ตัวประกอบของ 51460 และวิธีการแยกตัวประกอบของ 51460
คำนิยาม
ตัวประกอบของจำนวนนับใดๆ หมายถึง จำนวนนับที่หารจำนวนนับที่เรากำหนดให้ได้ลงตัว
ดังนั้นตัวประกอบของ 51460 หมายถึงจำนวนนับที่หาร 51460 ได้ลงตัว
▶
▶
2. การแยกตัวประกอบของ 51460 ด้วยวิธีหารสั้น
ตัวประกอบของ 51460 มีอะไรบ้าง
ตัวประกอบของ 51460 มีทั้งหมด 24 ตัวคือ 1, 2, 4, 5, 10, 20, 31, 62, 83, 124, 155, 166, 310, 332, 415, 620, 830, 1660, 2573, 5146, 10292, 12865, 25730, 51460
ตรวจคำตอบด้วยการหาร
| 51460 ÷ 1 | = | 51460 | เหลือเศษ 0 |
| 51460 ÷ 2 | = | 25730 | เหลือเศษ 0 |
| 51460 ÷ 4 | = | 12865 | เหลือเศษ 0 |
| 51460 ÷ 5 | = | 10292 | เหลือเศษ 0 |
| 51460 ÷ 10 | = | 5146 | เหลือเศษ 0 |
| 51460 ÷ 20 | = | 2573 | เหลือเศษ 0 |
| 51460 ÷ 31 | = | 1660 | เหลือเศษ 0 |
| 51460 ÷ 62 | = | 830 | เหลือเศษ 0 |
| 51460 ÷ 83 | = | 620 | เหลือเศษ 0 |
| 51460 ÷ 124 | = | 415 | เหลือเศษ 0 |
| 51460 ÷ 155 | = | 332 | เหลือเศษ 0 |
| 51460 ÷ 166 | = | 310 | เหลือเศษ 0 |
| 51460 ÷ 310 | = | 166 | เหลือเศษ 0 |
| 51460 ÷ 332 | = | 155 | เหลือเศษ 0 |
| 51460 ÷ 415 | = | 124 | เหลือเศษ 0 |
| 51460 ÷ 620 | = | 83 | เหลือเศษ 0 |
| 51460 ÷ 830 | = | 62 | เหลือเศษ 0 |
| 51460 ÷ 1660 | = | 31 | เหลือเศษ 0 |
| 51460 ÷ 2573 | = | 20 | เหลือเศษ 0 |
| 51460 ÷ 5146 | = | 10 | เหลือเศษ 0 |
| 51460 ÷ 10292 | = | 5 | เหลือเศษ 0 |
| 51460 ÷ 12865 | = | 4 | เหลือเศษ 0 |
| 51460 ÷ 25730 | = | 2 | เหลือเศษ 0 |
| 51460 ÷ 51460 | = | 1 | เหลือเศษ 0 |
ตรวจคำตอบด้วยการจับคู่หาจำนวนที่คูณกันได้ 51460
| 1 x 51460 | = | 51460 |
| 2 x 25730 | = | 51460 |
| 4 x 12865 | = | 51460 |
| 5 x 10292 | = | 51460 |
| 10 x 5146 | = | 51460 |
| 20 x 2573 | = | 51460 |
| 31 x 1660 | = | 51460 |
| 62 x 830 | = | 51460 |
| 83 x 620 | = | 51460 |
| 124 x 415 | = | 51460 |
| 155 x 332 | = | 51460 |
| 166 x 310 | = | 51460 |
ผลบวกของตัวประกอบทั้งหมดของ 51460
1 + 2 + 4 + 5 + 10 + 20 + 31 + 62 + 83 + 124 + 155 + 166 + 310 + 332 + 415 + 620 + 830 + 1660 + 2573 + 5146 + 10292 + 12865 + 25730 + 51460 = 112896
▶ ตัวประกอบของ 51460 ที่เป็นจำนวนเฉพาะมีทั้งหมด 4 ตัวดังนี้
2, 5, 31, 83
จำนวนเฉพาะ (Prime number) คือ จำนวนนับที่มากกว่า 1 และมีตัวประกอบเพียงสองตัวคือ 1 และตัวมันเอง
ตัวประกอบที่เป็นจำนวนเฉพาะ เรียกว่า "ตัวประกอบเฉพาะ"
การแยกตัวประกอบคืออะไร
การแยกตัวประกอบ คือ การเขียนจำนวนนับนั้นให้อยู่ในรูปการคูณของตัวประกอบเฉพาะ
▶ 51460 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
51460 = 2 x 2 x 5 x 31 x 83
จากผลการแยกตัวประกอบด้านบนจะเห็นว่ามีจำนวนบางจำนวนที่ซ้ำกัน ดังนั้นเราสามารถเขียนการแยกตัวประกอบของ 51460 ให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังได้ดังนี้
51460 = 22 x 5 x 31 x 83
จากผลการแยกตัวประกอบด้านบนจะเห็นว่ามีจำนวนบางจำนวนที่ซ้ำกัน ดังนั้นเราสามารถเขียนการแยกตัวประกอบของ 51460 ให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังได้ดังนี้
51460 = 22 x 5 x 31 x 83
วิธีการแยกตัวประกอบ
1. การแยกตัวประกอบของ 51460 ด้วยวิธีแผนภาพต้นไม้🌲
วิธีทำ
1จำนวนที่โจทย์กำหนดมา คือ 51460 ดังนั้นให้หาจำนวนที่คูณกันได้ 51460 มา 1 คู่ เช่น 2 x 25730
2พิจารณาว่าจำนวน 1 คู่ที่เลือกมาเป็นจำนวนเฉพาะหรือยัง
3ถ้าจำนวนใดยังไม่ใช่จำนวนเฉพาะให้หาจำนวนที่คูณกันได้จำนวนนั้น และให้เลือกเอาจำนวนที่คูณกันได้จำนวนนั้นมา 1 คู่(ทำคล้ายๆกับข้อที่ 1)
4ทำโดยใช้หลักการข้อที่ 2 และ 3 ไปเรื่อยๆ จนกว่าจำนวนสุดท้ายจะเป็นจำนวนเฉพาะ
5เอาจำนวนเฉพาะทั้งหมดที่ได้มาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 51460
ตัวอย่างแผนภาพต้นไม้ของ 51460 แบบที่หนึ่ง
- 51460
- 166
- 2
- 83
- 310
- 10
- 2
- 5
- 31
- 10
- 166
ตัวอย่างแผนภาพต้นไม้ของ 51460 แบบที่สอง
- 51460
- 2
- 25730
- 2
- 12865
- 5
- 2573
- 31
- 83
ดังนั้น 51460 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
51460 =
2 x 2 x 5 x 31 x 83
หรือจะเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลัง
51460 =
22 x 5 x 31 x 83 หรือ 22 x 51 x 311 x 831
2. การแยกตัวประกอบของ 51460 ด้วยวิธีหารสั้นวิธีทำ1หาร 51460 ด้วยตัวประกอบเฉพาะของ 51460 นั้นก็คือ 2, 5, 31, 83 (ในการหารแต่ละครั้งแนะนำให้ใช้ตัวประกอบเฉพาะที่มีค่าน้อยที่สุด)2หากผลการหารที่ได้ยังไม่เท่ากับ 1 ให้นำผลการหารที่ได้ก่อนหน้านี้มาหารด้วยตัวประกอบเฉพาะอีกครั้ง3ดำเนินการเช่นเดียวกับข้อ 2 ไปเรื่อยๆ จนกว่าผลหารสุดท้ายมีค่าเท่ากับ 14นำตัวหารทั้งหมดมาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 51460
2)514602)257305)1286531)257383)831ดังนั้น 51460 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้51460 = 2 x 2 x 5 x 31 x 83หรือจะเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลัง51460 = 22 x 5 x 31 x 83 หรือ 22 x 51 x 311 x 831วิธีหาจำนวนตัวประกอบทั้งหมดของ 51460
1แยกตัวประกอบของ 51460 และเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังจะได้เท่ากับ 22 x 51 x 311 x 8312ให้นำ 1 ไปบวกกับเลขชี้กำลังของตัวประกอบแต่ละตัวดังนี้- 👉 2 มีเลขชี้กำลังคือ 2 ให้เอา 2 + 1 = 3
- 👉 5 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 31 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 83 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
3นำผลบวกของเลขชี้กำลังที่ได้มาคูณกันดังนี้ 3 x 2 x 2 x 2 = 24✔คำตอบ ตัวประกอบทั้งหมดของ 51460 มีทั้งหมด 24 ตัว ✔
วิธีทำ
1หาร 51460 ด้วยตัวประกอบเฉพาะของ 51460 นั้นก็คือ 2, 5, 31, 83 (ในการหารแต่ละครั้งแนะนำให้ใช้ตัวประกอบเฉพาะที่มีค่าน้อยที่สุด)
2หากผลการหารที่ได้ยังไม่เท่ากับ 1 ให้นำผลการหารที่ได้ก่อนหน้านี้มาหารด้วยตัวประกอบเฉพาะอีกครั้ง
3ดำเนินการเช่นเดียวกับข้อ 2 ไปเรื่อยๆ จนกว่าผลหารสุดท้ายมีค่าเท่ากับ 1
4นำตัวหารทั้งหมดมาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 51460
2
)51460
2
)25730
5
)12865
31
)2573
83
)83
1
ดังนั้น 51460 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
51460 = 2 x 2 x 5 x 31 x 83
หรือจะเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลัง
51460 = 22 x 5 x 31 x 83 หรือ 22 x 51 x 311 x 831
1แยกตัวประกอบของ 51460 และเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังจะได้เท่ากับ 22 x 51 x 311 x 831
2ให้นำ 1 ไปบวกกับเลขชี้กำลังของตัวประกอบแต่ละตัวดังนี้
- 👉 2 มีเลขชี้กำลังคือ 2 ให้เอา 2 + 1 = 3
- 👉 5 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 31 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 83 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
3นำผลบวกของเลขชี้กำลังที่ได้มาคูณกันดังนี้ 3 x 2 x 2 x 2 = 24✔
คำตอบ ตัวประกอบทั้งหมดของ 51460 มีทั้งหมด 24 ตัว ✔
เมื่อคุณรู้ตัวประกอบและวิธีการแยกตัวประกอบของ 51460 แล้วลองแวะดูบทความอื่นๆที่น่าสนใจด้านล่างนี้ได้น่ะ 👇
