ตัวประกอบของ 19685 และวิธีการแยกตัวประกอบของ 19685
คำนิยาม
ตัวประกอบของจำนวนนับใดๆ หมายถึง จำนวนนับที่หารจำนวนนับที่เรากำหนดให้ได้ลงตัว
ดังนั้นตัวประกอบของ 19685 หมายถึงจำนวนนับที่หาร 19685 ได้ลงตัว
▶
▶
2. การแยกตัวประกอบของ 19685 ด้วยวิธีหารสั้น
ตัวประกอบของ 19685 มีอะไรบ้าง
ตัวประกอบของ 19685 มีทั้งหมด 8 ตัวคือ 1, 5, 31, 127, 155, 635, 3937, 19685
ตรวจคำตอบด้วยการหาร
| 19685 ÷ 1 | = | 19685 | เหลือเศษ 0 |
| 19685 ÷ 5 | = | 3937 | เหลือเศษ 0 |
| 19685 ÷ 31 | = | 635 | เหลือเศษ 0 |
| 19685 ÷ 127 | = | 155 | เหลือเศษ 0 |
| 19685 ÷ 155 | = | 127 | เหลือเศษ 0 |
| 19685 ÷ 635 | = | 31 | เหลือเศษ 0 |
| 19685 ÷ 3937 | = | 5 | เหลือเศษ 0 |
| 19685 ÷ 19685 | = | 1 | เหลือเศษ 0 |
ตรวจคำตอบด้วยการจับคู่หาจำนวนที่คูณกันได้ 19685
| 1 x 19685 | = | 19685 |
| 5 x 3937 | = | 19685 |
| 31 x 635 | = | 19685 |
| 127 x 155 | = | 19685 |
ผลบวกของตัวประกอบทั้งหมดของ 19685
1 + 5 + 31 + 127 + 155 + 635 + 3937 + 19685 = 24576
▶ ตัวประกอบของ 19685 ที่เป็นจำนวนเฉพาะมีทั้งหมด 3 ตัวดังนี้
5, 31, 127
จำนวนเฉพาะ (Prime number) คือ จำนวนนับที่มากกว่า 1 และมีตัวประกอบเพียงสองตัวคือ 1 และตัวมันเอง
ตัวประกอบที่เป็นจำนวนเฉพาะ เรียกว่า "ตัวประกอบเฉพาะ"
การแยกตัวประกอบคืออะไร
การแยกตัวประกอบ คือ การเขียนจำนวนนับนั้นให้อยู่ในรูปการคูณของตัวประกอบเฉพาะ
▶ 19685 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
19685 = 5 x 31 x 127
วิธีการแยกตัวประกอบ
1. การแยกตัวประกอบของ 19685 ด้วยวิธีแผนภาพต้นไม้🌲
วิธีทำ
1จำนวนที่โจทย์กำหนดมา คือ 19685 ดังนั้นให้หาจำนวนที่คูณกันได้ 19685 มา 1 คู่ เช่น 5 x 3937
2พิจารณาว่าจำนวน 1 คู่ที่เลือกมาเป็นจำนวนเฉพาะหรือยัง
3ถ้าจำนวนใดยังไม่ใช่จำนวนเฉพาะให้หาจำนวนที่คูณกันได้จำนวนนั้น และให้เลือกเอาจำนวนที่คูณกันได้จำนวนนั้นมา 1 คู่(ทำคล้ายๆกับข้อที่ 1)
4ทำโดยใช้หลักการข้อที่ 2 และ 3 ไปเรื่อยๆ จนกว่าจำนวนสุดท้ายจะเป็นจำนวนเฉพาะ
5เอาจำนวนเฉพาะทั้งหมดที่ได้มาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 19685
ตัวอย่างแผนภาพต้นไม้ของ 19685 แบบที่หนึ่ง
- 19685
- 127
- 155
- 5
- 31
ตัวอย่างแผนภาพต้นไม้ของ 19685 แบบที่สอง
- 19685
- 5
- 3937
- 31
- 127
ดังนั้น 19685 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
19685 =
5 x 31 x 127
2. การแยกตัวประกอบของ 19685 ด้วยวิธีหารสั้นวิธีทำ1หาร 19685 ด้วยตัวประกอบเฉพาะของ 19685 นั้นก็คือ 5, 31, 127 (ในการหารแต่ละครั้งแนะนำให้ใช้ตัวประกอบเฉพาะที่มีค่าน้อยที่สุด)2หากผลการหารที่ได้ยังไม่เท่ากับ 1 ให้นำผลการหารที่ได้ก่อนหน้านี้มาหารด้วยตัวประกอบเฉพาะอีกครั้ง3ดำเนินการเช่นเดียวกับข้อ 2 ไปเรื่อยๆ จนกว่าผลหารสุดท้ายมีค่าเท่ากับ 14นำตัวหารทั้งหมดมาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 19685
5)1968531)3937127)1271ดังนั้น 19685 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้19685 = 5 x 31 x 127วิธีหาจำนวนตัวประกอบทั้งหมดของ 19685
1แยกตัวประกอบของ 19685 และเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังจะได้เท่ากับ 51 x 311 x 12712ให้นำ 1 ไปบวกกับเลขชี้กำลังของตัวประกอบแต่ละตัวดังนี้- 👉 5 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 31 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 127 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
3นำผลบวกของเลขชี้กำลังที่ได้มาคูณกันดังนี้ 2 x 2 x 2 = 8✔คำตอบ ตัวประกอบทั้งหมดของ 19685 มีทั้งหมด 8 ตัว ✔
วิธีทำ
1หาร 19685 ด้วยตัวประกอบเฉพาะของ 19685 นั้นก็คือ 5, 31, 127 (ในการหารแต่ละครั้งแนะนำให้ใช้ตัวประกอบเฉพาะที่มีค่าน้อยที่สุด)
2หากผลการหารที่ได้ยังไม่เท่ากับ 1 ให้นำผลการหารที่ได้ก่อนหน้านี้มาหารด้วยตัวประกอบเฉพาะอีกครั้ง
3ดำเนินการเช่นเดียวกับข้อ 2 ไปเรื่อยๆ จนกว่าผลหารสุดท้ายมีค่าเท่ากับ 1
4นำตัวหารทั้งหมดมาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 19685
5
)19685
31
)3937
127
)127
1
ดังนั้น 19685 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
19685 = 5 x 31 x 127
1แยกตัวประกอบของ 19685 และเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังจะได้เท่ากับ 51 x 311 x 1271
2ให้นำ 1 ไปบวกกับเลขชี้กำลังของตัวประกอบแต่ละตัวดังนี้
- 👉 5 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 31 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 127 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
3นำผลบวกของเลขชี้กำลังที่ได้มาคูณกันดังนี้ 2 x 2 x 2 = 8✔
คำตอบ ตัวประกอบทั้งหมดของ 19685 มีทั้งหมด 8 ตัว ✔
เมื่อคุณรู้ตัวประกอบและวิธีการแยกตัวประกอบของ 19685 แล้วลองแวะดูบทความอื่นๆที่น่าสนใจด้านล่างนี้ได้น่ะ 👇
