ตัวประกอบของ 19327 และวิธีการแยกตัวประกอบของ 19327
คำนิยาม
ตัวประกอบของจำนวนนับใดๆ หมายถึง จำนวนนับที่หารจำนวนนับที่เรากำหนดให้ได้ลงตัว
ดังนั้นตัวประกอบของ 19327 หมายถึงจำนวนนับที่หาร 19327 ได้ลงตัว
▶
▶
2. การแยกตัวประกอบของ 19327 ด้วยวิธีหารสั้น
ตัวประกอบของ 19327 มีอะไรบ้าง
ตัวประกอบของ 19327 มีทั้งหมด 8 ตัวคือ 1, 7, 11, 77, 251, 1757, 2761, 19327
ตรวจคำตอบด้วยการหาร
| 19327 ÷ 1 | = | 19327 | เหลือเศษ 0 |
| 19327 ÷ 7 | = | 2761 | เหลือเศษ 0 |
| 19327 ÷ 11 | = | 1757 | เหลือเศษ 0 |
| 19327 ÷ 77 | = | 251 | เหลือเศษ 0 |
| 19327 ÷ 251 | = | 77 | เหลือเศษ 0 |
| 19327 ÷ 1757 | = | 11 | เหลือเศษ 0 |
| 19327 ÷ 2761 | = | 7 | เหลือเศษ 0 |
| 19327 ÷ 19327 | = | 1 | เหลือเศษ 0 |
ตรวจคำตอบด้วยการจับคู่หาจำนวนที่คูณกันได้ 19327
| 1 x 19327 | = | 19327 |
| 7 x 2761 | = | 19327 |
| 11 x 1757 | = | 19327 |
| 77 x 251 | = | 19327 |
ผลบวกของตัวประกอบทั้งหมดของ 19327
1 + 7 + 11 + 77 + 251 + 1757 + 2761 + 19327 = 24192
▶ ตัวประกอบของ 19327 ที่เป็นจำนวนเฉพาะมีทั้งหมด 3 ตัวดังนี้
7, 11, 251
จำนวนเฉพาะ (Prime number) คือ จำนวนนับที่มากกว่า 1 และมีตัวประกอบเพียงสองตัวคือ 1 และตัวมันเอง
ตัวประกอบที่เป็นจำนวนเฉพาะ เรียกว่า "ตัวประกอบเฉพาะ"
การแยกตัวประกอบคืออะไร
การแยกตัวประกอบ คือ การเขียนจำนวนนับนั้นให้อยู่ในรูปการคูณของตัวประกอบเฉพาะ
▶ 19327 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
19327 = 7 x 11 x 251
วิธีการแยกตัวประกอบ
1. การแยกตัวประกอบของ 19327 ด้วยวิธีแผนภาพต้นไม้🌲
วิธีทำ
1จำนวนที่โจทย์กำหนดมา คือ 19327 ดังนั้นให้หาจำนวนที่คูณกันได้ 19327 มา 1 คู่ เช่น 7 x 2761
2พิจารณาว่าจำนวน 1 คู่ที่เลือกมาเป็นจำนวนเฉพาะหรือยัง
3ถ้าจำนวนใดยังไม่ใช่จำนวนเฉพาะให้หาจำนวนที่คูณกันได้จำนวนนั้น และให้เลือกเอาจำนวนที่คูณกันได้จำนวนนั้นมา 1 คู่(ทำคล้ายๆกับข้อที่ 1)
4ทำโดยใช้หลักการข้อที่ 2 และ 3 ไปเรื่อยๆ จนกว่าจำนวนสุดท้ายจะเป็นจำนวนเฉพาะ
5เอาจำนวนเฉพาะทั้งหมดที่ได้มาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 19327
ตัวอย่างแผนภาพต้นไม้ของ 19327 แบบที่หนึ่ง
- 19327
- 77
- 7
- 11
- 251
- 77
ตัวอย่างแผนภาพต้นไม้ของ 19327 แบบที่สอง
- 19327
- 7
- 2761
- 11
- 251
ดังนั้น 19327 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
19327 =
7 x 11 x 251
2. การแยกตัวประกอบของ 19327 ด้วยวิธีหารสั้นวิธีทำ1หาร 19327 ด้วยตัวประกอบเฉพาะของ 19327 นั้นก็คือ 7, 11, 251 (ในการหารแต่ละครั้งแนะนำให้ใช้ตัวประกอบเฉพาะที่มีค่าน้อยที่สุด)2หากผลการหารที่ได้ยังไม่เท่ากับ 1 ให้นำผลการหารที่ได้ก่อนหน้านี้มาหารด้วยตัวประกอบเฉพาะอีกครั้ง3ดำเนินการเช่นเดียวกับข้อ 2 ไปเรื่อยๆ จนกว่าผลหารสุดท้ายมีค่าเท่ากับ 14นำตัวหารทั้งหมดมาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 19327
7)1932711)2761251)2511ดังนั้น 19327 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้19327 = 7 x 11 x 251วิธีหาจำนวนตัวประกอบทั้งหมดของ 19327
1แยกตัวประกอบของ 19327 และเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังจะได้เท่ากับ 71 x 111 x 25112ให้นำ 1 ไปบวกกับเลขชี้กำลังของตัวประกอบแต่ละตัวดังนี้- 👉 7 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 11 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 251 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
3นำผลบวกของเลขชี้กำลังที่ได้มาคูณกันดังนี้ 2 x 2 x 2 = 8✔คำตอบ ตัวประกอบทั้งหมดของ 19327 มีทั้งหมด 8 ตัว ✔
วิธีทำ
1หาร 19327 ด้วยตัวประกอบเฉพาะของ 19327 นั้นก็คือ 7, 11, 251 (ในการหารแต่ละครั้งแนะนำให้ใช้ตัวประกอบเฉพาะที่มีค่าน้อยที่สุด)
2หากผลการหารที่ได้ยังไม่เท่ากับ 1 ให้นำผลการหารที่ได้ก่อนหน้านี้มาหารด้วยตัวประกอบเฉพาะอีกครั้ง
3ดำเนินการเช่นเดียวกับข้อ 2 ไปเรื่อยๆ จนกว่าผลหารสุดท้ายมีค่าเท่ากับ 1
4นำตัวหารทั้งหมดมาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 19327
7
)19327
11
)2761
251
)251
1
ดังนั้น 19327 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
19327 = 7 x 11 x 251
1แยกตัวประกอบของ 19327 และเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังจะได้เท่ากับ 71 x 111 x 2511
2ให้นำ 1 ไปบวกกับเลขชี้กำลังของตัวประกอบแต่ละตัวดังนี้
- 👉 7 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 11 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 251 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
3นำผลบวกของเลขชี้กำลังที่ได้มาคูณกันดังนี้ 2 x 2 x 2 = 8✔
คำตอบ ตัวประกอบทั้งหมดของ 19327 มีทั้งหมด 8 ตัว ✔
เมื่อคุณรู้ตัวประกอบและวิธีการแยกตัวประกอบของ 19327 แล้วลองแวะดูบทความอื่นๆที่น่าสนใจด้านล่างนี้ได้น่ะ 👇
