ตัวประกอบของ 33167 และวิธีการแยกตัวประกอบของ 33167
คำนิยาม
ตัวประกอบของจำนวนนับใดๆ หมายถึง จำนวนนับที่หารจำนวนนับที่เรากำหนดให้ได้ลงตัว
ดังนั้นตัวประกอบของ 33167 หมายถึงจำนวนนับที่หาร 33167 ได้ลงตัว
▶
▶ 2. การแยกตัวประกอบของ 33167 ด้วยวิธีหารสั้น
ตัวประกอบของ 33167 มีอะไรบ้าง
ตัวประกอบของ 33167 มีทั้งหมด 4 ตัวคือ 1, 17, 1951, 33167
ตรวจคำตอบด้วยการหาร
| 33167 ÷ 1 | = | 33167 | เหลือเศษ 0 |
| 33167 ÷ 17 | = | 1951 | เหลือเศษ 0 |
| 33167 ÷ 1951 | = | 17 | เหลือเศษ 0 |
| 33167 ÷ 33167 | = | 1 | เหลือเศษ 0 |
ตรวจคำตอบด้วยการจับคู่หาจำนวนที่คูณกันได้ 33167
| 1 x 33167 | = | 33167 |
| 17 x 1951 | = | 33167 |
ผลบวกของตัวประกอบทั้งหมดของ 33167
1 + 17 + 1951 + 33167 = 35136
▶ ตัวประกอบของ 33167 ที่เป็นจำนวนเฉพาะมีทั้งหมด 2 ตัวดังนี้
17, 1951
จำนวนเฉพาะ (Prime number) คือ จำนวนนับที่มากกว่า 1 และมีตัวประกอบเพียงสองตัวคือ 1 และตัวมันเอง
ตัวประกอบที่เป็นจำนวนเฉพาะ เรียกว่า "ตัวประกอบเฉพาะ"
การแยกตัวประกอบคืออะไร
การแยกตัวประกอบ คือ การเขียนจำนวนนับนั้นให้อยู่ในรูปการคูณของตัวประกอบเฉพาะ
▶ 33167 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
33167 = 17 x 1951
วิธีการแยกตัวประกอบ
1. การแยกตัวประกอบของ 33167 ด้วยวิธีแผนภาพต้นไม้🌲
วิธีทำ
1จำนวนที่โจทย์กำหนดมา คือ 33167 ดังนั้นให้หาจำนวนที่คูณกันได้ 33167 มา 1 คู่ เช่น 17 x 1951
2พิจารณาว่าจำนวน 1 คู่ที่เลือกมาเป็นจำนวนเฉพาะหรือยัง
3ถ้าจำนวนใดยังไม่ใช่จำนวนเฉพาะให้หาจำนวนที่คูณกันได้จำนวนนั้น และให้เลือกเอาจำนวนที่คูณกันได้จำนวนนั้นมา 1 คู่(ทำคล้ายๆกับข้อที่ 1)
4ทำโดยใช้หลักการข้อที่ 2 และ 3 ไปเรื่อยๆ จนกว่าจำนวนสุดท้ายจะเป็นจำนวนเฉพาะ
5เอาจำนวนเฉพาะทั้งหมดที่ได้มาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 33167
ตัวอย่างแผนภาพต้นไม้ของ 33167
- 33167
- 17
- 1951
ดังนั้น 33167 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
33167 =
17 x 1951
2. การแยกตัวประกอบของ 33167 ด้วยวิธีหารสั้นวิธีทำ1หาร 33167 ด้วยตัวประกอบเฉพาะของ 33167 นั้นก็คือ 17, 1951 (ในการหารแต่ละครั้งแนะนำให้ใช้ตัวประกอบเฉพาะที่มีค่าน้อยที่สุด)2หากผลการหารที่ได้ยังไม่เท่ากับ 1 ให้นำผลการหารที่ได้ก่อนหน้านี้มาหารด้วยตัวประกอบเฉพาะอีกครั้ง3ดำเนินการเช่นเดียวกับข้อ 2 ไปเรื่อยๆ จนกว่าผลหารสุดท้ายมีค่าเท่ากับ 14นำตัวหารทั้งหมดมาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 33167
17)331671951)19511ดังนั้น 33167 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้33167 = 17 x 1951วิธีหาจำนวนตัวประกอบทั้งหมดของ 33167
1แยกตัวประกอบของ 33167 และเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังจะได้เท่ากับ 171 x 195112ให้นำ 1 ไปบวกกับเลขชี้กำลังของตัวประกอบแต่ละตัวดังนี้- 👉 17 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 1951 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
3นำผลบวกของเลขชี้กำลังที่ได้มาคูณกันดังนี้ 2 x 2 = 4✔คำตอบ ตัวประกอบทั้งหมดของ 33167 มีทั้งหมด 4 ตัว ✔
วิธีทำ
1หาร 33167 ด้วยตัวประกอบเฉพาะของ 33167 นั้นก็คือ 17, 1951 (ในการหารแต่ละครั้งแนะนำให้ใช้ตัวประกอบเฉพาะที่มีค่าน้อยที่สุด)
2หากผลการหารที่ได้ยังไม่เท่ากับ 1 ให้นำผลการหารที่ได้ก่อนหน้านี้มาหารด้วยตัวประกอบเฉพาะอีกครั้ง
3ดำเนินการเช่นเดียวกับข้อ 2 ไปเรื่อยๆ จนกว่าผลหารสุดท้ายมีค่าเท่ากับ 1
4นำตัวหารทั้งหมดมาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 33167
17
)33167
1951
)1951
1
ดังนั้น 33167 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
33167 = 17 x 1951
1แยกตัวประกอบของ 33167 และเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังจะได้เท่ากับ 171 x 19511
2ให้นำ 1 ไปบวกกับเลขชี้กำลังของตัวประกอบแต่ละตัวดังนี้
- 👉 17 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 1951 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
3นำผลบวกของเลขชี้กำลังที่ได้มาคูณกันดังนี้ 2 x 2 = 4✔
คำตอบ ตัวประกอบทั้งหมดของ 33167 มีทั้งหมด 4 ตัว ✔
เมื่อคุณรู้ตัวประกอบและวิธีการแยกตัวประกอบของ 33167 แล้วลองแวะดูบทความอื่นๆที่น่าสนใจด้านล่างนี้ได้น่ะ 👇
