ตัวประกอบของ 16700 และวิธีการแยกตัวประกอบของ 16700
คำนิยาม
ตัวประกอบของจำนวนนับใดๆ หมายถึง จำนวนนับที่หารจำนวนนับที่เรากำหนดให้ได้ลงตัว
ดังนั้นตัวประกอบของ 16700 หมายถึงจำนวนนับที่หาร 16700 ได้ลงตัว
▶
▶
2. การแยกตัวประกอบของ 16700 ด้วยวิธีหารสั้น
ตัวประกอบของ 16700 มีอะไรบ้าง
ตัวประกอบของ 16700 มีทั้งหมด 18 ตัวคือ 1, 2, 4, 5, 10, 20, 25, 50, 100, 167, 334, 668, 835, 1670, 3340, 4175, 8350, 16700
ตรวจคำตอบด้วยการหาร
| 16700 ÷ 1 | = | 16700 | เหลือเศษ 0 |
| 16700 ÷ 2 | = | 8350 | เหลือเศษ 0 |
| 16700 ÷ 4 | = | 4175 | เหลือเศษ 0 |
| 16700 ÷ 5 | = | 3340 | เหลือเศษ 0 |
| 16700 ÷ 10 | = | 1670 | เหลือเศษ 0 |
| 16700 ÷ 20 | = | 835 | เหลือเศษ 0 |
| 16700 ÷ 25 | = | 668 | เหลือเศษ 0 |
| 16700 ÷ 50 | = | 334 | เหลือเศษ 0 |
| 16700 ÷ 100 | = | 167 | เหลือเศษ 0 |
| 16700 ÷ 167 | = | 100 | เหลือเศษ 0 |
| 16700 ÷ 334 | = | 50 | เหลือเศษ 0 |
| 16700 ÷ 668 | = | 25 | เหลือเศษ 0 |
| 16700 ÷ 835 | = | 20 | เหลือเศษ 0 |
| 16700 ÷ 1670 | = | 10 | เหลือเศษ 0 |
| 16700 ÷ 3340 | = | 5 | เหลือเศษ 0 |
| 16700 ÷ 4175 | = | 4 | เหลือเศษ 0 |
| 16700 ÷ 8350 | = | 2 | เหลือเศษ 0 |
| 16700 ÷ 16700 | = | 1 | เหลือเศษ 0 |
ตรวจคำตอบด้วยการจับคู่หาจำนวนที่คูณกันได้ 16700
| 1 x 16700 | = | 16700 |
| 2 x 8350 | = | 16700 |
| 4 x 4175 | = | 16700 |
| 5 x 3340 | = | 16700 |
| 10 x 1670 | = | 16700 |
| 20 x 835 | = | 16700 |
| 25 x 668 | = | 16700 |
| 50 x 334 | = | 16700 |
| 100 x 167 | = | 16700 |
ผลบวกของตัวประกอบทั้งหมดของ 16700
1 + 2 + 4 + 5 + 10 + 20 + 25 + 50 + 100 + 167 + 334 + 668 + 835 + 1670 + 3340 + 4175 + 8350 + 16700 = 36456
▶ ตัวประกอบของ 16700 ที่เป็นจำนวนเฉพาะมีทั้งหมด 3 ตัวดังนี้
2, 5, 167
จำนวนเฉพาะ (Prime number) คือ จำนวนนับที่มากกว่า 1 และมีตัวประกอบเพียงสองตัวคือ 1 และตัวมันเอง
ตัวประกอบที่เป็นจำนวนเฉพาะ เรียกว่า "ตัวประกอบเฉพาะ"
การแยกตัวประกอบคืออะไร
การแยกตัวประกอบ คือ การเขียนจำนวนนับนั้นให้อยู่ในรูปการคูณของตัวประกอบเฉพาะ
▶ 16700 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
16700 = 2 x 2 x 5 x 5 x 167
จากผลการแยกตัวประกอบด้านบนจะเห็นว่ามีจำนวนบางจำนวนที่ซ้ำกัน ดังนั้นเราสามารถเขียนการแยกตัวประกอบของ 16700 ให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังได้ดังนี้
16700 = 22 x 52 x 167
จากผลการแยกตัวประกอบด้านบนจะเห็นว่ามีจำนวนบางจำนวนที่ซ้ำกัน ดังนั้นเราสามารถเขียนการแยกตัวประกอบของ 16700 ให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังได้ดังนี้
16700 = 22 x 52 x 167
วิธีการแยกตัวประกอบ
1. การแยกตัวประกอบของ 16700 ด้วยวิธีแผนภาพต้นไม้🌲
วิธีทำ
1จำนวนที่โจทย์กำหนดมา คือ 16700 ดังนั้นให้หาจำนวนที่คูณกันได้ 16700 มา 1 คู่ เช่น 2 x 8350
2พิจารณาว่าจำนวน 1 คู่ที่เลือกมาเป็นจำนวนเฉพาะหรือยัง
3ถ้าจำนวนใดยังไม่ใช่จำนวนเฉพาะให้หาจำนวนที่คูณกันได้จำนวนนั้น และให้เลือกเอาจำนวนที่คูณกันได้จำนวนนั้นมา 1 คู่(ทำคล้ายๆกับข้อที่ 1)
4ทำโดยใช้หลักการข้อที่ 2 และ 3 ไปเรื่อยๆ จนกว่าจำนวนสุดท้ายจะเป็นจำนวนเฉพาะ
5เอาจำนวนเฉพาะทั้งหมดที่ได้มาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 16700
ตัวอย่างแผนภาพต้นไม้ของ 16700 แบบที่หนึ่ง
- 16700
- 100
- 10
- 2
- 5
- 10
- 2
- 5
- 10
- 167
- 100
ตัวอย่างแผนภาพต้นไม้ของ 16700 แบบที่สอง
- 16700
- 2
- 8350
- 2
- 4175
- 5
- 835
- 5
- 167
ดังนั้น 16700 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
16700 =
2 x 2 x 5 x 5 x 167
หรือจะเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลัง
16700 =
22 x 52 x 167 หรือ 22 x 52 x 1671
2. การแยกตัวประกอบของ 16700 ด้วยวิธีหารสั้นวิธีทำ1หาร 16700 ด้วยตัวประกอบเฉพาะของ 16700 นั้นก็คือ 2, 5, 167 (ในการหารแต่ละครั้งแนะนำให้ใช้ตัวประกอบเฉพาะที่มีค่าน้อยที่สุด)2หากผลการหารที่ได้ยังไม่เท่ากับ 1 ให้นำผลการหารที่ได้ก่อนหน้านี้มาหารด้วยตัวประกอบเฉพาะอีกครั้ง3ดำเนินการเช่นเดียวกับข้อ 2 ไปเรื่อยๆ จนกว่าผลหารสุดท้ายมีค่าเท่ากับ 14นำตัวหารทั้งหมดมาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 16700
2)167002)83505)41755)835167)1671ดังนั้น 16700 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้16700 = 2 x 2 x 5 x 5 x 167หรือจะเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลัง16700 = 22 x 52 x 167 หรือ 22 x 52 x 1671วิธีหาจำนวนตัวประกอบทั้งหมดของ 16700
1แยกตัวประกอบของ 16700 และเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังจะได้เท่ากับ 22 x 52 x 16712ให้นำ 1 ไปบวกกับเลขชี้กำลังของตัวประกอบแต่ละตัวดังนี้- 👉 2 มีเลขชี้กำลังคือ 2 ให้เอา 2 + 1 = 3
- 👉 5 มีเลขชี้กำลังคือ 2 ให้เอา 2 + 1 = 3
- 👉 167 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
3นำผลบวกของเลขชี้กำลังที่ได้มาคูณกันดังนี้ 3 x 3 x 2 = 18✔คำตอบ ตัวประกอบทั้งหมดของ 16700 มีทั้งหมด 18 ตัว ✔
วิธีทำ
1หาร 16700 ด้วยตัวประกอบเฉพาะของ 16700 นั้นก็คือ 2, 5, 167 (ในการหารแต่ละครั้งแนะนำให้ใช้ตัวประกอบเฉพาะที่มีค่าน้อยที่สุด)
2หากผลการหารที่ได้ยังไม่เท่ากับ 1 ให้นำผลการหารที่ได้ก่อนหน้านี้มาหารด้วยตัวประกอบเฉพาะอีกครั้ง
3ดำเนินการเช่นเดียวกับข้อ 2 ไปเรื่อยๆ จนกว่าผลหารสุดท้ายมีค่าเท่ากับ 1
4นำตัวหารทั้งหมดมาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 16700
2
)16700
2
)8350
5
)4175
5
)835
167
)167
1
ดังนั้น 16700 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
16700 = 2 x 2 x 5 x 5 x 167
หรือจะเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลัง
16700 = 22 x 52 x 167 หรือ 22 x 52 x 1671
1แยกตัวประกอบของ 16700 และเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังจะได้เท่ากับ 22 x 52 x 1671
2ให้นำ 1 ไปบวกกับเลขชี้กำลังของตัวประกอบแต่ละตัวดังนี้
- 👉 2 มีเลขชี้กำลังคือ 2 ให้เอา 2 + 1 = 3
- 👉 5 มีเลขชี้กำลังคือ 2 ให้เอา 2 + 1 = 3
- 👉 167 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
3นำผลบวกของเลขชี้กำลังที่ได้มาคูณกันดังนี้ 3 x 3 x 2 = 18✔
คำตอบ ตัวประกอบทั้งหมดของ 16700 มีทั้งหมด 18 ตัว ✔
เมื่อคุณรู้ตัวประกอบและวิธีการแยกตัวประกอบของ 16700 แล้วลองแวะดูบทความอื่นๆที่น่าสนใจด้านล่างนี้ได้น่ะ 👇
