ตัวประกอบของ 32676 และวิธีการแยกตัวประกอบของ 32676
คำนิยาม
ตัวประกอบของจำนวนนับใดๆ หมายถึง จำนวนนับที่หารจำนวนนับที่เรากำหนดให้ได้ลงตัว
ดังนั้นตัวประกอบของ 32676 หมายถึงจำนวนนับที่หาร 32676 ได้ลงตัว
▶
▶
2. การแยกตัวประกอบของ 32676 ด้วยวิธีหารสั้น
ตัวประกอบของ 32676 มีอะไรบ้าง
ตัวประกอบของ 32676 มีทั้งหมด 24 ตัวคือ 1, 2, 3, 4, 6, 7, 12, 14, 21, 28, 42, 84, 389, 778, 1167, 1556, 2334, 2723, 4668, 5446, 8169, 10892, 16338, 32676
ตรวจคำตอบด้วยการหาร
| 32676 ÷ 1 | = | 32676 | เหลือเศษ 0 |
| 32676 ÷ 2 | = | 16338 | เหลือเศษ 0 |
| 32676 ÷ 3 | = | 10892 | เหลือเศษ 0 |
| 32676 ÷ 4 | = | 8169 | เหลือเศษ 0 |
| 32676 ÷ 6 | = | 5446 | เหลือเศษ 0 |
| 32676 ÷ 7 | = | 4668 | เหลือเศษ 0 |
| 32676 ÷ 12 | = | 2723 | เหลือเศษ 0 |
| 32676 ÷ 14 | = | 2334 | เหลือเศษ 0 |
| 32676 ÷ 21 | = | 1556 | เหลือเศษ 0 |
| 32676 ÷ 28 | = | 1167 | เหลือเศษ 0 |
| 32676 ÷ 42 | = | 778 | เหลือเศษ 0 |
| 32676 ÷ 84 | = | 389 | เหลือเศษ 0 |
| 32676 ÷ 389 | = | 84 | เหลือเศษ 0 |
| 32676 ÷ 778 | = | 42 | เหลือเศษ 0 |
| 32676 ÷ 1167 | = | 28 | เหลือเศษ 0 |
| 32676 ÷ 1556 | = | 21 | เหลือเศษ 0 |
| 32676 ÷ 2334 | = | 14 | เหลือเศษ 0 |
| 32676 ÷ 2723 | = | 12 | เหลือเศษ 0 |
| 32676 ÷ 4668 | = | 7 | เหลือเศษ 0 |
| 32676 ÷ 5446 | = | 6 | เหลือเศษ 0 |
| 32676 ÷ 8169 | = | 4 | เหลือเศษ 0 |
| 32676 ÷ 10892 | = | 3 | เหลือเศษ 0 |
| 32676 ÷ 16338 | = | 2 | เหลือเศษ 0 |
| 32676 ÷ 32676 | = | 1 | เหลือเศษ 0 |
ตรวจคำตอบด้วยการจับคู่หาจำนวนที่คูณกันได้ 32676
| 1 x 32676 | = | 32676 |
| 2 x 16338 | = | 32676 |
| 3 x 10892 | = | 32676 |
| 4 x 8169 | = | 32676 |
| 6 x 5446 | = | 32676 |
| 7 x 4668 | = | 32676 |
| 12 x 2723 | = | 32676 |
| 14 x 2334 | = | 32676 |
| 21 x 1556 | = | 32676 |
| 28 x 1167 | = | 32676 |
| 42 x 778 | = | 32676 |
| 84 x 389 | = | 32676 |
ผลบวกของตัวประกอบทั้งหมดของ 32676
1 + 2 + 3 + 4 + 6 + 7 + 12 + 14 + 21 + 28 + 42 + 84 + 389 + 778 + 1167 + 1556 + 2334 + 2723 + 4668 + 5446 + 8169 + 10892 + 16338 + 32676 = 87360
▶ ตัวประกอบของ 32676 ที่เป็นจำนวนเฉพาะมีทั้งหมด 4 ตัวดังนี้
2, 3, 7, 389
จำนวนเฉพาะ (Prime number) คือ จำนวนนับที่มากกว่า 1 และมีตัวประกอบเพียงสองตัวคือ 1 และตัวมันเอง
ตัวประกอบที่เป็นจำนวนเฉพาะ เรียกว่า "ตัวประกอบเฉพาะ"
การแยกตัวประกอบคืออะไร
การแยกตัวประกอบ คือ การเขียนจำนวนนับนั้นให้อยู่ในรูปการคูณของตัวประกอบเฉพาะ
▶ 32676 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
32676 = 2 x 2 x 3 x 7 x 389
จากผลการแยกตัวประกอบด้านบนจะเห็นว่ามีจำนวนบางจำนวนที่ซ้ำกัน ดังนั้นเราสามารถเขียนการแยกตัวประกอบของ 32676 ให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังได้ดังนี้
32676 = 22 x 3 x 7 x 389
จากผลการแยกตัวประกอบด้านบนจะเห็นว่ามีจำนวนบางจำนวนที่ซ้ำกัน ดังนั้นเราสามารถเขียนการแยกตัวประกอบของ 32676 ให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังได้ดังนี้
32676 = 22 x 3 x 7 x 389
วิธีการแยกตัวประกอบ
1. การแยกตัวประกอบของ 32676 ด้วยวิธีแผนภาพต้นไม้🌲
วิธีทำ
1จำนวนที่โจทย์กำหนดมา คือ 32676 ดังนั้นให้หาจำนวนที่คูณกันได้ 32676 มา 1 คู่ เช่น 2 x 16338
2พิจารณาว่าจำนวน 1 คู่ที่เลือกมาเป็นจำนวนเฉพาะหรือยัง
3ถ้าจำนวนใดยังไม่ใช่จำนวนเฉพาะให้หาจำนวนที่คูณกันได้จำนวนนั้น และให้เลือกเอาจำนวนที่คูณกันได้จำนวนนั้นมา 1 คู่(ทำคล้ายๆกับข้อที่ 1)
4ทำโดยใช้หลักการข้อที่ 2 และ 3 ไปเรื่อยๆ จนกว่าจำนวนสุดท้ายจะเป็นจำนวนเฉพาะ
5เอาจำนวนเฉพาะทั้งหมดที่ได้มาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 32676
ตัวอย่างแผนภาพต้นไม้ของ 32676 แบบที่หนึ่ง
- 32676
- 84
- 7
- 12
- 3
- 4
- 2
- 2
- 389
- 84
ตัวอย่างแผนภาพต้นไม้ของ 32676 แบบที่สอง
- 32676
- 2
- 16338
- 2
- 8169
- 3
- 2723
- 7
- 389
ดังนั้น 32676 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
32676 =
2 x 2 x 3 x 7 x 389
หรือจะเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลัง
32676 =
22 x 3 x 7 x 389 หรือ 22 x 31 x 71 x 3891
2. การแยกตัวประกอบของ 32676 ด้วยวิธีหารสั้นวิธีทำ1หาร 32676 ด้วยตัวประกอบเฉพาะของ 32676 นั้นก็คือ 2, 3, 7, 389 (ในการหารแต่ละครั้งแนะนำให้ใช้ตัวประกอบเฉพาะที่มีค่าน้อยที่สุด)2หากผลการหารที่ได้ยังไม่เท่ากับ 1 ให้นำผลการหารที่ได้ก่อนหน้านี้มาหารด้วยตัวประกอบเฉพาะอีกครั้ง3ดำเนินการเช่นเดียวกับข้อ 2 ไปเรื่อยๆ จนกว่าผลหารสุดท้ายมีค่าเท่ากับ 14นำตัวหารทั้งหมดมาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 32676
2)326762)163383)81697)2723389)3891ดังนั้น 32676 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้32676 = 2 x 2 x 3 x 7 x 389หรือจะเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลัง32676 = 22 x 3 x 7 x 389 หรือ 22 x 31 x 71 x 3891วิธีหาจำนวนตัวประกอบทั้งหมดของ 32676
1แยกตัวประกอบของ 32676 และเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังจะได้เท่ากับ 22 x 31 x 71 x 38912ให้นำ 1 ไปบวกกับเลขชี้กำลังของตัวประกอบแต่ละตัวดังนี้- 👉 2 มีเลขชี้กำลังคือ 2 ให้เอา 2 + 1 = 3
- 👉 3 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 7 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 389 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
3นำผลบวกของเลขชี้กำลังที่ได้มาคูณกันดังนี้ 3 x 2 x 2 x 2 = 24✔คำตอบ ตัวประกอบทั้งหมดของ 32676 มีทั้งหมด 24 ตัว ✔
วิธีทำ
1หาร 32676 ด้วยตัวประกอบเฉพาะของ 32676 นั้นก็คือ 2, 3, 7, 389 (ในการหารแต่ละครั้งแนะนำให้ใช้ตัวประกอบเฉพาะที่มีค่าน้อยที่สุด)
2หากผลการหารที่ได้ยังไม่เท่ากับ 1 ให้นำผลการหารที่ได้ก่อนหน้านี้มาหารด้วยตัวประกอบเฉพาะอีกครั้ง
3ดำเนินการเช่นเดียวกับข้อ 2 ไปเรื่อยๆ จนกว่าผลหารสุดท้ายมีค่าเท่ากับ 1
4นำตัวหารทั้งหมดมาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 32676
2
)32676
2
)16338
3
)8169
7
)2723
389
)389
1
ดังนั้น 32676 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
32676 = 2 x 2 x 3 x 7 x 389
หรือจะเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลัง
32676 = 22 x 3 x 7 x 389 หรือ 22 x 31 x 71 x 3891
1แยกตัวประกอบของ 32676 และเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังจะได้เท่ากับ 22 x 31 x 71 x 3891
2ให้นำ 1 ไปบวกกับเลขชี้กำลังของตัวประกอบแต่ละตัวดังนี้
- 👉 2 มีเลขชี้กำลังคือ 2 ให้เอา 2 + 1 = 3
- 👉 3 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 7 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 389 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
3นำผลบวกของเลขชี้กำลังที่ได้มาคูณกันดังนี้ 3 x 2 x 2 x 2 = 24✔
คำตอบ ตัวประกอบทั้งหมดของ 32676 มีทั้งหมด 24 ตัว ✔
เมื่อคุณรู้ตัวประกอบและวิธีการแยกตัวประกอบของ 32676 แล้วลองแวะดูบทความอื่นๆที่น่าสนใจด้านล่างนี้ได้น่ะ 👇
