ตัวประกอบของ 49422 และวิธีการแยกตัวประกอบของ 49422
คำนิยาม
ตัวประกอบของจำนวนนับใดๆ หมายถึง จำนวนนับที่หารจำนวนนับที่เรากำหนดให้ได้ลงตัว
ดังนั้นตัวประกอบของ 49422 หมายถึงจำนวนนับที่หาร 49422 ได้ลงตัว
▶
▶
2. การแยกตัวประกอบของ 49422 ด้วยวิธีหารสั้น
ตัวประกอบของ 49422 มีอะไรบ้าง
ตัวประกอบของ 49422 มีทั้งหมด 8 ตัวคือ 1, 2, 3, 6, 8237, 16474, 24711, 49422
ตรวจคำตอบด้วยการหาร
| 49422 ÷ 1 | = | 49422 | เหลือเศษ 0 |
| 49422 ÷ 2 | = | 24711 | เหลือเศษ 0 |
| 49422 ÷ 3 | = | 16474 | เหลือเศษ 0 |
| 49422 ÷ 6 | = | 8237 | เหลือเศษ 0 |
| 49422 ÷ 8237 | = | 6 | เหลือเศษ 0 |
| 49422 ÷ 16474 | = | 3 | เหลือเศษ 0 |
| 49422 ÷ 24711 | = | 2 | เหลือเศษ 0 |
| 49422 ÷ 49422 | = | 1 | เหลือเศษ 0 |
ตรวจคำตอบด้วยการจับคู่หาจำนวนที่คูณกันได้ 49422
| 1 x 49422 | = | 49422 |
| 2 x 24711 | = | 49422 |
| 3 x 16474 | = | 49422 |
| 6 x 8237 | = | 49422 |
ผลบวกของตัวประกอบทั้งหมดของ 49422
1 + 2 + 3 + 6 + 8237 + 16474 + 24711 + 49422 = 98856
▶ ตัวประกอบของ 49422 ที่เป็นจำนวนเฉพาะมีทั้งหมด 3 ตัวดังนี้
2, 3, 8237
จำนวนเฉพาะ (Prime number) คือ จำนวนนับที่มากกว่า 1 และมีตัวประกอบเพียงสองตัวคือ 1 และตัวมันเอง
ตัวประกอบที่เป็นจำนวนเฉพาะ เรียกว่า "ตัวประกอบเฉพาะ"
การแยกตัวประกอบคืออะไร
การแยกตัวประกอบ คือ การเขียนจำนวนนับนั้นให้อยู่ในรูปการคูณของตัวประกอบเฉพาะ
▶ 49422 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
49422 = 2 x 3 x 8237
วิธีการแยกตัวประกอบ
1. การแยกตัวประกอบของ 49422 ด้วยวิธีแผนภาพต้นไม้🌲
วิธีทำ
1จำนวนที่โจทย์กำหนดมา คือ 49422 ดังนั้นให้หาจำนวนที่คูณกันได้ 49422 มา 1 คู่ เช่น 2 x 24711
2พิจารณาว่าจำนวน 1 คู่ที่เลือกมาเป็นจำนวนเฉพาะหรือยัง
3ถ้าจำนวนใดยังไม่ใช่จำนวนเฉพาะให้หาจำนวนที่คูณกันได้จำนวนนั้น และให้เลือกเอาจำนวนที่คูณกันได้จำนวนนั้นมา 1 คู่(ทำคล้ายๆกับข้อที่ 1)
4ทำโดยใช้หลักการข้อที่ 2 และ 3 ไปเรื่อยๆ จนกว่าจำนวนสุดท้ายจะเป็นจำนวนเฉพาะ
5เอาจำนวนเฉพาะทั้งหมดที่ได้มาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 49422
ตัวอย่างแผนภาพต้นไม้ของ 49422 แบบที่หนึ่ง
- 49422
- 6
- 2
- 3
- 8237
- 6
ตัวอย่างแผนภาพต้นไม้ของ 49422 แบบที่สอง
- 49422
- 2
- 24711
- 3
- 8237
ดังนั้น 49422 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
49422 =
2 x 3 x 8237
2. การแยกตัวประกอบของ 49422 ด้วยวิธีหารสั้นวิธีทำ1หาร 49422 ด้วยตัวประกอบเฉพาะของ 49422 นั้นก็คือ 2, 3, 8237 (ในการหารแต่ละครั้งแนะนำให้ใช้ตัวประกอบเฉพาะที่มีค่าน้อยที่สุด)2หากผลการหารที่ได้ยังไม่เท่ากับ 1 ให้นำผลการหารที่ได้ก่อนหน้านี้มาหารด้วยตัวประกอบเฉพาะอีกครั้ง3ดำเนินการเช่นเดียวกับข้อ 2 ไปเรื่อยๆ จนกว่าผลหารสุดท้ายมีค่าเท่ากับ 14นำตัวหารทั้งหมดมาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 49422
2)494223)247118237)82371ดังนั้น 49422 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้49422 = 2 x 3 x 8237วิธีหาจำนวนตัวประกอบทั้งหมดของ 49422
1แยกตัวประกอบของ 49422 และเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังจะได้เท่ากับ 21 x 31 x 823712ให้นำ 1 ไปบวกกับเลขชี้กำลังของตัวประกอบแต่ละตัวดังนี้- 👉 2 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 3 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 8237 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
3นำผลบวกของเลขชี้กำลังที่ได้มาคูณกันดังนี้ 2 x 2 x 2 = 8✔คำตอบ ตัวประกอบทั้งหมดของ 49422 มีทั้งหมด 8 ตัว ✔
วิธีทำ
1หาร 49422 ด้วยตัวประกอบเฉพาะของ 49422 นั้นก็คือ 2, 3, 8237 (ในการหารแต่ละครั้งแนะนำให้ใช้ตัวประกอบเฉพาะที่มีค่าน้อยที่สุด)
2หากผลการหารที่ได้ยังไม่เท่ากับ 1 ให้นำผลการหารที่ได้ก่อนหน้านี้มาหารด้วยตัวประกอบเฉพาะอีกครั้ง
3ดำเนินการเช่นเดียวกับข้อ 2 ไปเรื่อยๆ จนกว่าผลหารสุดท้ายมีค่าเท่ากับ 1
4นำตัวหารทั้งหมดมาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 49422
2
)49422
3
)24711
8237
)8237
1
ดังนั้น 49422 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
49422 = 2 x 3 x 8237
1แยกตัวประกอบของ 49422 และเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังจะได้เท่ากับ 21 x 31 x 82371
2ให้นำ 1 ไปบวกกับเลขชี้กำลังของตัวประกอบแต่ละตัวดังนี้
- 👉 2 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 3 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 8237 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
3นำผลบวกของเลขชี้กำลังที่ได้มาคูณกันดังนี้ 2 x 2 x 2 = 8✔
คำตอบ ตัวประกอบทั้งหมดของ 49422 มีทั้งหมด 8 ตัว ✔
เมื่อคุณรู้ตัวประกอบและวิธีการแยกตัวประกอบของ 49422 แล้วลองแวะดูบทความอื่นๆที่น่าสนใจด้านล่างนี้ได้น่ะ 👇
