โปรแกรมหาตัวประกอบของจำนวนนับ
ใส่ตัวเลขที่ต้องการหาตัวประกอบ โปรแกรมจะแสดงคำตอบและวิธีการแยกตัวประกอบให้อัตโนมัติ
เทพควิช-lnwquiz

ตัวประกอบของ 13676 และวิธีการแยกตัวประกอบของ 13676

คำนิยาม

ตัวประกอบของ 13676 มีอะไรบ้าง

ตัวประกอบของ 13676 มีทั้งหมด 12 ตัวคือ 1, 2, 4, 13, 26, 52, 263, 526, 1052, 3419, 6838, 13676
ตรวจคำตอบด้วยการหาร
13676 ÷ 1=13676เหลือเศษ 0
13676 ÷ 2=6838เหลือเศษ 0
13676 ÷ 4=3419เหลือเศษ 0
13676 ÷ 13=1052เหลือเศษ 0
13676 ÷ 26=526เหลือเศษ 0
13676 ÷ 52=263เหลือเศษ 0
13676 ÷ 263=52เหลือเศษ 0
13676 ÷ 526=26เหลือเศษ 0
13676 ÷ 1052=13เหลือเศษ 0
13676 ÷ 3419=4เหลือเศษ 0
13676 ÷ 6838=2เหลือเศษ 0
13676 ÷ 13676=1เหลือเศษ 0
ตรวจคำตอบด้วยการจับคู่หาจำนวนที่คูณกันได้ 13676
1 x 13676
2 x 6838
4 x 3419
13 x 1052
26 x 526
52 x 263
ผลบวกของตัวประกอบทั้งหมดของ 13676
1 + 2 + 4 + 13 + 26 + 52 + 263 + 526 + 1052 + 3419 + 6838 + 13676 = 25872
ตัวประกอบของ 13676 ที่เป็นจำนวนเฉพาะมีทั้งหมด 3 ตัวดังนี้
2, 13, 263
การแยกตัวประกอบคืออะไร

13676 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้

13676 = 2 x 2 x 13 x 263
จากผลการแยกตัวประกอบด้านบนจะเห็นว่ามีจำนวนบางจำนวนที่ซ้ำกัน ดังนั้นเราสามารถเขียนการแยกตัวประกอบของ 13676 ให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังได้ดังนี้
13676 = 22 x 13 x 263
วิธีการแยกตัวประกอบ

1. การแยกตัวประกอบของ 13676 ด้วยวิธีแผนภาพต้นไม้🌲

วิธีทำ
1จำนวนที่โจทย์กำหนดมา คือ 13676 ดังนั้นให้หาจำนวนที่คูณกันได้ 13676 มา 1 คู่ เช่น 2 x 6838
2พิจารณาว่าจำนวน 1 คู่ที่เลือกมาเป็นจำนวนเฉพาะหรือยัง
3ถ้าจำนวนใดยังไม่ใช่จำนวนเฉพาะให้หาจำนวนที่คูณกันได้จำนวนนั้น และให้เลือกเอาจำนวนที่คูณกันได้จำนวนนั้นมา 1 คู่(ทำคล้ายๆกับข้อที่ 1)
4ทำโดยใช้หลักการข้อที่ 2 และ 3 ไปเรื่อยๆ จนกว่าจำนวนสุดท้ายจะเป็นจำนวนเฉพาะ
5เอาจำนวนเฉพาะทั้งหมดที่ได้มาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 13676
ตัวอย่างแผนภาพต้นไม้ของ 13676 แบบที่หนึ่ง
  • 13676
    • 52
      • 4
        • 2
        • 2
      • 13
    • 263

ตัวอย่างแผนภาพต้นไม้ของ 13676 แบบที่สอง
  • 13676
    • 2
    • 6838
      • 2
      • 3419
        • 13
        • 263
ดังนั้น 13676 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
13676 = 2 x 2 x 13 x 263
หรือจะเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลัง
13676 = 22 x 13 x 263 หรือ 22 x 131 x 2631

2. การแยกตัวประกอบของ 13676 ด้วยวิธีหารสั้น

วิธีทำ
1หาร 13676 ด้วยตัวประกอบเฉพาะของ 13676 นั้นก็คือ 2, 13, 263 (ในการหารแต่ละครั้งแนะนำให้ใช้ตัวประกอบเฉพาะที่มีค่าน้อยที่สุด)
2หากผลการหารที่ได้ยังไม่เท่ากับ 1 ให้นำผลการหารที่ได้ก่อนหน้านี้มาหารด้วยตัวประกอบเฉพาะอีกครั้ง
3ดำเนินการเช่นเดียวกับข้อ 2 ไปเรื่อยๆ จนกว่าผลหารสุดท้ายมีค่าเท่ากับ 1
4นำตัวหารทั้งหมดมาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 13676

2
)13676
2
)6838
13
)3419
263
)263
1
ดังนั้น 13676 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
13676 = 2 x 2 x 13 x 263
หรือจะเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลัง
13676 = 22 x 13 x 263 หรือ 22 x 131 x 2631

วิธีหาจำนวนตัวประกอบทั้งหมดของ 13676

1แยกตัวประกอบของ 13676 และเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังจะได้เท่ากับ 22 x 131 x 2631
2ให้นำ 1 ไปบวกกับเลขชี้กำลังของตัวประกอบแต่ละตัวดังนี้
  • 👉 2 มีเลขชี้กำลังคือ 2 ให้เอา 2 + 1 = 3
  • 👉 13 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
  • 👉 263 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
3นำผลบวกของเลขชี้กำลังที่ได้มาคูณกันดังนี้ 3 x 2 x 2 = 12
คำตอบ ตัวประกอบทั้งหมดของ 13676 มีทั้งหมด 12 ตัว
เมื่อคุณรู้ตัวประกอบและวิธีการแยกตัวประกอบของ 13676 แล้วลองแวะดูบทความอื่นๆที่น่าสนใจด้านล่างนี้ได้น่ะ 👇