ตัวประกอบของ 16783 และวิธีการแยกตัวประกอบของ 16783
คำนิยาม
ตัวประกอบของจำนวนนับใดๆ หมายถึง จำนวนนับที่หารจำนวนนับที่เรากำหนดให้ได้ลงตัว
ดังนั้นตัวประกอบของ 16783 หมายถึงจำนวนนับที่หาร 16783 ได้ลงตัว
▶
▶ 2. การแยกตัวประกอบของ 16783 ด้วยวิธีหารสั้น
ตัวประกอบของ 16783 มีอะไรบ้าง
ตัวประกอบของ 16783 มีทั้งหมด 4 ตัวคือ 1, 13, 1291, 16783
ตรวจคำตอบด้วยการหาร
| 16783 ÷ 1 | = | 16783 | เหลือเศษ 0 |
| 16783 ÷ 13 | = | 1291 | เหลือเศษ 0 |
| 16783 ÷ 1291 | = | 13 | เหลือเศษ 0 |
| 16783 ÷ 16783 | = | 1 | เหลือเศษ 0 |
ตรวจคำตอบด้วยการจับคู่หาจำนวนที่คูณกันได้ 16783
| 1 x 16783 | = | 16783 |
| 13 x 1291 | = | 16783 |
ผลบวกของตัวประกอบทั้งหมดของ 16783
1 + 13 + 1291 + 16783 = 18088
▶ ตัวประกอบของ 16783 ที่เป็นจำนวนเฉพาะมีทั้งหมด 2 ตัวดังนี้
13, 1291
จำนวนเฉพาะ (Prime number) คือ จำนวนนับที่มากกว่า 1 และมีตัวประกอบเพียงสองตัวคือ 1 และตัวมันเอง
ตัวประกอบที่เป็นจำนวนเฉพาะ เรียกว่า "ตัวประกอบเฉพาะ"
การแยกตัวประกอบคืออะไร
การแยกตัวประกอบ คือ การเขียนจำนวนนับนั้นให้อยู่ในรูปการคูณของตัวประกอบเฉพาะ
▶ 16783 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
16783 = 13 x 1291
วิธีการแยกตัวประกอบ
1. การแยกตัวประกอบของ 16783 ด้วยวิธีแผนภาพต้นไม้🌲
วิธีทำ
1จำนวนที่โจทย์กำหนดมา คือ 16783 ดังนั้นให้หาจำนวนที่คูณกันได้ 16783 มา 1 คู่ เช่น 13 x 1291
2พิจารณาว่าจำนวน 1 คู่ที่เลือกมาเป็นจำนวนเฉพาะหรือยัง
3ถ้าจำนวนใดยังไม่ใช่จำนวนเฉพาะให้หาจำนวนที่คูณกันได้จำนวนนั้น และให้เลือกเอาจำนวนที่คูณกันได้จำนวนนั้นมา 1 คู่(ทำคล้ายๆกับข้อที่ 1)
4ทำโดยใช้หลักการข้อที่ 2 และ 3 ไปเรื่อยๆ จนกว่าจำนวนสุดท้ายจะเป็นจำนวนเฉพาะ
5เอาจำนวนเฉพาะทั้งหมดที่ได้มาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 16783
ตัวอย่างแผนภาพต้นไม้ของ 16783
- 16783
- 13
- 1291
ดังนั้น 16783 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
16783 =
13 x 1291
2. การแยกตัวประกอบของ 16783 ด้วยวิธีหารสั้นวิธีทำ1หาร 16783 ด้วยตัวประกอบเฉพาะของ 16783 นั้นก็คือ 13, 1291 (ในการหารแต่ละครั้งแนะนำให้ใช้ตัวประกอบเฉพาะที่มีค่าน้อยที่สุด)2หากผลการหารที่ได้ยังไม่เท่ากับ 1 ให้นำผลการหารที่ได้ก่อนหน้านี้มาหารด้วยตัวประกอบเฉพาะอีกครั้ง3ดำเนินการเช่นเดียวกับข้อ 2 ไปเรื่อยๆ จนกว่าผลหารสุดท้ายมีค่าเท่ากับ 14นำตัวหารทั้งหมดมาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 16783
13)167831291)12911ดังนั้น 16783 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้16783 = 13 x 1291วิธีหาจำนวนตัวประกอบทั้งหมดของ 16783
1แยกตัวประกอบของ 16783 และเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังจะได้เท่ากับ 131 x 129112ให้นำ 1 ไปบวกกับเลขชี้กำลังของตัวประกอบแต่ละตัวดังนี้- 👉 13 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 1291 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
3นำผลบวกของเลขชี้กำลังที่ได้มาคูณกันดังนี้ 2 x 2 = 4✔คำตอบ ตัวประกอบทั้งหมดของ 16783 มีทั้งหมด 4 ตัว ✔
วิธีทำ
1หาร 16783 ด้วยตัวประกอบเฉพาะของ 16783 นั้นก็คือ 13, 1291 (ในการหารแต่ละครั้งแนะนำให้ใช้ตัวประกอบเฉพาะที่มีค่าน้อยที่สุด)
2หากผลการหารที่ได้ยังไม่เท่ากับ 1 ให้นำผลการหารที่ได้ก่อนหน้านี้มาหารด้วยตัวประกอบเฉพาะอีกครั้ง
3ดำเนินการเช่นเดียวกับข้อ 2 ไปเรื่อยๆ จนกว่าผลหารสุดท้ายมีค่าเท่ากับ 1
4นำตัวหารทั้งหมดมาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 16783
13
)16783
1291
)1291
1
ดังนั้น 16783 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
16783 = 13 x 1291
1แยกตัวประกอบของ 16783 และเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังจะได้เท่ากับ 131 x 12911
2ให้นำ 1 ไปบวกกับเลขชี้กำลังของตัวประกอบแต่ละตัวดังนี้
- 👉 13 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 1291 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
3นำผลบวกของเลขชี้กำลังที่ได้มาคูณกันดังนี้ 2 x 2 = 4✔
คำตอบ ตัวประกอบทั้งหมดของ 16783 มีทั้งหมด 4 ตัว ✔
เมื่อคุณรู้ตัวประกอบและวิธีการแยกตัวประกอบของ 16783 แล้วลองแวะดูบทความอื่นๆที่น่าสนใจด้านล่างนี้ได้น่ะ 👇
