ตัวประกอบของ 17013 และวิธีการแยกตัวประกอบของ 17013
คำนิยาม
ตัวประกอบของจำนวนนับใดๆ หมายถึง จำนวนนับที่หารจำนวนนับที่เรากำหนดให้ได้ลงตัว
ดังนั้นตัวประกอบของ 17013 หมายถึงจำนวนนับที่หาร 17013 ได้ลงตัว
▶
▶
2. การแยกตัวประกอบของ 17013 ด้วยวิธีหารสั้น
ตัวประกอบของ 17013 มีอะไรบ้าง
ตัวประกอบของ 17013 มีทั้งหมด 8 ตัวคือ 1, 3, 53, 107, 159, 321, 5671, 17013
ตรวจคำตอบด้วยการหาร
| 17013 ÷ 1 | = | 17013 | เหลือเศษ 0 |
| 17013 ÷ 3 | = | 5671 | เหลือเศษ 0 |
| 17013 ÷ 53 | = | 321 | เหลือเศษ 0 |
| 17013 ÷ 107 | = | 159 | เหลือเศษ 0 |
| 17013 ÷ 159 | = | 107 | เหลือเศษ 0 |
| 17013 ÷ 321 | = | 53 | เหลือเศษ 0 |
| 17013 ÷ 5671 | = | 3 | เหลือเศษ 0 |
| 17013 ÷ 17013 | = | 1 | เหลือเศษ 0 |
ตรวจคำตอบด้วยการจับคู่หาจำนวนที่คูณกันได้ 17013
| 1 x 17013 | = | 17013 |
| 3 x 5671 | = | 17013 |
| 53 x 321 | = | 17013 |
| 107 x 159 | = | 17013 |
ผลบวกของตัวประกอบทั้งหมดของ 17013
1 + 3 + 53 + 107 + 159 + 321 + 5671 + 17013 = 23328
▶ ตัวประกอบของ 17013 ที่เป็นจำนวนเฉพาะมีทั้งหมด 3 ตัวดังนี้
3, 53, 107
จำนวนเฉพาะ (Prime number) คือ จำนวนนับที่มากกว่า 1 และมีตัวประกอบเพียงสองตัวคือ 1 และตัวมันเอง
ตัวประกอบที่เป็นจำนวนเฉพาะ เรียกว่า "ตัวประกอบเฉพาะ"
การแยกตัวประกอบคืออะไร
การแยกตัวประกอบ คือ การเขียนจำนวนนับนั้นให้อยู่ในรูปการคูณของตัวประกอบเฉพาะ
▶ 17013 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
17013 = 3 x 53 x 107
วิธีการแยกตัวประกอบ
1. การแยกตัวประกอบของ 17013 ด้วยวิธีแผนภาพต้นไม้🌲
วิธีทำ
1จำนวนที่โจทย์กำหนดมา คือ 17013 ดังนั้นให้หาจำนวนที่คูณกันได้ 17013 มา 1 คู่ เช่น 3 x 5671
2พิจารณาว่าจำนวน 1 คู่ที่เลือกมาเป็นจำนวนเฉพาะหรือยัง
3ถ้าจำนวนใดยังไม่ใช่จำนวนเฉพาะให้หาจำนวนที่คูณกันได้จำนวนนั้น และให้เลือกเอาจำนวนที่คูณกันได้จำนวนนั้นมา 1 คู่(ทำคล้ายๆกับข้อที่ 1)
4ทำโดยใช้หลักการข้อที่ 2 และ 3 ไปเรื่อยๆ จนกว่าจำนวนสุดท้ายจะเป็นจำนวนเฉพาะ
5เอาจำนวนเฉพาะทั้งหมดที่ได้มาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 17013
ตัวอย่างแผนภาพต้นไม้ของ 17013 แบบที่หนึ่ง
- 17013
- 107
- 159
- 3
- 53
ตัวอย่างแผนภาพต้นไม้ของ 17013 แบบที่สอง
- 17013
- 3
- 5671
- 53
- 107
ดังนั้น 17013 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
17013 =
3 x 53 x 107
2. การแยกตัวประกอบของ 17013 ด้วยวิธีหารสั้นวิธีทำ1หาร 17013 ด้วยตัวประกอบเฉพาะของ 17013 นั้นก็คือ 3, 53, 107 (ในการหารแต่ละครั้งแนะนำให้ใช้ตัวประกอบเฉพาะที่มีค่าน้อยที่สุด)2หากผลการหารที่ได้ยังไม่เท่ากับ 1 ให้นำผลการหารที่ได้ก่อนหน้านี้มาหารด้วยตัวประกอบเฉพาะอีกครั้ง3ดำเนินการเช่นเดียวกับข้อ 2 ไปเรื่อยๆ จนกว่าผลหารสุดท้ายมีค่าเท่ากับ 14นำตัวหารทั้งหมดมาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 17013
3)1701353)5671107)1071ดังนั้น 17013 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้17013 = 3 x 53 x 107วิธีหาจำนวนตัวประกอบทั้งหมดของ 17013
1แยกตัวประกอบของ 17013 และเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังจะได้เท่ากับ 31 x 531 x 10712ให้นำ 1 ไปบวกกับเลขชี้กำลังของตัวประกอบแต่ละตัวดังนี้- 👉 3 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 53 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 107 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
3นำผลบวกของเลขชี้กำลังที่ได้มาคูณกันดังนี้ 2 x 2 x 2 = 8✔คำตอบ ตัวประกอบทั้งหมดของ 17013 มีทั้งหมด 8 ตัว ✔
วิธีทำ
1หาร 17013 ด้วยตัวประกอบเฉพาะของ 17013 นั้นก็คือ 3, 53, 107 (ในการหารแต่ละครั้งแนะนำให้ใช้ตัวประกอบเฉพาะที่มีค่าน้อยที่สุด)
2หากผลการหารที่ได้ยังไม่เท่ากับ 1 ให้นำผลการหารที่ได้ก่อนหน้านี้มาหารด้วยตัวประกอบเฉพาะอีกครั้ง
3ดำเนินการเช่นเดียวกับข้อ 2 ไปเรื่อยๆ จนกว่าผลหารสุดท้ายมีค่าเท่ากับ 1
4นำตัวหารทั้งหมดมาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 17013
3
)17013
53
)5671
107
)107
1
ดังนั้น 17013 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
17013 = 3 x 53 x 107
1แยกตัวประกอบของ 17013 และเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังจะได้เท่ากับ 31 x 531 x 1071
2ให้นำ 1 ไปบวกกับเลขชี้กำลังของตัวประกอบแต่ละตัวดังนี้
- 👉 3 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 53 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 107 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
3นำผลบวกของเลขชี้กำลังที่ได้มาคูณกันดังนี้ 2 x 2 x 2 = 8✔
คำตอบ ตัวประกอบทั้งหมดของ 17013 มีทั้งหมด 8 ตัว ✔
เมื่อคุณรู้ตัวประกอบและวิธีการแยกตัวประกอบของ 17013 แล้วลองแวะดูบทความอื่นๆที่น่าสนใจด้านล่างนี้ได้น่ะ 👇
