โปรแกรมหาตัวประกอบของจำนวนนับ
ใส่ตัวเลขที่ต้องการหาตัวประกอบ โปรแกรมจะแสดงคำตอบและวิธีการแยกตัวประกอบให้อัตโนมัติ
เทพควิช-lnwquiz

ตัวประกอบของ 16616 และวิธีการแยกตัวประกอบของ 16616

คำนิยาม

ตัวประกอบของ 16616 มีอะไรบ้าง

ตัวประกอบของ 16616 มีทั้งหมด 16 ตัวคือ 1, 2, 4, 8, 31, 62, 67, 124, 134, 248, 268, 536, 2077, 4154, 8308, 16616
ตรวจคำตอบด้วยการหาร
16616 ÷ 1=16616เหลือเศษ 0
16616 ÷ 2=8308เหลือเศษ 0
16616 ÷ 4=4154เหลือเศษ 0
16616 ÷ 8=2077เหลือเศษ 0
16616 ÷ 31=536เหลือเศษ 0
16616 ÷ 62=268เหลือเศษ 0
16616 ÷ 67=248เหลือเศษ 0
16616 ÷ 124=134เหลือเศษ 0
16616 ÷ 134=124เหลือเศษ 0
16616 ÷ 248=67เหลือเศษ 0
16616 ÷ 268=62เหลือเศษ 0
16616 ÷ 536=31เหลือเศษ 0
16616 ÷ 2077=8เหลือเศษ 0
16616 ÷ 4154=4เหลือเศษ 0
16616 ÷ 8308=2เหลือเศษ 0
16616 ÷ 16616=1เหลือเศษ 0
ตรวจคำตอบด้วยการจับคู่หาจำนวนที่คูณกันได้ 16616
1 x 16616
2 x 8308
4 x 4154
8 x 2077
31 x 536
62 x 268
67 x 248
124 x 134
ผลบวกของตัวประกอบทั้งหมดของ 16616
1 + 2 + 4 + 8 + 31 + 62 + 67 + 124 + 134 + 248 + 268 + 536 + 2077 + 4154 + 8308 + 16616 = 32640
ตัวประกอบของ 16616 ที่เป็นจำนวนเฉพาะมีทั้งหมด 3 ตัวดังนี้
2, 31, 67
การแยกตัวประกอบคืออะไร

16616 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้

16616 = 2 x 2 x 2 x 31 x 67
จากผลการแยกตัวประกอบด้านบนจะเห็นว่ามีจำนวนบางจำนวนที่ซ้ำกัน ดังนั้นเราสามารถเขียนการแยกตัวประกอบของ 16616 ให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังได้ดังนี้
16616 = 23 x 31 x 67
วิธีการแยกตัวประกอบ

1. การแยกตัวประกอบของ 16616 ด้วยวิธีแผนภาพต้นไม้🌲

วิธีทำ
1จำนวนที่โจทย์กำหนดมา คือ 16616 ดังนั้นให้หาจำนวนที่คูณกันได้ 16616 มา 1 คู่ เช่น 2 x 8308
2พิจารณาว่าจำนวน 1 คู่ที่เลือกมาเป็นจำนวนเฉพาะหรือยัง
3ถ้าจำนวนใดยังไม่ใช่จำนวนเฉพาะให้หาจำนวนที่คูณกันได้จำนวนนั้น และให้เลือกเอาจำนวนที่คูณกันได้จำนวนนั้นมา 1 คู่(ทำคล้ายๆกับข้อที่ 1)
4ทำโดยใช้หลักการข้อที่ 2 และ 3 ไปเรื่อยๆ จนกว่าจำนวนสุดท้ายจะเป็นจำนวนเฉพาะ
5เอาจำนวนเฉพาะทั้งหมดที่ได้มาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 16616
ตัวอย่างแผนภาพต้นไม้ของ 16616 แบบที่หนึ่ง
  • 16616
    • 124
      • 4
        • 2
        • 2
      • 31
    • 134
      • 2
      • 67

ตัวอย่างแผนภาพต้นไม้ของ 16616 แบบที่สอง
  • 16616
    • 2
    • 8308
      • 2
      • 4154
        • 2
        • 2077
          • 31
          • 67
ดังนั้น 16616 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
16616 = 2 x 2 x 2 x 31 x 67
หรือจะเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลัง
16616 = 23 x 31 x 67 หรือ 23 x 311 x 671

2. การแยกตัวประกอบของ 16616 ด้วยวิธีหารสั้น

วิธีทำ
1หาร 16616 ด้วยตัวประกอบเฉพาะของ 16616 นั้นก็คือ 2, 31, 67 (ในการหารแต่ละครั้งแนะนำให้ใช้ตัวประกอบเฉพาะที่มีค่าน้อยที่สุด)
2หากผลการหารที่ได้ยังไม่เท่ากับ 1 ให้นำผลการหารที่ได้ก่อนหน้านี้มาหารด้วยตัวประกอบเฉพาะอีกครั้ง
3ดำเนินการเช่นเดียวกับข้อ 2 ไปเรื่อยๆ จนกว่าผลหารสุดท้ายมีค่าเท่ากับ 1
4นำตัวหารทั้งหมดมาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 16616

2
)16616
2
)8308
2
)4154
31
)2077
67
)67
1
ดังนั้น 16616 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
16616 = 2 x 2 x 2 x 31 x 67
หรือจะเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลัง
16616 = 23 x 31 x 67 หรือ 23 x 311 x 671

วิธีหาจำนวนตัวประกอบทั้งหมดของ 16616

1แยกตัวประกอบของ 16616 และเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังจะได้เท่ากับ 23 x 311 x 671
2ให้นำ 1 ไปบวกกับเลขชี้กำลังของตัวประกอบแต่ละตัวดังนี้
  • 👉 2 มีเลขชี้กำลังคือ 3 ให้เอา 3 + 1 = 4
  • 👉 31 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
  • 👉 67 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
3นำผลบวกของเลขชี้กำลังที่ได้มาคูณกันดังนี้ 4 x 2 x 2 = 16
คำตอบ ตัวประกอบทั้งหมดของ 16616 มีทั้งหมด 16 ตัว
เมื่อคุณรู้ตัวประกอบและวิธีการแยกตัวประกอบของ 16616 แล้วลองแวะดูบทความอื่นๆที่น่าสนใจด้านล่างนี้ได้น่ะ 👇