ตัวประกอบของ 17347 และวิธีการแยกตัวประกอบของ 17347
คำนิยาม
ตัวประกอบของจำนวนนับใดๆ หมายถึง จำนวนนับที่หารจำนวนนับที่เรากำหนดให้ได้ลงตัว
ดังนั้นตัวประกอบของ 17347 หมายถึงจำนวนนับที่หาร 17347 ได้ลงตัว
▶
▶
2. การแยกตัวประกอบของ 17347 ด้วยวิธีหารสั้น
ตัวประกอบของ 17347 มีอะไรบ้าง
ตัวประกอบของ 17347 มีทั้งหมด 8 ตัวคือ 1, 11, 19, 83, 209, 913, 1577, 17347
ตรวจคำตอบด้วยการหาร
| 17347 ÷ 1 | = | 17347 | เหลือเศษ 0 |
| 17347 ÷ 11 | = | 1577 | เหลือเศษ 0 |
| 17347 ÷ 19 | = | 913 | เหลือเศษ 0 |
| 17347 ÷ 83 | = | 209 | เหลือเศษ 0 |
| 17347 ÷ 209 | = | 83 | เหลือเศษ 0 |
| 17347 ÷ 913 | = | 19 | เหลือเศษ 0 |
| 17347 ÷ 1577 | = | 11 | เหลือเศษ 0 |
| 17347 ÷ 17347 | = | 1 | เหลือเศษ 0 |
ตรวจคำตอบด้วยการจับคู่หาจำนวนที่คูณกันได้ 17347
| 1 x 17347 | = | 17347 |
| 11 x 1577 | = | 17347 |
| 19 x 913 | = | 17347 |
| 83 x 209 | = | 17347 |
ผลบวกของตัวประกอบทั้งหมดของ 17347
1 + 11 + 19 + 83 + 209 + 913 + 1577 + 17347 = 20160
▶ ตัวประกอบของ 17347 ที่เป็นจำนวนเฉพาะมีทั้งหมด 3 ตัวดังนี้
11, 19, 83
จำนวนเฉพาะ (Prime number) คือ จำนวนนับที่มากกว่า 1 และมีตัวประกอบเพียงสองตัวคือ 1 และตัวมันเอง
ตัวประกอบที่เป็นจำนวนเฉพาะ เรียกว่า "ตัวประกอบเฉพาะ"
การแยกตัวประกอบคืออะไร
การแยกตัวประกอบ คือ การเขียนจำนวนนับนั้นให้อยู่ในรูปการคูณของตัวประกอบเฉพาะ
▶ 17347 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
17347 = 11 x 19 x 83
วิธีการแยกตัวประกอบ
1. การแยกตัวประกอบของ 17347 ด้วยวิธีแผนภาพต้นไม้🌲
วิธีทำ
1จำนวนที่โจทย์กำหนดมา คือ 17347 ดังนั้นให้หาจำนวนที่คูณกันได้ 17347 มา 1 คู่ เช่น 11 x 1577
2พิจารณาว่าจำนวน 1 คู่ที่เลือกมาเป็นจำนวนเฉพาะหรือยัง
3ถ้าจำนวนใดยังไม่ใช่จำนวนเฉพาะให้หาจำนวนที่คูณกันได้จำนวนนั้น และให้เลือกเอาจำนวนที่คูณกันได้จำนวนนั้นมา 1 คู่(ทำคล้ายๆกับข้อที่ 1)
4ทำโดยใช้หลักการข้อที่ 2 และ 3 ไปเรื่อยๆ จนกว่าจำนวนสุดท้ายจะเป็นจำนวนเฉพาะ
5เอาจำนวนเฉพาะทั้งหมดที่ได้มาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 17347
ตัวอย่างแผนภาพต้นไม้ของ 17347 แบบที่หนึ่ง
- 17347
- 83
- 209
- 11
- 19
ตัวอย่างแผนภาพต้นไม้ของ 17347 แบบที่สอง
- 17347
- 11
- 1577
- 19
- 83
ดังนั้น 17347 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
17347 =
11 x 19 x 83
2. การแยกตัวประกอบของ 17347 ด้วยวิธีหารสั้นวิธีทำ1หาร 17347 ด้วยตัวประกอบเฉพาะของ 17347 นั้นก็คือ 11, 19, 83 (ในการหารแต่ละครั้งแนะนำให้ใช้ตัวประกอบเฉพาะที่มีค่าน้อยที่สุด)2หากผลการหารที่ได้ยังไม่เท่ากับ 1 ให้นำผลการหารที่ได้ก่อนหน้านี้มาหารด้วยตัวประกอบเฉพาะอีกครั้ง3ดำเนินการเช่นเดียวกับข้อ 2 ไปเรื่อยๆ จนกว่าผลหารสุดท้ายมีค่าเท่ากับ 14นำตัวหารทั้งหมดมาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 17347
11)1734719)157783)831ดังนั้น 17347 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้17347 = 11 x 19 x 83วิธีหาจำนวนตัวประกอบทั้งหมดของ 17347
1แยกตัวประกอบของ 17347 และเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังจะได้เท่ากับ 111 x 191 x 8312ให้นำ 1 ไปบวกกับเลขชี้กำลังของตัวประกอบแต่ละตัวดังนี้- 👉 11 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 19 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 83 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
3นำผลบวกของเลขชี้กำลังที่ได้มาคูณกันดังนี้ 2 x 2 x 2 = 8✔คำตอบ ตัวประกอบทั้งหมดของ 17347 มีทั้งหมด 8 ตัว ✔
วิธีทำ
1หาร 17347 ด้วยตัวประกอบเฉพาะของ 17347 นั้นก็คือ 11, 19, 83 (ในการหารแต่ละครั้งแนะนำให้ใช้ตัวประกอบเฉพาะที่มีค่าน้อยที่สุด)
2หากผลการหารที่ได้ยังไม่เท่ากับ 1 ให้นำผลการหารที่ได้ก่อนหน้านี้มาหารด้วยตัวประกอบเฉพาะอีกครั้ง
3ดำเนินการเช่นเดียวกับข้อ 2 ไปเรื่อยๆ จนกว่าผลหารสุดท้ายมีค่าเท่ากับ 1
4นำตัวหารทั้งหมดมาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 17347
11
)17347
19
)1577
83
)83
1
ดังนั้น 17347 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
17347 = 11 x 19 x 83
1แยกตัวประกอบของ 17347 และเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังจะได้เท่ากับ 111 x 191 x 831
2ให้นำ 1 ไปบวกกับเลขชี้กำลังของตัวประกอบแต่ละตัวดังนี้
- 👉 11 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 19 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 83 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
3นำผลบวกของเลขชี้กำลังที่ได้มาคูณกันดังนี้ 2 x 2 x 2 = 8✔
คำตอบ ตัวประกอบทั้งหมดของ 17347 มีทั้งหมด 8 ตัว ✔
เมื่อคุณรู้ตัวประกอบและวิธีการแยกตัวประกอบของ 17347 แล้วลองแวะดูบทความอื่นๆที่น่าสนใจด้านล่างนี้ได้น่ะ 👇
