โปรแกรมหาตัวประกอบของจำนวนนับ
ใส่ตัวเลขที่ต้องการหาตัวประกอบ โปรแกรมจะแสดงคำตอบและวิธีการแยกตัวประกอบให้อัตโนมัติ
เทพควิช-lnwquiz

ตัวประกอบของ 19257 และวิธีการแยกตัวประกอบของ 19257

คำนิยาม

ตัวประกอบของ 19257 มีอะไรบ้าง

ตัวประกอบของ 19257 มีทั้งหมด 12 ตัวคือ 1, 3, 7, 21, 49, 131, 147, 393, 917, 2751, 6419, 19257
ตรวจคำตอบด้วยการหาร
19257 ÷ 1=19257เหลือเศษ 0
19257 ÷ 3=6419เหลือเศษ 0
19257 ÷ 7=2751เหลือเศษ 0
19257 ÷ 21=917เหลือเศษ 0
19257 ÷ 49=393เหลือเศษ 0
19257 ÷ 131=147เหลือเศษ 0
19257 ÷ 147=131เหลือเศษ 0
19257 ÷ 393=49เหลือเศษ 0
19257 ÷ 917=21เหลือเศษ 0
19257 ÷ 2751=7เหลือเศษ 0
19257 ÷ 6419=3เหลือเศษ 0
19257 ÷ 19257=1เหลือเศษ 0
ตรวจคำตอบด้วยการจับคู่หาจำนวนที่คูณกันได้ 19257
1 x 19257
3 x 6419
7 x 2751
21 x 917
49 x 393
131 x 147
ผลบวกของตัวประกอบทั้งหมดของ 19257
1 + 3 + 7 + 21 + 49 + 131 + 147 + 393 + 917 + 2751 + 6419 + 19257 = 30096
ตัวประกอบของ 19257 ที่เป็นจำนวนเฉพาะมีทั้งหมด 3 ตัวดังนี้
3, 7, 131
การแยกตัวประกอบคืออะไร

19257 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้

19257 = 3 x 7 x 7 x 131
จากผลการแยกตัวประกอบด้านบนจะเห็นว่ามีจำนวนบางจำนวนที่ซ้ำกัน ดังนั้นเราสามารถเขียนการแยกตัวประกอบของ 19257 ให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังได้ดังนี้
19257 = 3 x 72 x 131
วิธีการแยกตัวประกอบ

1. การแยกตัวประกอบของ 19257 ด้วยวิธีแผนภาพต้นไม้🌲

วิธีทำ
1จำนวนที่โจทย์กำหนดมา คือ 19257 ดังนั้นให้หาจำนวนที่คูณกันได้ 19257 มา 1 คู่ เช่น 3 x 6419
2พิจารณาว่าจำนวน 1 คู่ที่เลือกมาเป็นจำนวนเฉพาะหรือยัง
3ถ้าจำนวนใดยังไม่ใช่จำนวนเฉพาะให้หาจำนวนที่คูณกันได้จำนวนนั้น และให้เลือกเอาจำนวนที่คูณกันได้จำนวนนั้นมา 1 คู่(ทำคล้ายๆกับข้อที่ 1)
4ทำโดยใช้หลักการข้อที่ 2 และ 3 ไปเรื่อยๆ จนกว่าจำนวนสุดท้ายจะเป็นจำนวนเฉพาะ
5เอาจำนวนเฉพาะทั้งหมดที่ได้มาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 19257
ตัวอย่างแผนภาพต้นไม้ของ 19257 แบบที่หนึ่ง
  • 19257
    • 131
    • 147
      • 7
      • 21
        • 3
        • 7

ตัวอย่างแผนภาพต้นไม้ของ 19257 แบบที่สอง
  • 19257
    • 3
    • 6419
      • 7
      • 917
        • 7
        • 131
ดังนั้น 19257 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
19257 = 3 x 7 x 7 x 131
หรือจะเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลัง
19257 = 3 x 72 x 131 หรือ 31 x 72 x 1311

2. การแยกตัวประกอบของ 19257 ด้วยวิธีหารสั้น

วิธีทำ
1หาร 19257 ด้วยตัวประกอบเฉพาะของ 19257 นั้นก็คือ 3, 7, 131 (ในการหารแต่ละครั้งแนะนำให้ใช้ตัวประกอบเฉพาะที่มีค่าน้อยที่สุด)
2หากผลการหารที่ได้ยังไม่เท่ากับ 1 ให้นำผลการหารที่ได้ก่อนหน้านี้มาหารด้วยตัวประกอบเฉพาะอีกครั้ง
3ดำเนินการเช่นเดียวกับข้อ 2 ไปเรื่อยๆ จนกว่าผลหารสุดท้ายมีค่าเท่ากับ 1
4นำตัวหารทั้งหมดมาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 19257

3
)19257
7
)6419
7
)917
131
)131
1
ดังนั้น 19257 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
19257 = 3 x 7 x 7 x 131
หรือจะเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลัง
19257 = 3 x 72 x 131 หรือ 31 x 72 x 1311

วิธีหาจำนวนตัวประกอบทั้งหมดของ 19257

1แยกตัวประกอบของ 19257 และเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังจะได้เท่ากับ 31 x 72 x 1311
2ให้นำ 1 ไปบวกกับเลขชี้กำลังของตัวประกอบแต่ละตัวดังนี้
  • 👉 3 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
  • 👉 7 มีเลขชี้กำลังคือ 2 ให้เอา 2 + 1 = 3
  • 👉 131 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
3นำผลบวกของเลขชี้กำลังที่ได้มาคูณกันดังนี้ 2 x 3 x 2 = 12
คำตอบ ตัวประกอบทั้งหมดของ 19257 มีทั้งหมด 12 ตัว
เมื่อคุณรู้ตัวประกอบและวิธีการแยกตัวประกอบของ 19257 แล้วลองแวะดูบทความอื่นๆที่น่าสนใจด้านล่างนี้ได้น่ะ 👇