ตัวประกอบของ 19253 และวิธีการแยกตัวประกอบของ 19253
คำนิยาม
ตัวประกอบของจำนวนนับใดๆ หมายถึง จำนวนนับที่หารจำนวนนับที่เรากำหนดให้ได้ลงตัว
ดังนั้นตัวประกอบของ 19253 หมายถึงจำนวนนับที่หาร 19253 ได้ลงตัว
▶
▶ 2. การแยกตัวประกอบของ 19253 ด้วยวิธีหารสั้น
ตัวประกอบของ 19253 มีอะไรบ้าง
ตัวประกอบของ 19253 มีทั้งหมด 4 ตัวคือ 1, 13, 1481, 19253
ตรวจคำตอบด้วยการหาร
| 19253 ÷ 1 | = | 19253 | เหลือเศษ 0 |
| 19253 ÷ 13 | = | 1481 | เหลือเศษ 0 |
| 19253 ÷ 1481 | = | 13 | เหลือเศษ 0 |
| 19253 ÷ 19253 | = | 1 | เหลือเศษ 0 |
ตรวจคำตอบด้วยการจับคู่หาจำนวนที่คูณกันได้ 19253
| 1 x 19253 | = | 19253 |
| 13 x 1481 | = | 19253 |
ผลบวกของตัวประกอบทั้งหมดของ 19253
1 + 13 + 1481 + 19253 = 20748
▶ ตัวประกอบของ 19253 ที่เป็นจำนวนเฉพาะมีทั้งหมด 2 ตัวดังนี้
13, 1481
จำนวนเฉพาะ (Prime number) คือ จำนวนนับที่มากกว่า 1 และมีตัวประกอบเพียงสองตัวคือ 1 และตัวมันเอง
ตัวประกอบที่เป็นจำนวนเฉพาะ เรียกว่า "ตัวประกอบเฉพาะ"
การแยกตัวประกอบคืออะไร
การแยกตัวประกอบ คือ การเขียนจำนวนนับนั้นให้อยู่ในรูปการคูณของตัวประกอบเฉพาะ
▶ 19253 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
19253 = 13 x 1481
วิธีการแยกตัวประกอบ
1. การแยกตัวประกอบของ 19253 ด้วยวิธีแผนภาพต้นไม้🌲
วิธีทำ
1จำนวนที่โจทย์กำหนดมา คือ 19253 ดังนั้นให้หาจำนวนที่คูณกันได้ 19253 มา 1 คู่ เช่น 13 x 1481
2พิจารณาว่าจำนวน 1 คู่ที่เลือกมาเป็นจำนวนเฉพาะหรือยัง
3ถ้าจำนวนใดยังไม่ใช่จำนวนเฉพาะให้หาจำนวนที่คูณกันได้จำนวนนั้น และให้เลือกเอาจำนวนที่คูณกันได้จำนวนนั้นมา 1 คู่(ทำคล้ายๆกับข้อที่ 1)
4ทำโดยใช้หลักการข้อที่ 2 และ 3 ไปเรื่อยๆ จนกว่าจำนวนสุดท้ายจะเป็นจำนวนเฉพาะ
5เอาจำนวนเฉพาะทั้งหมดที่ได้มาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 19253
ตัวอย่างแผนภาพต้นไม้ของ 19253
- 19253
- 13
- 1481
ดังนั้น 19253 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
19253 =
13 x 1481
2. การแยกตัวประกอบของ 19253 ด้วยวิธีหารสั้นวิธีทำ1หาร 19253 ด้วยตัวประกอบเฉพาะของ 19253 นั้นก็คือ 13, 1481 (ในการหารแต่ละครั้งแนะนำให้ใช้ตัวประกอบเฉพาะที่มีค่าน้อยที่สุด)2หากผลการหารที่ได้ยังไม่เท่ากับ 1 ให้นำผลการหารที่ได้ก่อนหน้านี้มาหารด้วยตัวประกอบเฉพาะอีกครั้ง3ดำเนินการเช่นเดียวกับข้อ 2 ไปเรื่อยๆ จนกว่าผลหารสุดท้ายมีค่าเท่ากับ 14นำตัวหารทั้งหมดมาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 19253
13)192531481)14811ดังนั้น 19253 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้19253 = 13 x 1481วิธีหาจำนวนตัวประกอบทั้งหมดของ 19253
1แยกตัวประกอบของ 19253 และเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังจะได้เท่ากับ 131 x 148112ให้นำ 1 ไปบวกกับเลขชี้กำลังของตัวประกอบแต่ละตัวดังนี้- 👉 13 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 1481 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
3นำผลบวกของเลขชี้กำลังที่ได้มาคูณกันดังนี้ 2 x 2 = 4✔คำตอบ ตัวประกอบทั้งหมดของ 19253 มีทั้งหมด 4 ตัว ✔
วิธีทำ
1หาร 19253 ด้วยตัวประกอบเฉพาะของ 19253 นั้นก็คือ 13, 1481 (ในการหารแต่ละครั้งแนะนำให้ใช้ตัวประกอบเฉพาะที่มีค่าน้อยที่สุด)
2หากผลการหารที่ได้ยังไม่เท่ากับ 1 ให้นำผลการหารที่ได้ก่อนหน้านี้มาหารด้วยตัวประกอบเฉพาะอีกครั้ง
3ดำเนินการเช่นเดียวกับข้อ 2 ไปเรื่อยๆ จนกว่าผลหารสุดท้ายมีค่าเท่ากับ 1
4นำตัวหารทั้งหมดมาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 19253
13
)19253
1481
)1481
1
ดังนั้น 19253 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
19253 = 13 x 1481
1แยกตัวประกอบของ 19253 และเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังจะได้เท่ากับ 131 x 14811
2ให้นำ 1 ไปบวกกับเลขชี้กำลังของตัวประกอบแต่ละตัวดังนี้
- 👉 13 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 1481 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
3นำผลบวกของเลขชี้กำลังที่ได้มาคูณกันดังนี้ 2 x 2 = 4✔
คำตอบ ตัวประกอบทั้งหมดของ 19253 มีทั้งหมด 4 ตัว ✔
เมื่อคุณรู้ตัวประกอบและวิธีการแยกตัวประกอบของ 19253 แล้วลองแวะดูบทความอื่นๆที่น่าสนใจด้านล่างนี้ได้น่ะ 👇
