โปรแกรมหาตัวประกอบของจำนวนนับ
ใส่ตัวเลขที่ต้องการหาตัวประกอบ โปรแกรมจะแสดงคำตอบและวิธีการแยกตัวประกอบให้อัตโนมัติ
เทพควิช-lnwquiz

ตัวประกอบของ 16052 และวิธีการแยกตัวประกอบของ 16052

คำนิยาม

ตัวประกอบของ 16052 มีอะไรบ้าง

ตัวประกอบของ 16052 มีทั้งหมด 6 ตัวคือ 1, 2, 4, 4013, 8026, 16052
ตรวจคำตอบด้วยการหาร
16052 ÷ 1=16052เหลือเศษ 0
16052 ÷ 2=8026เหลือเศษ 0
16052 ÷ 4=4013เหลือเศษ 0
16052 ÷ 4013=4เหลือเศษ 0
16052 ÷ 8026=2เหลือเศษ 0
16052 ÷ 16052=1เหลือเศษ 0
ตรวจคำตอบด้วยการจับคู่หาจำนวนที่คูณกันได้ 16052
1 x 16052
2 x 8026
4 x 4013
ผลบวกของตัวประกอบทั้งหมดของ 16052
1 + 2 + 4 + 4013 + 8026 + 16052 = 28098
ตัวประกอบของ 16052 ที่เป็นจำนวนเฉพาะมีทั้งหมด 2 ตัวดังนี้
2, 4013
การแยกตัวประกอบคืออะไร

16052 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้

16052 = 2 x 2 x 4013
จากผลการแยกตัวประกอบด้านบนจะเห็นว่ามีจำนวนบางจำนวนที่ซ้ำกัน ดังนั้นเราสามารถเขียนการแยกตัวประกอบของ 16052 ให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังได้ดังนี้
16052 = 22 x 4013
วิธีการแยกตัวประกอบ

1. การแยกตัวประกอบของ 16052 ด้วยวิธีแผนภาพต้นไม้🌲

วิธีทำ
1จำนวนที่โจทย์กำหนดมา คือ 16052 ดังนั้นให้หาจำนวนที่คูณกันได้ 16052 มา 1 คู่ เช่น 2 x 8026
2พิจารณาว่าจำนวน 1 คู่ที่เลือกมาเป็นจำนวนเฉพาะหรือยัง
3ถ้าจำนวนใดยังไม่ใช่จำนวนเฉพาะให้หาจำนวนที่คูณกันได้จำนวนนั้น และให้เลือกเอาจำนวนที่คูณกันได้จำนวนนั้นมา 1 คู่(ทำคล้ายๆกับข้อที่ 1)
4ทำโดยใช้หลักการข้อที่ 2 และ 3 ไปเรื่อยๆ จนกว่าจำนวนสุดท้ายจะเป็นจำนวนเฉพาะ
5เอาจำนวนเฉพาะทั้งหมดที่ได้มาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 16052
ตัวอย่างแผนภาพต้นไม้ของ 16052 แบบที่หนึ่ง
  • 16052
    • 4
      • 2
      • 2
    • 4013

ตัวอย่างแผนภาพต้นไม้ของ 16052 แบบที่สอง
  • 16052
    • 2
    • 8026
      • 2
      • 4013
ดังนั้น 16052 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
16052 = 2 x 2 x 4013
หรือจะเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลัง
16052 = 22 x 4013 หรือ 22 x 40131

2. การแยกตัวประกอบของ 16052 ด้วยวิธีหารสั้น

วิธีทำ
1หาร 16052 ด้วยตัวประกอบเฉพาะของ 16052 นั้นก็คือ 2, 4013 (ในการหารแต่ละครั้งแนะนำให้ใช้ตัวประกอบเฉพาะที่มีค่าน้อยที่สุด)
2หากผลการหารที่ได้ยังไม่เท่ากับ 1 ให้นำผลการหารที่ได้ก่อนหน้านี้มาหารด้วยตัวประกอบเฉพาะอีกครั้ง
3ดำเนินการเช่นเดียวกับข้อ 2 ไปเรื่อยๆ จนกว่าผลหารสุดท้ายมีค่าเท่ากับ 1
4นำตัวหารทั้งหมดมาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 16052

2
)16052
2
)8026
4013
)4013
1
ดังนั้น 16052 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
16052 = 2 x 2 x 4013
หรือจะเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลัง
16052 = 22 x 4013 หรือ 22 x 40131

วิธีหาจำนวนตัวประกอบทั้งหมดของ 16052

1แยกตัวประกอบของ 16052 และเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังจะได้เท่ากับ 22 x 40131
2ให้นำ 1 ไปบวกกับเลขชี้กำลังของตัวประกอบแต่ละตัวดังนี้
  • 👉 2 มีเลขชี้กำลังคือ 2 ให้เอา 2 + 1 = 3
  • 👉 4013 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
3นำผลบวกของเลขชี้กำลังที่ได้มาคูณกันดังนี้ 3 x 2 = 6
คำตอบ ตัวประกอบทั้งหมดของ 16052 มีทั้งหมด 6 ตัว
เมื่อคุณรู้ตัวประกอบและวิธีการแยกตัวประกอบของ 16052 แล้วลองแวะดูบทความอื่นๆที่น่าสนใจด้านล่างนี้ได้น่ะ 👇