ตัวประกอบของ 31353 และวิธีการแยกตัวประกอบของ 31353
คำนิยาม
ตัวประกอบของจำนวนนับใดๆ หมายถึง จำนวนนับที่หารจำนวนนับที่เรากำหนดให้ได้ลงตัว
ดังนั้นตัวประกอบของ 31353 หมายถึงจำนวนนับที่หาร 31353 ได้ลงตัว
▶
▶
2. การแยกตัวประกอบของ 31353 ด้วยวิธีหารสั้น
ตัวประกอบของ 31353 มีอะไรบ้าง
ตัวประกอบของ 31353 มีทั้งหมด 8 ตัวคือ 1, 3, 7, 21, 1493, 4479, 10451, 31353
ตรวจคำตอบด้วยการหาร
| 31353 ÷ 1 | = | 31353 | เหลือเศษ 0 |
| 31353 ÷ 3 | = | 10451 | เหลือเศษ 0 |
| 31353 ÷ 7 | = | 4479 | เหลือเศษ 0 |
| 31353 ÷ 21 | = | 1493 | เหลือเศษ 0 |
| 31353 ÷ 1493 | = | 21 | เหลือเศษ 0 |
| 31353 ÷ 4479 | = | 7 | เหลือเศษ 0 |
| 31353 ÷ 10451 | = | 3 | เหลือเศษ 0 |
| 31353 ÷ 31353 | = | 1 | เหลือเศษ 0 |
ตรวจคำตอบด้วยการจับคู่หาจำนวนที่คูณกันได้ 31353
| 1 x 31353 | = | 31353 |
| 3 x 10451 | = | 31353 |
| 7 x 4479 | = | 31353 |
| 21 x 1493 | = | 31353 |
ผลบวกของตัวประกอบทั้งหมดของ 31353
1 + 3 + 7 + 21 + 1493 + 4479 + 10451 + 31353 = 47808
▶ ตัวประกอบของ 31353 ที่เป็นจำนวนเฉพาะมีทั้งหมด 3 ตัวดังนี้
3, 7, 1493
จำนวนเฉพาะ (Prime number) คือ จำนวนนับที่มากกว่า 1 และมีตัวประกอบเพียงสองตัวคือ 1 และตัวมันเอง
ตัวประกอบที่เป็นจำนวนเฉพาะ เรียกว่า "ตัวประกอบเฉพาะ"
การแยกตัวประกอบคืออะไร
การแยกตัวประกอบ คือ การเขียนจำนวนนับนั้นให้อยู่ในรูปการคูณของตัวประกอบเฉพาะ
▶ 31353 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
31353 = 3 x 7 x 1493
วิธีการแยกตัวประกอบ
1. การแยกตัวประกอบของ 31353 ด้วยวิธีแผนภาพต้นไม้🌲
วิธีทำ
1จำนวนที่โจทย์กำหนดมา คือ 31353 ดังนั้นให้หาจำนวนที่คูณกันได้ 31353 มา 1 คู่ เช่น 3 x 10451
2พิจารณาว่าจำนวน 1 คู่ที่เลือกมาเป็นจำนวนเฉพาะหรือยัง
3ถ้าจำนวนใดยังไม่ใช่จำนวนเฉพาะให้หาจำนวนที่คูณกันได้จำนวนนั้น และให้เลือกเอาจำนวนที่คูณกันได้จำนวนนั้นมา 1 คู่(ทำคล้ายๆกับข้อที่ 1)
4ทำโดยใช้หลักการข้อที่ 2 และ 3 ไปเรื่อยๆ จนกว่าจำนวนสุดท้ายจะเป็นจำนวนเฉพาะ
5เอาจำนวนเฉพาะทั้งหมดที่ได้มาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 31353
ตัวอย่างแผนภาพต้นไม้ของ 31353 แบบที่หนึ่ง
- 31353
- 21
- 3
- 7
- 1493
- 21
ตัวอย่างแผนภาพต้นไม้ของ 31353 แบบที่สอง
- 31353
- 3
- 10451
- 7
- 1493
ดังนั้น 31353 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
31353 =
3 x 7 x 1493
2. การแยกตัวประกอบของ 31353 ด้วยวิธีหารสั้นวิธีทำ1หาร 31353 ด้วยตัวประกอบเฉพาะของ 31353 นั้นก็คือ 3, 7, 1493 (ในการหารแต่ละครั้งแนะนำให้ใช้ตัวประกอบเฉพาะที่มีค่าน้อยที่สุด)2หากผลการหารที่ได้ยังไม่เท่ากับ 1 ให้นำผลการหารที่ได้ก่อนหน้านี้มาหารด้วยตัวประกอบเฉพาะอีกครั้ง3ดำเนินการเช่นเดียวกับข้อ 2 ไปเรื่อยๆ จนกว่าผลหารสุดท้ายมีค่าเท่ากับ 14นำตัวหารทั้งหมดมาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 31353
3)313537)104511493)14931ดังนั้น 31353 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้31353 = 3 x 7 x 1493วิธีหาจำนวนตัวประกอบทั้งหมดของ 31353
1แยกตัวประกอบของ 31353 และเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังจะได้เท่ากับ 31 x 71 x 149312ให้นำ 1 ไปบวกกับเลขชี้กำลังของตัวประกอบแต่ละตัวดังนี้- 👉 3 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 7 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 1493 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
3นำผลบวกของเลขชี้กำลังที่ได้มาคูณกันดังนี้ 2 x 2 x 2 = 8✔คำตอบ ตัวประกอบทั้งหมดของ 31353 มีทั้งหมด 8 ตัว ✔
วิธีทำ
1หาร 31353 ด้วยตัวประกอบเฉพาะของ 31353 นั้นก็คือ 3, 7, 1493 (ในการหารแต่ละครั้งแนะนำให้ใช้ตัวประกอบเฉพาะที่มีค่าน้อยที่สุด)
2หากผลการหารที่ได้ยังไม่เท่ากับ 1 ให้นำผลการหารที่ได้ก่อนหน้านี้มาหารด้วยตัวประกอบเฉพาะอีกครั้ง
3ดำเนินการเช่นเดียวกับข้อ 2 ไปเรื่อยๆ จนกว่าผลหารสุดท้ายมีค่าเท่ากับ 1
4นำตัวหารทั้งหมดมาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 31353
3
)31353
7
)10451
1493
)1493
1
ดังนั้น 31353 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
31353 = 3 x 7 x 1493
1แยกตัวประกอบของ 31353 และเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังจะได้เท่ากับ 31 x 71 x 14931
2ให้นำ 1 ไปบวกกับเลขชี้กำลังของตัวประกอบแต่ละตัวดังนี้
- 👉 3 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 7 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 1493 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
3นำผลบวกของเลขชี้กำลังที่ได้มาคูณกันดังนี้ 2 x 2 x 2 = 8✔
คำตอบ ตัวประกอบทั้งหมดของ 31353 มีทั้งหมด 8 ตัว ✔
เมื่อคุณรู้ตัวประกอบและวิธีการแยกตัวประกอบของ 31353 แล้วลองแวะดูบทความอื่นๆที่น่าสนใจด้านล่างนี้ได้น่ะ 👇
