โปรแกรมหาตัวประกอบของจำนวนนับ
ใส่ตัวเลขที่ต้องการหาตัวประกอบ โปรแกรมจะแสดงคำตอบและวิธีการแยกตัวประกอบให้อัตโนมัติ
เทพควิช-lnwquiz

ตัวประกอบของ 27162 และวิธีการแยกตัวประกอบของ 27162

คำนิยาม

ตัวประกอบของ 27162 มีอะไรบ้าง

ตัวประกอบของ 27162 มีทั้งหมด 16 ตัวคือ 1, 2, 3, 6, 9, 18, 27, 54, 503, 1006, 1509, 3018, 4527, 9054, 13581, 27162
ตรวจคำตอบด้วยการหาร
27162 ÷ 1=27162เหลือเศษ 0
27162 ÷ 2=13581เหลือเศษ 0
27162 ÷ 3=9054เหลือเศษ 0
27162 ÷ 6=4527เหลือเศษ 0
27162 ÷ 9=3018เหลือเศษ 0
27162 ÷ 18=1509เหลือเศษ 0
27162 ÷ 27=1006เหลือเศษ 0
27162 ÷ 54=503เหลือเศษ 0
27162 ÷ 503=54เหลือเศษ 0
27162 ÷ 1006=27เหลือเศษ 0
27162 ÷ 1509=18เหลือเศษ 0
27162 ÷ 3018=9เหลือเศษ 0
27162 ÷ 4527=6เหลือเศษ 0
27162 ÷ 9054=3เหลือเศษ 0
27162 ÷ 13581=2เหลือเศษ 0
27162 ÷ 27162=1เหลือเศษ 0
ตรวจคำตอบด้วยการจับคู่หาจำนวนที่คูณกันได้ 27162
1 x 27162
2 x 13581
3 x 9054
6 x 4527
9 x 3018
18 x 1509
27 x 1006
54 x 503
ผลบวกของตัวประกอบทั้งหมดของ 27162
1 + 2 + 3 + 6 + 9 + 18 + 27 + 54 + 503 + 1006 + 1509 + 3018 + 4527 + 9054 + 13581 + 27162 = 60480
ตัวประกอบของ 27162 ที่เป็นจำนวนเฉพาะมีทั้งหมด 3 ตัวดังนี้
2, 3, 503
การแยกตัวประกอบคืออะไร

27162 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้

27162 = 2 x 3 x 3 x 3 x 503
จากผลการแยกตัวประกอบด้านบนจะเห็นว่ามีจำนวนบางจำนวนที่ซ้ำกัน ดังนั้นเราสามารถเขียนการแยกตัวประกอบของ 27162 ให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังได้ดังนี้
27162 = 2 x 33 x 503
วิธีการแยกตัวประกอบ

1. การแยกตัวประกอบของ 27162 ด้วยวิธีแผนภาพต้นไม้🌲

วิธีทำ
1จำนวนที่โจทย์กำหนดมา คือ 27162 ดังนั้นให้หาจำนวนที่คูณกันได้ 27162 มา 1 คู่ เช่น 2 x 13581
2พิจารณาว่าจำนวน 1 คู่ที่เลือกมาเป็นจำนวนเฉพาะหรือยัง
3ถ้าจำนวนใดยังไม่ใช่จำนวนเฉพาะให้หาจำนวนที่คูณกันได้จำนวนนั้น และให้เลือกเอาจำนวนที่คูณกันได้จำนวนนั้นมา 1 คู่(ทำคล้ายๆกับข้อที่ 1)
4ทำโดยใช้หลักการข้อที่ 2 และ 3 ไปเรื่อยๆ จนกว่าจำนวนสุดท้ายจะเป็นจำนวนเฉพาะ
5เอาจำนวนเฉพาะทั้งหมดที่ได้มาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 27162
ตัวอย่างแผนภาพต้นไม้ของ 27162 แบบที่หนึ่ง
  • 27162
    • 54
      • 6
        • 2
        • 3
      • 9
        • 3
        • 3
    • 503

ตัวอย่างแผนภาพต้นไม้ของ 27162 แบบที่สอง
  • 27162
    • 2
    • 13581
      • 3
      • 4527
        • 3
        • 1509
          • 3
          • 503
ดังนั้น 27162 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
27162 = 2 x 3 x 3 x 3 x 503
หรือจะเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลัง
27162 = 2 x 33 x 503 หรือ 21 x 33 x 5031

2. การแยกตัวประกอบของ 27162 ด้วยวิธีหารสั้น

วิธีทำ
1หาร 27162 ด้วยตัวประกอบเฉพาะของ 27162 นั้นก็คือ 2, 3, 503 (ในการหารแต่ละครั้งแนะนำให้ใช้ตัวประกอบเฉพาะที่มีค่าน้อยที่สุด)
2หากผลการหารที่ได้ยังไม่เท่ากับ 1 ให้นำผลการหารที่ได้ก่อนหน้านี้มาหารด้วยตัวประกอบเฉพาะอีกครั้ง
3ดำเนินการเช่นเดียวกับข้อ 2 ไปเรื่อยๆ จนกว่าผลหารสุดท้ายมีค่าเท่ากับ 1
4นำตัวหารทั้งหมดมาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 27162

2
)27162
3
)13581
3
)4527
3
)1509
503
)503
1
ดังนั้น 27162 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
27162 = 2 x 3 x 3 x 3 x 503
หรือจะเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลัง
27162 = 2 x 33 x 503 หรือ 21 x 33 x 5031

วิธีหาจำนวนตัวประกอบทั้งหมดของ 27162

1แยกตัวประกอบของ 27162 และเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังจะได้เท่ากับ 21 x 33 x 5031
2ให้นำ 1 ไปบวกกับเลขชี้กำลังของตัวประกอบแต่ละตัวดังนี้
  • 👉 2 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
  • 👉 3 มีเลขชี้กำลังคือ 3 ให้เอา 3 + 1 = 4
  • 👉 503 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
3นำผลบวกของเลขชี้กำลังที่ได้มาคูณกันดังนี้ 2 x 4 x 2 = 16
คำตอบ ตัวประกอบทั้งหมดของ 27162 มีทั้งหมด 16 ตัว
เมื่อคุณรู้ตัวประกอบและวิธีการแยกตัวประกอบของ 27162 แล้วลองแวะดูบทความอื่นๆที่น่าสนใจด้านล่างนี้ได้น่ะ 👇