ตัวประกอบของ 19473 และวิธีการแยกตัวประกอบของ 19473
คำนิยาม
ตัวประกอบของจำนวนนับใดๆ หมายถึง จำนวนนับที่หารจำนวนนับที่เรากำหนดให้ได้ลงตัว
ดังนั้นตัวประกอบของ 19473 หมายถึงจำนวนนับที่หาร 19473 ได้ลงตัว
▶
▶ 2. การแยกตัวประกอบของ 19473 ด้วยวิธีหารสั้น
ตัวประกอบของ 19473 มีอะไรบ้าง
ตัวประกอบของ 19473 มีทั้งหมด 4 ตัวคือ 1, 3, 6491, 19473
ตรวจคำตอบด้วยการหาร
| 19473 ÷ 1 | = | 19473 | เหลือเศษ 0 |
| 19473 ÷ 3 | = | 6491 | เหลือเศษ 0 |
| 19473 ÷ 6491 | = | 3 | เหลือเศษ 0 |
| 19473 ÷ 19473 | = | 1 | เหลือเศษ 0 |
ตรวจคำตอบด้วยการจับคู่หาจำนวนที่คูณกันได้ 19473
| 1 x 19473 | = | 19473 |
| 3 x 6491 | = | 19473 |
ผลบวกของตัวประกอบทั้งหมดของ 19473
1 + 3 + 6491 + 19473 = 25968
▶ ตัวประกอบของ 19473 ที่เป็นจำนวนเฉพาะมีทั้งหมด 2 ตัวดังนี้
3, 6491
จำนวนเฉพาะ (Prime number) คือ จำนวนนับที่มากกว่า 1 และมีตัวประกอบเพียงสองตัวคือ 1 และตัวมันเอง
ตัวประกอบที่เป็นจำนวนเฉพาะ เรียกว่า "ตัวประกอบเฉพาะ"
การแยกตัวประกอบคืออะไร
การแยกตัวประกอบ คือ การเขียนจำนวนนับนั้นให้อยู่ในรูปการคูณของตัวประกอบเฉพาะ
▶ 19473 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
19473 = 3 x 6491
วิธีการแยกตัวประกอบ
1. การแยกตัวประกอบของ 19473 ด้วยวิธีแผนภาพต้นไม้🌲
วิธีทำ
1จำนวนที่โจทย์กำหนดมา คือ 19473 ดังนั้นให้หาจำนวนที่คูณกันได้ 19473 มา 1 คู่ เช่น 3 x 6491
2พิจารณาว่าจำนวน 1 คู่ที่เลือกมาเป็นจำนวนเฉพาะหรือยัง
3ถ้าจำนวนใดยังไม่ใช่จำนวนเฉพาะให้หาจำนวนที่คูณกันได้จำนวนนั้น และให้เลือกเอาจำนวนที่คูณกันได้จำนวนนั้นมา 1 คู่(ทำคล้ายๆกับข้อที่ 1)
4ทำโดยใช้หลักการข้อที่ 2 และ 3 ไปเรื่อยๆ จนกว่าจำนวนสุดท้ายจะเป็นจำนวนเฉพาะ
5เอาจำนวนเฉพาะทั้งหมดที่ได้มาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 19473
ตัวอย่างแผนภาพต้นไม้ของ 19473
- 19473
- 3
- 6491
ดังนั้น 19473 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
19473 =
3 x 6491
2. การแยกตัวประกอบของ 19473 ด้วยวิธีหารสั้นวิธีทำ1หาร 19473 ด้วยตัวประกอบเฉพาะของ 19473 นั้นก็คือ 3, 6491 (ในการหารแต่ละครั้งแนะนำให้ใช้ตัวประกอบเฉพาะที่มีค่าน้อยที่สุด)2หากผลการหารที่ได้ยังไม่เท่ากับ 1 ให้นำผลการหารที่ได้ก่อนหน้านี้มาหารด้วยตัวประกอบเฉพาะอีกครั้ง3ดำเนินการเช่นเดียวกับข้อ 2 ไปเรื่อยๆ จนกว่าผลหารสุดท้ายมีค่าเท่ากับ 14นำตัวหารทั้งหมดมาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 19473
3)194736491)64911ดังนั้น 19473 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้19473 = 3 x 6491วิธีหาจำนวนตัวประกอบทั้งหมดของ 19473
1แยกตัวประกอบของ 19473 และเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังจะได้เท่ากับ 31 x 649112ให้นำ 1 ไปบวกกับเลขชี้กำลังของตัวประกอบแต่ละตัวดังนี้- 👉 3 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 6491 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
3นำผลบวกของเลขชี้กำลังที่ได้มาคูณกันดังนี้ 2 x 2 = 4✔คำตอบ ตัวประกอบทั้งหมดของ 19473 มีทั้งหมด 4 ตัว ✔
วิธีทำ
1หาร 19473 ด้วยตัวประกอบเฉพาะของ 19473 นั้นก็คือ 3, 6491 (ในการหารแต่ละครั้งแนะนำให้ใช้ตัวประกอบเฉพาะที่มีค่าน้อยที่สุด)
2หากผลการหารที่ได้ยังไม่เท่ากับ 1 ให้นำผลการหารที่ได้ก่อนหน้านี้มาหารด้วยตัวประกอบเฉพาะอีกครั้ง
3ดำเนินการเช่นเดียวกับข้อ 2 ไปเรื่อยๆ จนกว่าผลหารสุดท้ายมีค่าเท่ากับ 1
4นำตัวหารทั้งหมดมาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 19473
3
)19473
6491
)6491
1
ดังนั้น 19473 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
19473 = 3 x 6491
1แยกตัวประกอบของ 19473 และเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังจะได้เท่ากับ 31 x 64911
2ให้นำ 1 ไปบวกกับเลขชี้กำลังของตัวประกอบแต่ละตัวดังนี้
- 👉 3 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 6491 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
3นำผลบวกของเลขชี้กำลังที่ได้มาคูณกันดังนี้ 2 x 2 = 4✔
คำตอบ ตัวประกอบทั้งหมดของ 19473 มีทั้งหมด 4 ตัว ✔
เมื่อคุณรู้ตัวประกอบและวิธีการแยกตัวประกอบของ 19473 แล้วลองแวะดูบทความอื่นๆที่น่าสนใจด้านล่างนี้ได้น่ะ 👇
