู้ตัวประกอบและวิธีการแยกตัวประกอบของ 19851 แล้วลองแวะดูบทความอื่นๆที่น่าสนใจด้านล่างนี้ได้น่ะ 👇
