โปรแกรมหาตัวประกอบของจำนวนนับ
ใส่ตัวเลขที่ต้องการหาตัวประกอบ โปรแกรมจะแสดงคำตอบและวิธีการแยกตัวประกอบให้อัตโนมัติ
เทพควิช-lnwquiz

ตัวประกอบของ 17192 และวิธีการแยกตัวประกอบของ 17192

คำนิยาม

ตัวประกอบของ 17192 มีอะไรบ้าง

ตัวประกอบของ 17192 มีทั้งหมด 16 ตัวคือ 1, 2, 4, 7, 8, 14, 28, 56, 307, 614, 1228, 2149, 2456, 4298, 8596, 17192
ตรวจคำตอบด้วยการหาร
17192 ÷ 1=17192เหลือเศษ 0
17192 ÷ 2=8596เหลือเศษ 0
17192 ÷ 4=4298เหลือเศษ 0
17192 ÷ 7=2456เหลือเศษ 0
17192 ÷ 8=2149เหลือเศษ 0
17192 ÷ 14=1228เหลือเศษ 0
17192 ÷ 28=614เหลือเศษ 0
17192 ÷ 56=307เหลือเศษ 0
17192 ÷ 307=56เหลือเศษ 0
17192 ÷ 614=28เหลือเศษ 0
17192 ÷ 1228=14เหลือเศษ 0
17192 ÷ 2149=8เหลือเศษ 0
17192 ÷ 2456=7เหลือเศษ 0
17192 ÷ 4298=4เหลือเศษ 0
17192 ÷ 8596=2เหลือเศษ 0
17192 ÷ 17192=1เหลือเศษ 0
ตรวจคำตอบด้วยการจับคู่หาจำนวนที่คูณกันได้ 17192
1 x 17192
2 x 8596
4 x 4298
7 x 2456
8 x 2149
14 x 1228
28 x 614
56 x 307
ผลบวกของตัวประกอบทั้งหมดของ 17192
1 + 2 + 4 + 7 + 8 + 14 + 28 + 56 + 307 + 614 + 1228 + 2149 + 2456 + 4298 + 8596 + 17192 = 36960
ตัวประกอบของ 17192 ที่เป็นจำนวนเฉพาะมีทั้งหมด 3 ตัวดังนี้
2, 7, 307
การแยกตัวประกอบคืออะไร

17192 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้

17192 = 2 x 2 x 2 x 7 x 307
จากผลการแยกตัวประกอบด้านบนจะเห็นว่ามีจำนวนบางจำนวนที่ซ้ำกัน ดังนั้นเราสามารถเขียนการแยกตัวประกอบของ 17192 ให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังได้ดังนี้
17192 = 23 x 7 x 307
วิธีการแยกตัวประกอบ

1. การแยกตัวประกอบของ 17192 ด้วยวิธีแผนภาพต้นไม้🌲

วิธีทำ
1จำนวนที่โจทย์กำหนดมา คือ 17192 ดังนั้นให้หาจำนวนที่คูณกันได้ 17192 มา 1 คู่ เช่น 2 x 8596
2พิจารณาว่าจำนวน 1 คู่ที่เลือกมาเป็นจำนวนเฉพาะหรือยัง
3ถ้าจำนวนใดยังไม่ใช่จำนวนเฉพาะให้หาจำนวนที่คูณกันได้จำนวนนั้น และให้เลือกเอาจำนวนที่คูณกันได้จำนวนนั้นมา 1 คู่(ทำคล้ายๆกับข้อที่ 1)
4ทำโดยใช้หลักการข้อที่ 2 และ 3 ไปเรื่อยๆ จนกว่าจำนวนสุดท้ายจะเป็นจำนวนเฉพาะ
5เอาจำนวนเฉพาะทั้งหมดที่ได้มาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 17192
ตัวอย่างแผนภาพต้นไม้ของ 17192 แบบที่หนึ่ง
  • 17192
    • 56
      • 7
      • 8
        • 2
        • 4
          • 2
          • 2
    • 307

ตัวอย่างแผนภาพต้นไม้ของ 17192 แบบที่สอง
  • 17192
    • 2
    • 8596
      • 2
      • 4298
        • 2
        • 2149
          • 7
          • 307
ดังนั้น 17192 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
17192 = 2 x 2 x 2 x 7 x 307
หรือจะเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลัง
17192 = 23 x 7 x 307 หรือ 23 x 71 x 3071

2. การแยกตัวประกอบของ 17192 ด้วยวิธีหารสั้น

วิธีทำ
1หาร 17192 ด้วยตัวประกอบเฉพาะของ 17192 นั้นก็คือ 2, 7, 307 (ในการหารแต่ละครั้งแนะนำให้ใช้ตัวประกอบเฉพาะที่มีค่าน้อยที่สุด)
2หากผลการหารที่ได้ยังไม่เท่ากับ 1 ให้นำผลการหารที่ได้ก่อนหน้านี้มาหารด้วยตัวประกอบเฉพาะอีกครั้ง
3ดำเนินการเช่นเดียวกับข้อ 2 ไปเรื่อยๆ จนกว่าผลหารสุดท้ายมีค่าเท่ากับ 1
4นำตัวหารทั้งหมดมาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 17192

2
)17192
2
)8596
2
)4298
7
)2149
307
)307
1
ดังนั้น 17192 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
17192 = 2 x 2 x 2 x 7 x 307
หรือจะเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลัง
17192 = 23 x 7 x 307 หรือ 23 x 71 x 3071

วิธีหาจำนวนตัวประกอบทั้งหมดของ 17192

1แยกตัวประกอบของ 17192 และเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังจะได้เท่ากับ 23 x 71 x 3071
2ให้นำ 1 ไปบวกกับเลขชี้กำลังของตัวประกอบแต่ละตัวดังนี้
  • 👉 2 มีเลขชี้กำลังคือ 3 ให้เอา 3 + 1 = 4
  • 👉 7 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
  • 👉 307 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
3นำผลบวกของเลขชี้กำลังที่ได้มาคูณกันดังนี้ 4 x 2 x 2 = 16
คำตอบ ตัวประกอบทั้งหมดของ 17192 มีทั้งหมด 16 ตัว
เมื่อคุณรู้ตัวประกอบและวิธีการแยกตัวประกอบของ 17192 แล้วลองแวะดูบทความอื่นๆที่น่าสนใจด้านล่างนี้ได้น่ะ 👇