ตัวประกอบของ 16357 และวิธีการแยกตัวประกอบของ 16357
คำนิยาม
ตัวประกอบของจำนวนนับใดๆ หมายถึง จำนวนนับที่หารจำนวนนับที่เรากำหนดให้ได้ลงตัว
ดังนั้นตัวประกอบของ 16357 หมายถึงจำนวนนับที่หาร 16357 ได้ลงตัว
▶
▶ 2. การแยกตัวประกอบของ 16357 ด้วยวิธีหารสั้น
ตัวประกอบของ 16357 มีอะไรบ้าง
ตัวประกอบของ 16357 มีทั้งหมด 4 ตัวคือ 1, 11, 1487, 16357
ตรวจคำตอบด้วยการหาร
| 16357 ÷ 1 | = | 16357 | เหลือเศษ 0 |
| 16357 ÷ 11 | = | 1487 | เหลือเศษ 0 |
| 16357 ÷ 1487 | = | 11 | เหลือเศษ 0 |
| 16357 ÷ 16357 | = | 1 | เหลือเศษ 0 |
ตรวจคำตอบด้วยการจับคู่หาจำนวนที่คูณกันได้ 16357
| 1 x 16357 | = | 16357 |
| 11 x 1487 | = | 16357 |
ผลบวกของตัวประกอบทั้งหมดของ 16357
1 + 11 + 1487 + 16357 = 17856
▶ ตัวประกอบของ 16357 ที่เป็นจำนวนเฉพาะมีทั้งหมด 2 ตัวดังนี้
11, 1487
จำนวนเฉพาะ (Prime number) คือ จำนวนนับที่มากกว่า 1 และมีตัวประกอบเพียงสองตัวคือ 1 และตัวมันเอง
ตัวประกอบที่เป็นจำนวนเฉพาะ เรียกว่า "ตัวประกอบเฉพาะ"
การแยกตัวประกอบคืออะไร
การแยกตัวประกอบ คือ การเขียนจำนวนนับนั้นให้อยู่ในรูปการคูณของตัวประกอบเฉพาะ
▶ 16357 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
16357 = 11 x 1487
วิธีการแยกตัวประกอบ
1. การแยกตัวประกอบของ 16357 ด้วยวิธีแผนภาพต้นไม้🌲
วิธีทำ
1จำนวนที่โจทย์กำหนดมา คือ 16357 ดังนั้นให้หาจำนวนที่คูณกันได้ 16357 มา 1 คู่ เช่น 11 x 1487
2พิจารณาว่าจำนวน 1 คู่ที่เลือกมาเป็นจำนวนเฉพาะหรือยัง
3ถ้าจำนวนใดยังไม่ใช่จำนวนเฉพาะให้หาจำนวนที่คูณกันได้จำนวนนั้น และให้เลือกเอาจำนวนที่คูณกันได้จำนวนนั้นมา 1 คู่(ทำคล้ายๆกับข้อที่ 1)
4ทำโดยใช้หลักการข้อที่ 2 และ 3 ไปเรื่อยๆ จนกว่าจำนวนสุดท้ายจะเป็นจำนวนเฉพาะ
5เอาจำนวนเฉพาะทั้งหมดที่ได้มาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 16357
ตัวอย่างแผนภาพต้นไม้ของ 16357
- 16357
- 11
- 1487
ดังนั้น 16357 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
16357 =
11 x 1487
2. การแยกตัวประกอบของ 16357 ด้วยวิธีหารสั้นวิธีทำ1หาร 16357 ด้วยตัวประกอบเฉพาะของ 16357 นั้นก็คือ 11, 1487 (ในการหารแต่ละครั้งแนะนำให้ใช้ตัวประกอบเฉพาะที่มีค่าน้อยที่สุด)2หากผลการหารที่ได้ยังไม่เท่ากับ 1 ให้นำผลการหารที่ได้ก่อนหน้านี้มาหารด้วยตัวประกอบเฉพาะอีกครั้ง3ดำเนินการเช่นเดียวกับข้อ 2 ไปเรื่อยๆ จนกว่าผลหารสุดท้ายมีค่าเท่ากับ 14นำตัวหารทั้งหมดมาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 16357
11)163571487)14871ดังนั้น 16357 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้16357 = 11 x 1487วิธีหาจำนวนตัวประกอบทั้งหมดของ 16357
1แยกตัวประกอบของ 16357 และเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังจะได้เท่ากับ 111 x 148712ให้นำ 1 ไปบวกกับเลขชี้กำลังของตัวประกอบแต่ละตัวดังนี้- 👉 11 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 1487 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
3นำผลบวกของเลขชี้กำลังที่ได้มาคูณกันดังนี้ 2 x 2 = 4✔คำตอบ ตัวประกอบทั้งหมดของ 16357 มีทั้งหมด 4 ตัว ✔
วิธีทำ
1หาร 16357 ด้วยตัวประกอบเฉพาะของ 16357 นั้นก็คือ 11, 1487 (ในการหารแต่ละครั้งแนะนำให้ใช้ตัวประกอบเฉพาะที่มีค่าน้อยที่สุด)
2หากผลการหารที่ได้ยังไม่เท่ากับ 1 ให้นำผลการหารที่ได้ก่อนหน้านี้มาหารด้วยตัวประกอบเฉพาะอีกครั้ง
3ดำเนินการเช่นเดียวกับข้อ 2 ไปเรื่อยๆ จนกว่าผลหารสุดท้ายมีค่าเท่ากับ 1
4นำตัวหารทั้งหมดมาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 16357
11
)16357
1487
)1487
1
ดังนั้น 16357 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
16357 = 11 x 1487
1แยกตัวประกอบของ 16357 และเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังจะได้เท่ากับ 111 x 14871
2ให้นำ 1 ไปบวกกับเลขชี้กำลังของตัวประกอบแต่ละตัวดังนี้
- 👉 11 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 1487 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
3นำผลบวกของเลขชี้กำลังที่ได้มาคูณกันดังนี้ 2 x 2 = 4✔
คำตอบ ตัวประกอบทั้งหมดของ 16357 มีทั้งหมด 4 ตัว ✔
เมื่อคุณรู้ตัวประกอบและวิธีการแยกตัวประกอบของ 16357 แล้วลองแวะดูบทความอื่นๆที่น่าสนใจด้านล่างนี้ได้น่ะ 👇
