โปรแกรมหาตัวประกอบของจำนวนนับ
ใส่ตัวเลขที่ต้องการหาตัวประกอบ โปรแกรมจะแสดงคำตอบและวิธีการแยกตัวประกอบให้อัตโนมัติ
เทพควิช-lnwquiz

ตัวประกอบของ 4732 และวิธีการแยกตัวประกอบของ 4732

คำนิยาม
▶

ตัวประกอบของ 4732 มีอะไรบ้าง

ตัวประกอบของ 4732 มีทั้งหมด 18 ตัวคือ 1, 2, 4, 7, 13, 14, 26, 28, 52, 91, 169, 182, 338, 364, 676, 1183, 2366, 4732
ตรวจคำตอบด้วยการหาร
4732 ÷ 1=4732เหลือเศษ 0
4732 ÷ 2=2366เหลือเศษ 0
4732 ÷ 4=1183เหลือเศษ 0
4732 ÷ 7=676เหลือเศษ 0
4732 ÷ 13=364เหลือเศษ 0
4732 ÷ 14=338เหลือเศษ 0
4732 ÷ 26=182เหลือเศษ 0
4732 ÷ 28=169เหลือเศษ 0
4732 ÷ 52=91เหลือเศษ 0
4732 ÷ 91=52เหลือเศษ 0
4732 ÷ 169=28เหลือเศษ 0
4732 ÷ 182=26เหลือเศษ 0
4732 ÷ 338=14เหลือเศษ 0
4732 ÷ 364=13เหลือเศษ 0
4732 ÷ 676=7เหลือเศษ 0
4732 ÷ 1183=4เหลือเศษ 0
4732 ÷ 2366=2เหลือเศษ 0
4732 ÷ 4732=1เหลือเศษ 0
ตรวจคำตอบด้วยการจับคู่หาจำนวนที่คูณกันได้ 4732
1 x 4732
2 x 2366
4 x 1183
7 x 676
13 x 364
14 x 338
26 x 182
28 x 169
52 x 91
▶
ผลบวกของตัวประกอบทั้งหมดของ 4732
1 + 2 + 4 + 7 + 13 + 14 + 26 + 28 + 52 + 91 + 169 + 182 + 338 + 364 + 676 + 1183 + 2366 + 4732 = 10248
▶
ตัวประกอบของ 4732 ที่เป็นจำนวนเฉพาะมีทั้งหมด 3 ตัวดังนี้
2, 7, 13
การแยกตัวประกอบคืออะไร
▶

4732 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้

4732 = 2 x 2 x 7 x 13 x 13
จากผลการแยกตัวประกอบด้านบนจะเห็นว่ามีจำนวนบางจำนวนที่ซ้ำกัน ดังนั้นเราสามารถเขียนการแยกตัวประกอบของ 4732 ให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังได้ดังนี้
4732 = 22 x 7 x 132
วิธีการแยกตัวประกอบ

1. การแยกตัวประกอบของ 4732 ด้วยวิธีแผนภาพต้นไม้🌲

วิธีทำ
1จำนวนที่โจทย์กำหนดมา คือ 4732 ดังนั้นให้หาจำนวนที่คูณกันได้ 4732 มา 1 คู่ เช่น 2 x 2366
2พิจารณาว่าจำนวน 1 คู่ที่เลือกมาเป็นจำนวนเฉพาะหรือยัง
3ถ้าจำนวนใดยังไม่ใช่จำนวนเฉพาะให้หาจำนวนที่คูณกันได้จำนวนนั้น และให้เลือกเอาจำนวนที่คูณกันได้จำนวนนั้นมา 1 คู่(ทำคล้ายๆกับข้อที่ 1)
4ทำโดยใช้หลักการข้อที่ 2 และ 3 ไปเรื่อยๆ จนกว่าจำนวนสุดท้ายจะเป็นจำนวนเฉพาะ
5เอาจำนวนเฉพาะทั้งหมดที่ได้มาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 4732
ตัวอย่างแผนภาพต้นไม้ของ 4732 แบบที่หนึ่ง
  • 4732
    • 52
      • 4
        • 2
        • 2
      • 13
    • 91
      • 7
      • 13

ตัวอย่างแผนภาพต้นไม้ของ 4732 แบบที่สอง
  • 4732
    • 2
    • 2366
      • 2
      • 1183
        • 7
        • 169
          • 13
          • 13
ดังนั้น 4732 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
4732 = 2 x 2 x 7 x 13 x 13
หรือจะเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลัง
4732 = 22 x 7 x 132 หรือ 22 x 71 x 132

2. การแยกตัวประกอบของ 4732 ด้วยวิธีหารสั้น

วิธีทำ
1หาร 4732 ด้วยตัวประกอบเฉพาะของ 4732 นั้นก็คือ 2, 7, 13 (ในการหารแต่ละครั้งแนะนำให้ใช้ตัวประกอบเฉพาะที่มีค่าน้อยที่สุด)
2หากผลการหารที่ได้ยังไม่เท่ากับ 1 ให้นำผลการหารที่ได้ก่อนหน้านี้มาหารด้วยตัวประกอบเฉพาะอีกครั้ง
3ดำเนินการเช่นเดียวกับข้อ 2 ไปเรื่อยๆ จนกว่าผลหารสุดท้ายมีค่าเท่ากับ 1
4นำตัวหารทั้งหมดมาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 4732

2
)4732
2
)2366
7
)1183
13
)169
13
)13
1
ดังนั้น 4732 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
4732 = 2 x 2 x 7 x 13 x 13
หรือจะเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลัง
4732 = 22 x 7 x 132 หรือ 22 x 71 x 132

วิธีหาจำนวนตัวประกอบทั้งหมดของ 4732

1แยกตัวประกอบของ 4732 และเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังจะได้เท่ากับ 22 x 71 x 132
2ให้นำ 1 ไปบวกกับเลขชี้กำลังของตัวประกอบแต่ละตัวดังนี้
  • 👉 2 มีเลขชี้กำลังคือ 2 ให้เอา 2 + 1 = 3
  • 👉 7 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
  • 👉 13 มีเลขชี้กำลังคือ 2 ให้เอา 2 + 1 = 3
3นำผลบวกของเลขชี้กำลังที่ได้มาคูณกันดังนี้ 3 x 2 x 3 = 18✔
คำตอบ ตัวประกอบทั้งหมดของ 4732 มีทั้งหมด 18 ตัว ✔
เมื่อคุณรู้ตัวประกอบและวิธีการแยกตัวประกอบของ 4732 แล้วลองแวะดูบทความอื่นๆที่น่าสนใจด้านล่างนี้ได้น่ะ 👇