ตัวประกอบของ 16613 และวิธีการแยกตัวประกอบของ 16613
คำนิยาม
ตัวประกอบของจำนวนนับใดๆ หมายถึง จำนวนนับที่หารจำนวนนับที่เรากำหนดให้ได้ลงตัว
ดังนั้นตัวประกอบของ 16613 หมายถึงจำนวนนับที่หาร 16613 ได้ลงตัว
▶
▶ 2. การแยกตัวประกอบของ 16613 ด้วยวิธีหารสั้น
ตัวประกอบของ 16613 มีอะไรบ้าง
ตัวประกอบของ 16613 มีทั้งหมด 4 ตัวคือ 1, 37, 449, 16613
ตรวจคำตอบด้วยการหาร
| 16613 ÷ 1 | = | 16613 | เหลือเศษ 0 |
| 16613 ÷ 37 | = | 449 | เหลือเศษ 0 |
| 16613 ÷ 449 | = | 37 | เหลือเศษ 0 |
| 16613 ÷ 16613 | = | 1 | เหลือเศษ 0 |
ตรวจคำตอบด้วยการจับคู่หาจำนวนที่คูณกันได้ 16613
| 1 x 16613 | = | 16613 |
| 37 x 449 | = | 16613 |
ผลบวกของตัวประกอบทั้งหมดของ 16613
1 + 37 + 449 + 16613 = 17100
▶ ตัวประกอบของ 16613 ที่เป็นจำนวนเฉพาะมีทั้งหมด 2 ตัวดังนี้
37, 449
จำนวนเฉพาะ (Prime number) คือ จำนวนนับที่มากกว่า 1 และมีตัวประกอบเพียงสองตัวคือ 1 และตัวมันเอง
ตัวประกอบที่เป็นจำนวนเฉพาะ เรียกว่า "ตัวประกอบเฉพาะ"
การแยกตัวประกอบคืออะไร
การแยกตัวประกอบ คือ การเขียนจำนวนนับนั้นให้อยู่ในรูปการคูณของตัวประกอบเฉพาะ
▶ 16613 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
16613 = 37 x 449
วิธีการแยกตัวประกอบ
1. การแยกตัวประกอบของ 16613 ด้วยวิธีแผนภาพต้นไม้🌲
วิธีทำ
1จำนวนที่โจทย์กำหนดมา คือ 16613 ดังนั้นให้หาจำนวนที่คูณกันได้ 16613 มา 1 คู่ เช่น 37 x 449
2พิจารณาว่าจำนวน 1 คู่ที่เลือกมาเป็นจำนวนเฉพาะหรือยัง
3ถ้าจำนวนใดยังไม่ใช่จำนวนเฉพาะให้หาจำนวนที่คูณกันได้จำนวนนั้น และให้เลือกเอาจำนวนที่คูณกันได้จำนวนนั้นมา 1 คู่(ทำคล้ายๆกับข้อที่ 1)
4ทำโดยใช้หลักการข้อที่ 2 และ 3 ไปเรื่อยๆ จนกว่าจำนวนสุดท้ายจะเป็นจำนวนเฉพาะ
5เอาจำนวนเฉพาะทั้งหมดที่ได้มาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 16613
ตัวอย่างแผนภาพต้นไม้ของ 16613
- 16613
- 37
- 449
ดังนั้น 16613 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
16613 =
37 x 449
2. การแยกตัวประกอบของ 16613 ด้วยวิธีหารสั้นวิธีทำ1หาร 16613 ด้วยตัวประกอบเฉพาะของ 16613 นั้นก็คือ 37, 449 (ในการหารแต่ละครั้งแนะนำให้ใช้ตัวประกอบเฉพาะที่มีค่าน้อยที่สุด)2หากผลการหารที่ได้ยังไม่เท่ากับ 1 ให้นำผลการหารที่ได้ก่อนหน้านี้มาหารด้วยตัวประกอบเฉพาะอีกครั้ง3ดำเนินการเช่นเดียวกับข้อ 2 ไปเรื่อยๆ จนกว่าผลหารสุดท้ายมีค่าเท่ากับ 14นำตัวหารทั้งหมดมาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 16613
37)16613449)4491ดังนั้น 16613 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้16613 = 37 x 449วิธีหาจำนวนตัวประกอบทั้งหมดของ 16613
1แยกตัวประกอบของ 16613 และเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังจะได้เท่ากับ 371 x 44912ให้นำ 1 ไปบวกกับเลขชี้กำลังของตัวประกอบแต่ละตัวดังนี้- 👉 37 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 449 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
3นำผลบวกของเลขชี้กำลังที่ได้มาคูณกันดังนี้ 2 x 2 = 4✔คำตอบ ตัวประกอบทั้งหมดของ 16613 มีทั้งหมด 4 ตัว ✔
วิธีทำ
1หาร 16613 ด้วยตัวประกอบเฉพาะของ 16613 นั้นก็คือ 37, 449 (ในการหารแต่ละครั้งแนะนำให้ใช้ตัวประกอบเฉพาะที่มีค่าน้อยที่สุด)
2หากผลการหารที่ได้ยังไม่เท่ากับ 1 ให้นำผลการหารที่ได้ก่อนหน้านี้มาหารด้วยตัวประกอบเฉพาะอีกครั้ง
3ดำเนินการเช่นเดียวกับข้อ 2 ไปเรื่อยๆ จนกว่าผลหารสุดท้ายมีค่าเท่ากับ 1
4นำตัวหารทั้งหมดมาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 16613
37
)16613
449
)449
1
ดังนั้น 16613 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
16613 = 37 x 449
1แยกตัวประกอบของ 16613 และเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังจะได้เท่ากับ 371 x 4491
2ให้นำ 1 ไปบวกกับเลขชี้กำลังของตัวประกอบแต่ละตัวดังนี้
- 👉 37 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 449 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
3นำผลบวกของเลขชี้กำลังที่ได้มาคูณกันดังนี้ 2 x 2 = 4✔
คำตอบ ตัวประกอบทั้งหมดของ 16613 มีทั้งหมด 4 ตัว ✔
เมื่อคุณรู้ตัวประกอบและวิธีการแยกตัวประกอบของ 16613 แล้วลองแวะดูบทความอื่นๆที่น่าสนใจด้านล่างนี้ได้น่ะ 👇
