ตัวประกอบของ 17022 และวิธีการแยกตัวประกอบของ 17022
คำนิยาม
ตัวประกอบของจำนวนนับใดๆ หมายถึง จำนวนนับที่หารจำนวนนับที่เรากำหนดให้ได้ลงตัว
ดังนั้นตัวประกอบของ 17022 หมายถึงจำนวนนับที่หาร 17022 ได้ลงตัว
▶
▶
2. การแยกตัวประกอบของ 17022 ด้วยวิธีหารสั้น
ตัวประกอบของ 17022 มีอะไรบ้าง
ตัวประกอบของ 17022 มีทั้งหมด 8 ตัวคือ 1, 2, 3, 6, 2837, 5674, 8511, 17022
ตรวจคำตอบด้วยการหาร
| 17022 ÷ 1 | = | 17022 | เหลือเศษ 0 |
| 17022 ÷ 2 | = | 8511 | เหลือเศษ 0 |
| 17022 ÷ 3 | = | 5674 | เหลือเศษ 0 |
| 17022 ÷ 6 | = | 2837 | เหลือเศษ 0 |
| 17022 ÷ 2837 | = | 6 | เหลือเศษ 0 |
| 17022 ÷ 5674 | = | 3 | เหลือเศษ 0 |
| 17022 ÷ 8511 | = | 2 | เหลือเศษ 0 |
| 17022 ÷ 17022 | = | 1 | เหลือเศษ 0 |
ตรวจคำตอบด้วยการจับคู่หาจำนวนที่คูณกันได้ 17022
| 1 x 17022 | = | 17022 |
| 2 x 8511 | = | 17022 |
| 3 x 5674 | = | 17022 |
| 6 x 2837 | = | 17022 |
ผลบวกของตัวประกอบทั้งหมดของ 17022
1 + 2 + 3 + 6 + 2837 + 5674 + 8511 + 17022 = 34056
▶ ตัวประกอบของ 17022 ที่เป็นจำนวนเฉพาะมีทั้งหมด 3 ตัวดังนี้
2, 3, 2837
จำนวนเฉพาะ (Prime number) คือ จำนวนนับที่มากกว่า 1 และมีตัวประกอบเพียงสองตัวคือ 1 และตัวมันเอง
ตัวประกอบที่เป็นจำนวนเฉพาะ เรียกว่า "ตัวประกอบเฉพาะ"
การแยกตัวประกอบคืออะไร
การแยกตัวประกอบ คือ การเขียนจำนวนนับนั้นให้อยู่ในรูปการคูณของตัวประกอบเฉพาะ
▶ 17022 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
17022 = 2 x 3 x 2837
วิธีการแยกตัวประกอบ
1. การแยกตัวประกอบของ 17022 ด้วยวิธีแผนภาพต้นไม้🌲
วิธีทำ
1จำนวนที่โจทย์กำหนดมา คือ 17022 ดังนั้นให้หาจำนวนที่คูณกันได้ 17022 มา 1 คู่ เช่น 2 x 8511
2พิจารณาว่าจำนวน 1 คู่ที่เลือกมาเป็นจำนวนเฉพาะหรือยัง
3ถ้าจำนวนใดยังไม่ใช่จำนวนเฉพาะให้หาจำนวนที่คูณกันได้จำนวนนั้น และให้เลือกเอาจำนวนที่คูณกันได้จำนวนนั้นมา 1 คู่(ทำคล้ายๆกับข้อที่ 1)
4ทำโดยใช้หลักการข้อที่ 2 และ 3 ไปเรื่อยๆ จนกว่าจำนวนสุดท้ายจะเป็นจำนวนเฉพาะ
5เอาจำนวนเฉพาะทั้งหมดที่ได้มาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 17022
ตัวอย่างแผนภาพต้นไม้ของ 17022 แบบที่หนึ่ง
- 17022
- 6
- 2
- 3
- 2837
- 6
ตัวอย่างแผนภาพต้นไม้ของ 17022 แบบที่สอง
- 17022
- 2
- 8511
- 3
- 2837
ดังนั้น 17022 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
17022 =
2 x 3 x 2837
2. การแยกตัวประกอบของ 17022 ด้วยวิธีหารสั้นวิธีทำ1หาร 17022 ด้วยตัวประกอบเฉพาะของ 17022 นั้นก็คือ 2, 3, 2837 (ในการหารแต่ละครั้งแนะนำให้ใช้ตัวประกอบเฉพาะที่มีค่าน้อยที่สุด)2หากผลการหารที่ได้ยังไม่เท่ากับ 1 ให้นำผลการหารที่ได้ก่อนหน้านี้มาหารด้วยตัวประกอบเฉพาะอีกครั้ง3ดำเนินการเช่นเดียวกับข้อ 2 ไปเรื่อยๆ จนกว่าผลหารสุดท้ายมีค่าเท่ากับ 14นำตัวหารทั้งหมดมาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 17022
2)170223)85112837)28371ดังนั้น 17022 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้17022 = 2 x 3 x 2837วิธีหาจำนวนตัวประกอบทั้งหมดของ 17022
1แยกตัวประกอบของ 17022 และเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังจะได้เท่ากับ 21 x 31 x 283712ให้นำ 1 ไปบวกกับเลขชี้กำลังของตัวประกอบแต่ละตัวดังนี้- 👉 2 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 3 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 2837 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
3นำผลบวกของเลขชี้กำลังที่ได้มาคูณกันดังนี้ 2 x 2 x 2 = 8✔คำตอบ ตัวประกอบทั้งหมดของ 17022 มีทั้งหมด 8 ตัว ✔
วิธีทำ
1หาร 17022 ด้วยตัวประกอบเฉพาะของ 17022 นั้นก็คือ 2, 3, 2837 (ในการหารแต่ละครั้งแนะนำให้ใช้ตัวประกอบเฉพาะที่มีค่าน้อยที่สุด)
2หากผลการหารที่ได้ยังไม่เท่ากับ 1 ให้นำผลการหารที่ได้ก่อนหน้านี้มาหารด้วยตัวประกอบเฉพาะอีกครั้ง
3ดำเนินการเช่นเดียวกับข้อ 2 ไปเรื่อยๆ จนกว่าผลหารสุดท้ายมีค่าเท่ากับ 1
4นำตัวหารทั้งหมดมาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 17022
2
)17022
3
)8511
2837
)2837
1
ดังนั้น 17022 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
17022 = 2 x 3 x 2837
1แยกตัวประกอบของ 17022 และเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังจะได้เท่ากับ 21 x 31 x 28371
2ให้นำ 1 ไปบวกกับเลขชี้กำลังของตัวประกอบแต่ละตัวดังนี้
- 👉 2 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 3 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 2837 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
3นำผลบวกของเลขชี้กำลังที่ได้มาคูณกันดังนี้ 2 x 2 x 2 = 8✔
คำตอบ ตัวประกอบทั้งหมดของ 17022 มีทั้งหมด 8 ตัว ✔
เมื่อคุณรู้ตัวประกอบและวิธีการแยกตัวประกอบของ 17022 แล้วลองแวะดูบทความอื่นๆที่น่าสนใจด้านล่างนี้ได้น่ะ 👇
